Archive for September, 2007

กิจกรรมของ SIGMA Lab (ใครสนใจเชิญ!)

Monday, September 10th, 2007

โปรโมทซะหน่อย

นอกจาก SIGMA Research Lab (โครงการ Silpakorn Digital Content City, สถาบันวิจัยและพัฒนา ม. ศิลปากร นครปฐม) ที่ผมกับน้องๆ ผู้ช่วยทั้งหลาย ทำงานอยู่ จะทำงานวิจัยและพัฒนาระบบ Digital Content ต่างๆ จัดกิจกรรม LO & KM และงานทาง Multimedia, Computer Simulation (Visual และ Scientific), HPC, Web application/services ฯลฯ แล้ว เรายังมีกิจกรรมบางอย่างด้วย คร่าวๆ ก็ดังนี้นะครับ

  • วันจันทร์ (18:00 ~ ) : Movies Day

    เรียนรู้จากภาพยนต์ เลือกหนังมาดูกัน แล้วช่วยกันวิจารณ์ หาข้อคิดต่างๆ หรือว่าทฤษฎีต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ในหนัง หรือว่าแม้แต่จับผิดหนังจากข้อมูล factual ต่างๆ และ logic ต่างๆ

  • วันพุธ (18:00 ~ ) : Programming Day

    ฝึกเขียนโปรแกรมในหลากหลายภาษา เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเรียกว่าเป็น classic เพื่อฝึกทักษะทั่วไปทาง Algorithmic Problem Solving บางทีก็จะใช้โจทย์จาก Online Judge และ Programming Contest ต่างๆ

  • วันศุกร์ (18:00 ~ ) : Seminar

    ที่ทำกันมาตั้งแต่ตั้ง lab ใหม่ๆ เมื่อ 2 ปีก่อนไม่ได้เว้นว่าง ส่วนมากจะเป็น work progress และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งตอนนี้ฤดูกาลของการ present research paper ในวิชา Research Methodologies ก็ใกล้จบลงแล้ว ช่วงเวลาของการทำ project จบจริงๆ ก็มาถึงแล้วด้วย คราวนี้จะหนักเรื่อง Work progress ล่ะ

  • วันอาทิตย์ (vary) : Journal Seminar

    (อันนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะทำ ยังไม่แน่ใจ) อาจารย์ นักวิจัย (พวกที่จบแล้ว) ผลัดกันเอา paper งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มาสนทนากัน

ใครที่อยากจะมาร่วมงานเหล่านี้ด้วย ก็ยินดีต้อนรับนะครับ ไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบัน ผู้สนใจต่างๆ หรือว่าแม้แต่น้องๆ นักศึกษาต่างคณะ ต่างสถาบัน ที่นี่เราไม่มีกำแพงเรื่องสถาบัน ไม่มีหมวก ไม่มีหัวโขน ส่วนจะมาร่วมงานวิจัย/พัฒนาด้วยกันหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องของอนาคต รู้จักกันไว้ก่อนก็ดี บางทีก็เข้ามานั่งทำงานเล่นได้นะ มีพี่ๆ ที่อยากให้คำปรึกษาเรื่อง coding หรือว่า program design หลายคนเลย (ณ ปัจจุบันก็โดยเฉพาะ Web applications/services)

Perception of Time

Friday, September 7th, 2007

กระแสของกาลเวลาไหลเร็วแค่ไหนนะ?

“1 วินาที ต่อ 1 วินาที” อาจจะเป็นคำตอบหนึ่ง

แต่ว่านั่นแหละ “1 วินาที” ที่ว่าเนี่ย มันยาวแค่ไหนกันนะ? และทุกวินาทีมันยาวเท่ากันหรือเปล่า? ผมคงจะไม่พูดถึงกาลเวลาจากทฤษฎีสัมพันธภาพหรอกนะ อันนั้นอาจจะไม่ค่อยเข้าประเด็นเท่าไหร่ แต่ว่ากาลเวลามันมีอะไรแปลกๆ หลายๆ อย่าง นาฬิกา มันจับเวลาได้ยาว 1 วินาทีเท่ากันจริง แต่ว่าความรู้สึกคนล่ะ กับแต่ละ 1 วินาทีที่มันผ่านไปเนี่ย มันเป็นยังไงกันนะ

