หลังจากอยากจะทำ Photo Blog มานาน … แต่ว่าไอ้โปรเจคที่คิดๆ ไว้หลายตัว ก็แป้กๆ จะเป็นส่วนมาก จากหลายปัจจัย (เช่น ไม่ว่างทำ และผู้ช่วยทำก็ยังไม่ว่าง งานเข้ากันวุ่นวาย) ก็เลยคิดว่า งั้นเฉพาะส่วนตัวเอง ก็มาทำที่นี่เลยก็แล้วกัน เพราะว่าไหนๆ ก็ไม่มีที่ไปแล้ว

อืมมมม ต่อไปคงพยายาม post รูปที่ถ่ายๆ ไปจากวันเวลาต่างๆ ลงที่นี่บ้าง จะพยายามให้ได้ “วันละรูป” จาก concept เดิมที่เคยคิดจะทำเว็บๆ หนึ่งเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว

แต่ว่าคงจะไม่เริ่มพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้หรอกนะ รอหารือกับทีมงานก่อน ว่าจะทำโปรเจค “วันละรูป” ได้มั้ย ถ้าได้ จะรอไปเขียนที่นั่นเลย

 

ขอเขียนอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่มีในหัวมานานแล้ว แต่ไม่เคยลงไว้ที่ไหน (เคยพูดบ้าง ตอนกินข้าว นั่งคุยกับเพื่อนๆ) … ก็คือเรื่องกฏนิวตันง่ายๆ เนี่ยแหละ

เราเคยท่องๆ กันมาใช่มั้ย กฏนิวตัน 3 ข้อ คือ F = 0, F = ma, F = -F …. เอ๊ะ ท่องกันถูกหรือเปล่าเนี่ย นี่มันไม่ใช่กฏนิวตันแล้ว นี่มันสูตรไว้ท่องเข้าห้องสอบไปแทนตัวเลข! กฏมันมีอยู่ว่า

  • ในสภาพไม่มีแรงกระทำ วัตถุย่อมรักษาสภาพการเคลื่อนที่
  • เมื่อมีแรงกระทำ F กับวัตถุมวล m วัตถุจะเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง a
  • เมื่อมีแรงกระทำ F จากวัตถุ 1 ไปยัง 2 จะมีแรงปฏิกิริยา -F จาก 2 ไป 1 ขนาดเท่ากัน แต่ทิศตรงกันข้าม

แล้วมันมีประเด็นอะไรให้เขียนถึงล่ะเนี่ย …. มีสิ ในการทำงานอะไรก็ช่าง ลองคิดว่าคน หน่วยงาน องค์กร ประเทศชาติ หรืออะไรก็ได้ ก็เป็นวัตถุ ที่มีสภาพการเคลื่อนที่ รักษาสภาพการเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง เคลื่อนที่เป็นอะไรก็แล้วแต่ หรือแม้แต่หยุดนิ่ง ก็เป็นสภาพการเคลื่อนที่เช่นกัน

วัตถุนั้นๆ ก็ย่อมจะมีมวล มวลมากมวลน้อย ไม่รู้ล่ะ รู้แต่ว่ามีมวล สมมติว่าเป็น m ละกัน

ถ้าเราเห็นว่าวัตถุนั้นๆ กำลังเคลื่อนที่ไปในทางที่เราไม่อยากให้ไป หรือว่าคิดว่าจะต้องขับเคลื่อนอะไรมันบ้าง จะต้องทำยังไง? การจะเปลี่ยนการเคลื่อนที่ ก็ต้องสร้างความเร่ง การจะสร้างความเร่ง ทำยังไง?

จาก F = ma จะได้ว่า a = F/m จะพบว่า อืมมมมม “มวล” มันเป็น “ตัวถ่วง” นี่นา การจะเปลี่ยนแปลงทิศทางการเคลื่อนที่ จะต้องออกแรงมหาศาล เพื่อเอาชนะมวลที่ต้องตัวถ่วงจำนวนมาก ที่แต่ละตัว ก็จะรักษาสภาพการเคลื่อนที่ของมันเอง ใช่หรือไม่?

ว่ากันว่า คนเรากลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่อะไรหรอก เราก็แค่มวลก้อนหนึ่ง ที่พยายามรักษาสภาพการเคลื่อนที่ ใช่หรือไม่?

ทำอย่างไร ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง? ถ้าเอาเรื่อง Phase Transition มาคิด เราก็ต้องให้พลังงานมันสินะ แต่ว่าพลังงานที่ต้องใช้ในการสลายพันธะอะไรบางอย่าง มันก็คงต้องมาเอาการอยู่ เพราะว่ามวลหลายตัว ก็เป็นลักษณะ “มวลนิ่ง” มานาน และอย่างที่รู้ๆ กัน ว่ามวลนิ่ง เร่งให้เกิดปฏิกิริยาอะไรก็ยากทั้งนั้น สสารหลายตัวมีสภาพเหมือนกับมวลนิ่ง ไม่จับคู่กับสสารอื่นๆ เพื่อให้เกิดพันธะใหม่ๆ อะไรทั้งสิ้น

ไม่เป็นไร เราก็ให้พลังงานมันต่อไป คิดว่าสักวัน จะต้องถึงจุดเปลี่ยนแปลงใน Phase Transition สิน่า และเมื่อจุดนั้นมาถึง มวลส่วนมากของระบบนี้ ก็คงจะพร้อมที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสิน่า

แต่ว่านะ ยิ่งมวลมาก ก็ยิ่งขับเคลื่อนมันยากเท่านั้นแหละ ยกตัวอย่างง่ายๆ เปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ของรถยนต์คันนึง ง่ายกว่าเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ของรถบรรทุกเป็นกอง

Blog entry นี้ มั่วนะครับ มั่วมาก และอย่าไปใส่ใจอะไร หรือหาข้อเท็จจริงทางวิชาการอะไรทั้งสิ้น มันไม่ใช่เรื่องฟิสิกส์ เพียงแต่ผมพยายามเอาข้อคิดจากฟิสิกส์ มาพูดถึงการขับเคลื่อนอะไรก็ช่าง ที่มันเป็นแบบนั้นมานานแล้ว รักษาสภาพการเคลื่อนที่อยู่แบบนั้น ในบางกรณีก็เป็น “มวลนิ่ง” อยู่แบบนั้น ก็เท่านั้นเอง

เออใช่ และลืมคิดไปเลยว่า ยิ่งออกแรง F ลงไปยังวัตถุที่เราพยายามผลักดันเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้รับแรง -F กลับมาจากวัตถุนั้นเท่านั้นแหละ

 

2009

On December 8, 2009, in Just-a-Thought, Personal, Rant, Review, by rawitat

ไม่ได้เขียน Blog มานาน และคิดว่าคงไม่ได้เขียนอีกนาน ไหนๆ เขียนแล้ว ก็ขอเขียน Year in Review ของตัวเองหน่อยก็แล้วกัน แบบไม่เรียงลำดับนะ คิดอะไรออกก็เขียน และจะให้เวลาตัวเองในการเขียน Blog นี้แค่ 20 นาที เป็นอย่างมาก