เคยไหมล่ะ เวลาที่ทำอะไรที่ชอบๆ เนี่ย เวลามันผ่านไปเร็วยังกะติดจรวด แต่ว่าเวลาที่ต้องเจออะไรที่ไม่ชอบเนี่ย กว่าเข็มวินาทีมันจะกระดิกแต่ละที รอกันเมื่อย บางทีจะเป็นเพราะว่าถ้าเราอยู่กับสิ่งที่เราชอบ เราจะไม่รับรู้การมีอยู่ของกาลเวลา (พูดง่ายๆ ว่า “ลืมมันอย่างแท้จริง”) หรือเปล่านะ แล้วในทางกลับกัน เวลาที่เราอยู่กับสิ่งที่เราไม่ชอบ เราเลยจับจ้องกาลเวลาแทน ก็เลยทำให้จิตเราอยู่กับมันหรือเปล่านะ เลยเห็นเหมือนกับว่ามันเปลี่ยนช้าเหลือเกิน

ใช่สินะ บางทีเรา focus กับอะไรมากไปหรือเปล่า เลยเห็นว่ามันเปลี่ยนแปลงช้าหรือว่าแทบไม่เปลี่ยนเลย? ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่บ้าง อะไรๆ ที่เราอยากจะให้มันเป็น มันจะเป็นเร็วขึ้นหรือเปล่านะ? เด็กบางคนเจอหน้ากันอยู่ทุกวัน เออ มันก็เหมือนๆ เดิม แต่ว่าพอไม่ได้เจอกันไม่นานกลับมาเจอกันอีกที เออ โตขึ้นเยอะนี่ หรือว่าอะไรทำนองนี้มั้ง

ทำไมกันนะ

เวลาที่ผ่านไปในอดีต กับ เวลาที่รอเราอยู่ข้างหน้า มันผ่านเร็วเท่ากันหรือเปล่านะ ก็แปลกดี เวลาที่เรามองไปข้างหน้าในอนาคต ที่เราคิดว่าอีกหลายปีเราจะตาย หรือว่ายังคงมีอีกหลายปีให้เราใช้ชีวิตกับใครบางคน กับอะไรบางอย่าง ….. 20-30 ปีที่เหลืออยู่ (ถ้าผมตายที่อายุ ~60 ปี) มันจะนานขนาดไหนนะ

และแล้ว … ภาพความทรงจำทั้งหมดในชีวิตก็แล่นผ่านตา …. ชีวิตเราผ่านมาเกือบ 30 ปีแล้วหรือ พอเรามองย้อนกลับไป มันกลับดูเหมือนกับพริบตาเดียวเท่านั้นเองไม่ใช่หรือไง ทั้งความสุข ความเศร้า ความเหงา ความทุกข์ ดีใจ เสียใจ ที่ผ่านไปทั้งหมด มันกลับดูเหมือนกับถูก compressed ไว้ให้วิ่งผ่านความทรงจำได้ในเวลาไม่กี่เสี้ยววินาทีเอง

ถ้างั้น … เวลาที่เราคิดว่า ยังมีเหลืออยู่มาก มากมายอีกหลายปี ที่เราคิดไปเองเนี่ย วันหนึ่งเมื่อเราอายุ 50, 60 มันก็คงจะวิ่งผ่านตาเราแบบนี้สินะ มันดูไม่นานอย่างที่คิดเลย

บางทีก็คิดนะ ว่าเรากำลังเสียเวลาที่มีค่า ไปกับอะไรบางอย่างในอดีตที่มันหวนคืนมาไม่ได้หรือเปล่า คิดสิ รู้สึกสิ ว่าเวลาที่เหลืออยู่มันน้อยแค่ไหน ….​ เราก็อย่าให้ตัวเราเองในอนาคต ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ข้างหน้า ต้องมาพูดแบบนี้เลย

“อดีต” ของ “วันพรุ่งนี้” ยังคงแก้ไขได้เสมอ ก็แค่เปลี่ยนวันนี้เอง มันไม่ยากหรอกนะ

Paradox of Thought/Feeling

Friday, September 7th, 2007

วันนี้นั่งคิดเรื่อยเปื่อย อยู่ใน Labyrinth of Thoughts …..

  • ทำไมคนเราต้องเลือกระหว่างจำกับลืม ทั้งๆ ที่สุดท้ายมันก็คือ จำ เหมือนกัน? (ถ้าลืมจะต้องมาเลือกทำไม)
  • ทำไมคนเราต้องคิดว่าจะต้องรู้สึกยังไง ทั้งๆ ที่ความรู้สึกมันทำให้เกิดด้วยความคิดไม่ได้? (ห้ามก็ไม่ได้)
  • ทำไมคนเราต้องอยากได้ในสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้ ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้อยู่ดี
  • ทำไมคนเรากลัวความตาย ทั้งๆ ที่วันนึงเราก็ตาย
  • แต่ทำไมคนเราถึงยังหัวเราะ เล่นโจ๊ก เล่นขำขัน กันได้ ทั้งๆ ที่ความตายมันรออยู่ข้างหน้า
  • ทำไมคนเราถึงพยายามท่องจำ ทั้งๆ ที่ทำไปก็ลืม
  • ทำไมคนเราถึงชอบทำอะไรที่ปากมันไม่ตรงกับใจ (ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ มั้ง?)
  • ทำไมคนเราถึงเลือกเจอสิ่งที่ไม่อยากเจอ ทั้งๆ ที่มันก็เลือกได้อ่ะนะ (คนเราเกิดมาใช้กรรมล่ะสิ)
  • ทำไมคนเราถึงเลือกแคร์คนที่เค้าไม่แคร์เรา
  • แต่ทำไมทีกับคนที่แคร์เรา เราดันเลือกที่จะไม่แคร์
  • ทำไมเราเลือกเชื่อคนที่ไม่มีชื่อ (annonymous) ไอ้พวก “เขาว่า” แต่ว่าบางทีกับ authority กลับไม่เชื่อซะงั้น
  • ทำไมบางคนอยากจะกล้า แต่ว่าปอดแหก
  • แต่เรื่องที่ึควรปอดแหก ดันกล้าซะงั้น
  • ทำไมคนเราถึงมี spec ทั้งๆ ที่พอเจอใครที่มันใช่ มันก็ไม่เห็นจะสนใจเรื่องนี้เท่าไหร่เลย
  • ทำไมเราถึงรักที่จะเลือก แต่ว่ากลับไม่เลือกที่จะรัก (มันเลือกกันได้ด้วยเหรอ ว่าความรู้สึกนี้จะเกิดกับใคร)
  • ทำไมคนเราชอบบอกว่าเข้าใจ แต่ว่าจริงๆ ไม่ได้เข้าใจอะไรเลยสักนิด
  • ทำไมคนเราชอบควบคุมทุกอย่าง ยกเว้นใจตัวเอง
  • ทำไมผมถึงเขียนเรื่องแบบนี้ลง blog นี้วะ (อันนี้ถามตัวเองเล่นๆ ไม่มีอะไรทั้งนั้น)

วันนี้คงจะมีเวลานั่งเล่นเรื่อยเปื่อยมากไปหน่อย แต่ว่าเวลามันก็มีแค่นี้ list นี้ก็คงจะต้องจบลงที่ใดที่หนึ่ง แต่ใครคิดอะไรเพิ่มเติมได้ก็บอกกันมาก็แล้วกัน

Coincidence คำพูดปลอบใจ และทฤษฎีความน่าจะเป็น

Thursday, September 6th, 2007

เคยอ่านเจอ หรือว่าเคยได้ยิน เรื่องความคล้ายกันของ John F. Kennedy กับ Abraham Lincoln มั้ย? สองคนนี้มีอะไรที่คล้ายกันอย่างไม่น่าเชื่อเชียวล่ะ

มันบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ?

ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีช่วงนี้เปิดฤดูกาลบอลน่ะ แล้วทีมโปรดของผม Manchester United ก็เปิดได้อย่างน่าดูสุดๆ คือ เสมอมันรวดสองนัด แพ้ใน derby match อีกตะหาก แต่ว่าช่วงก่อนจะแพ้ Man City ก็มีแฟนบอลที่แม่นสถิติของทีม มาบอกว่าคร้ังสุดท้ายที่เราเปิดฤดูกาลมาเสมอสองนัดเนี่ย ปีนั้นเราได้ 3 แชมป์

ปีก่อน ผมจำได้ว่าก่อนที่ Man United จะแพ้ Milan ใน ECL น่ะครับ มีหลายคนที่เอาสถิติปีที่แล้วกับปีที่ได้ 3 แชมป์นั้นมาเทียบกัน ว่ามันเหมือนกันสุดๆ ในหลายๆ อย่าง ….​

แต่แล้ว ปีที่แล้วก็ไม่ได้ 3 แชมป์ จริงๆ แล้วได้แค่แชมป์เดียว

ผมอยากจะเขียนเรื่องนี้มานานแล้วครับ เรื่องความเข้าใจความน่าจะเป็น ความเข้าใจปรากฏการณ์ของ coincidence และ common sense ที่บางทีอาจจะกลายเป็น common nonsense ไปเสียได้กับเรื่องแบบนี้

มันเป็นธรรมดาครับ ที่ถ้าเรามีข้อมูลอะไรบางอย่าง และเลือกพิจารณาข้อมูลบางอย่าง อย่าง “หลวม”ๆ แล้ว มันจะมีข้อมูลที่สามารถตรงกันได้อย่างน่าอัศจรรย์เลย ลองเล่นเกมง่ายๆ ดูครับ

  1. เอาไพ่มา 2 สำรับ ให้คน 2 คนช่วยกันสับไพ่คนละสำรับ สับให้เละจนกว่าจะพอใจนะ
  2. จากนั้นให้ทั้ง 2 คนหยิบไพ่ใบไหนก็ได้ (หรือว่าจะเอาใบบนสุดของสำรับก็ได้นะ) มาเปิดพร้อมกันทีละคู่
  3. ดูซิว่าจะมี “ตรง” กันบ้างมั้ย

สนุกนะครับ ที่ผม “” คำว่า “ตรง” เนี่ยแหละ เพราะว่าถ้าเรายิ่งระบุ condition ในการ “ตรง” ให้ “หลวม” เท่าไหร่ มันก็ยิ่งตรงกันมากขึ้นเท่านั้น (อันนี้ common sense ใช่มั้ย) เช่น condition ด้านล่างนี้ เรียงจาก strict มากที่สุด ถึงหลวมมากที่สุดนะ

  1. ไพ่จะตรงกันเมื่อทั้งสํญลักษณ์และหมายเลขตรงกัน (1 ใน 52 ใบ)
  2. ไพ่จะตรงกันเมื่อมีสีเหมือนกันและหมายเลขตรงกัน (2 ใน 52 ใบ)
  3. ไพ่จะตรงกันเมื่อหมายเลขตรงกัน (4 ใน 52 ใบ)
  4. ไพ่จะตรงกันเมื่อมีสัญลักษณ์เดียวกัน (13 ใน 52 ใบ)
  5. ไพ่จะตรงกันเมื่อมีสีเดียวกัน (26 ใน 52 ใบ)

เป็นต้น

ผมลองทำ simulation ง่ายๆ นะครับ โดยนับสถิติจากการเล่นเกมทั้งหมด 100 ครั้ง ได้ผลดังนี้ครับ

  1. สัญลักษณ์และหมายเลขตรงกัน มากที่สุด 4 ครั้ง น้อยที่สุด 0 ครั้ง เฉลี่ย 1.05 ครั้ง ตัวเลขที่ออกมากที่สุดคือ 1 (38 ครั้ง)
  2. หมายเลขตรงกัน มากที่สุด 9 ครั้ง น้อยที่สุด 0 ครั้ง เฉลี่ย 4.24 ครั้ง ตัวเลขที่ออกมากที่สุดคือ 3 (23 ครั้ง)
  3. สัญลักษณ์ตรงกัน มากที่สุด 21 ครั้ง น้อยที่สุด 6 ครั้ง เฉลี่ย 12.85 ครั้ง ตัวเลขที่ออกมากที่สุดคือ 10 (14 ครั้ง)
  4. สีตรงกัน มากที่สุด 34 ครั้ง น้อยที่สุด 16 ครั้ง เฉลี่ย 25.6 ครั้ง ตัวเลขที่ออกมากที่สุดคือ 26 (24 ครั้ง)

เห็นได้ชัดเจน ว่ามันจะมีสิ่งที่ บังเอิญ ตรงกันบ้าง ยิ่งเราให้ condition มันหลวมเท่าไหร่ มันยิ่งตรงกันมากขึ้น ง่ายขึ้น เท่านั้น ซึ่งก็พอๆ กับเรื่อง Lincoln กับ Kennedy หรือว่าเรื่องความบังเอิญทั้งหลายแหล่ในฟุตบอล เหตุการณ์ต่างๆ กีฬาต่างๆ สถานการณ์โลกต่างๆ ด้วย

บางทีถ้าเราคิดว่าอะไรมันสำคัญล่ะก็ เราจะ focus และมองเห็นแต่สิ่งนั้นอย่างเดียว เช่นเราลองคิดว่าตัวเลขบางตัวมันสำคัญสิ (เช่น 23 หรือว่า 3.14) เราอาจจะเห็นมันอยู่รอบๆ ตัวมากมายกว่าตัวเลขอื่นๆ .. เพราะว่าเราเลือกมองไพ่ที่สิ่งรอบตัวหงายขึ้นมา เฉพาะใบที่มันบังเอิญตรงกับไพ่ที่ใจเราหงายขึ้นมาเอง

เหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นตลอดเวลาบนโลกนี้ มันก็จะมีอะไรที่คล้ายกันบ้าง มากหรือน้อยก็แล้วแต่เหตุการณ์นั้นๆ บางทีถ้าเหตุการณ์มันคล้ายกับอะไรที่เคยเกิดขึ้นแล้วมันไม่ค่อยดี บางทีเราก็ระลึกไว้บ้างละกันว่า มันเป็นแค่ความบังเอิญเท่านั้น หรือว่าบางทีที่มันไปเกิดคล้ายกับเหตุการณ์ดีๆ มันก็แค่ความบังเอิญเช่นกัน

ระลึกไว้: เพราะว่าเราเลือก มอง ไพ่ที่สิ่งรอบตัวหงายขึ้นมา เฉพาะใบที่มัน บังเอิญตรง กับไพ่ที่ใจเราหงายขึ้นมาเอง

บทความ กับ credit : หนังสือ 35 ปีคณะวิทย์ ศิลปากร

Sunday, September 2nd, 2007

เซ็ง(โว้ยยยยยย)

เขียนบทความลงหนังสือ 35 ปีคณะวิทยาศาสตร์ ม.ศิลปากร (ที่ทำงานปัจจุบัน) ทางคณะอยากได้บทความที่ออกแนว popular science คือ เขียนให้คนทั่วไปอ่าน ไม่วิชาการจ๋า เราก็เขียนให้ และก็เวียนให้คนในภาคช่วยกันอ่าน ช่วยกัน comment

พอมาพิมพ์จริงๆ ชื่อ คนเขียน หายซะงั้น ของอาจารย์ท่านอื่น ภาควิชาอื่น ทำไมมี ชื่อเต็ม และนามสกุล ของอาจารย์ผู้แต่งอยู่ด้วยครบถ้วน แต่ไม่บอกว่าเป็นอาจารย์ภาคไหนเสียด้วยซ้ำ

พอมาเป็นบทความของเรา ทำไมชื่อ รวิทัต ภู่หลำ มันหาย เหลือแต่ อาจารย์ประจำภาควิชาคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร หว่า

เหมือนกับว่าอาจารย์ทั้งภาคช่วยกันแต่งเลยเนอะ

ปล. ดีนะ ที่ยังมี e-mail ของเราลงอยู่ด้วย ไม่งั้นคงไม่มี trace อะไรเลยจริงๆ

แต่ว่าเบื่อว่ะ ทำไมวะ เฮ้อ

ปล. ขอบคุณลูกศิษย์สองคน thitipat ที่เป็นคนสังเกต คนเจอ และ kiterminal ที่เป็นคนบอกผม

September 2007
M T W T F S S
« Aug   Oct »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930