  • ปรับตัวเข้ากับการบริหารงานแบบราชการๆ ได้มากขึ้น (แปลว่า ปลงตกมากขึ้น) การปรับแนวคิดให้เป็นแบบ Project-based มากกว่า Function-based หรือ Department-based คงเป็นได้แค่แนวคิด เพราะอย่างไรก็ตาม คนยังคิดแยกฝักแยกฝ่าย มากกว่าการช่วยกันทำงาน
  • งานองค์กร หลายอย่างคิด เริ่ม แต่ไม่เดินหน้า เพราะติดปัจจัยหลายอย่างที่คงไม่เหมาะที่จะเขียนลง Blog และเป็นปัจจัยนอกการควบคุม แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะ ความคิดที่ไม่เป็น Project-based หรือ Project-oriented ที่พูดเมื่อกี้น่ะแหละ
  • งานหลายอย่าง ที่เราเคยวาง priority ไว้ลำดับแรกๆ พอทำไปทำมา และหารือไปมากับหลายๆ ฝ่าย (ภายนอกองค์กร) กลับกลายเป็นว่า มีอย่างอื่นที่สำคัญกว่า และผมเห็นด้วย ว่าสำคัญกว่าจริงๆ แต่ตอนแรกเรายังมองไม่เห็นงานพวกนี้มากพอ เข้าใจมันดีพอ ไปๆ มาๆ ก็เลยกลายเป็นว่าต้องจัดลำดับความสำคัญของงานใหม่ งานบางตัวที่เริ่มไว้ ก็ต้องถูกลดความสำคัญลงไป
  • ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร จะทำงาน 10 ตัวพร้อมกัน โดยทุกตัวเป็น Top-priority ไม่ได้หรอกครับ ยังไงๆ ก็ต้องตัดให้มันเหลือแค่ 2 ตัว และตัวนึงเป็น A-Must และอีกตัวเป็น Nice-to-have ถึงจะทำงานได้ ถ้าทุกตัว Top-priority หมด แบบนี้ยังไงก็ทำงานไม่ได้ครับ
  • สุดท้ายก็ต้องเรียนรู้ที่จะพบกันระหว่างทางครับ และผมเองก็กำลังหาจุดที่อยู่ “ระหว่างทาง” นั้นอยู่ ว่าเรื่องไหน จุดไหนถึงจะเหมาะสม ซึ่งก็คงไม่มีจุดตายตัว จุดที่เหมาะสมที่สุด ฯลฯ อะไรทำนองนั้นแน่นอน
  • แต่คนในองค์กรหลายคนดีครับ ทำให้ยังมีใจทำงานให้มหาวิทยาลัยอยู่ได้ (ย้ำนะครับ ทำงานให้มหาวิทยาลัย)
  • เป็นปีที่ซวยพอสมควร มีเรื่อง Drama เกิดขึ้นเยอะหน่อย ไหนเลยจะโดนทุบรถ และอื่นๆ อีกพอควร จะสิ้นปีอยู่แล้ว ก็ยังไม่จบเรื่องจบราว
  • ถ่ายรูปน้อยลงมากๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง พอคอมพิวเตอร์หายไป รูปที่ชอบๆ ที่คิดว่าถ่ายได้ดีๆ สวยๆ มันหายไปหมดเลย (เพราะว่าไม่ได้ Backup รูปไว้) เลยหมดกำลังใจไปพักนึง และก็ไม่สามารถหาเวลาถ่ายรูปได้เหมือนเดิม (และไม่ค่อยกล้าพกกล้องไว้ในรถ “เผื่อมีโอกาสถ่าย” เหมือนเดิม)
  • แต่ก็ยังดี ที่งานที่ทำเล่นๆ ขำๆ เกิดพอจะได้เรื่องได้ราว ถ้าใครยังไม่ทราบ รบกวนดูที่ i sure, i cheer, i hear, i am petdo!
  • จากข้อเมื่อกี้ ขอบคุณน้องๆ ทีมงาน Urchin Image นะ ที่ทำให้โลกมันน่าอยู่ขึ้นบ้าง สำหรับพี่ ไว้หมดวาระ หมดเวรหมดกรรมในปัจจุบันเมื่อไหร่ พี่จะไปช่วยงานที่บริษัทเต็มตัวนะ หวังว่าคงจะอยู่กันถึงวันนั้น
  • ปลงตกมากขึ้นกับนักศึกษา การศึกษา และการเรียนการสอน
  • แต่อย่างน้อยๆ งานหลายๆ อย่างที่เคยคิดว่าจะเริ่มทำ ก็ได้เริ่มทำแล้ว และก็ทำเรื่อยๆ น่ะแหละ ไม่ได้คิดว่าจะเสร็จเมืิ่อไหร่ ตอนนี้ก็มีหนังสือ Rails ที่สุดท้ายก็คงปล่อยฟรี ไม่เขียนขาย เพราะว่าตัวเองก็อ่านโน่นนี่ฟรีๆ บนเน็ตมาเยอะ ไม่ได้กะจะรวยอะไรกับเรื่องนี้อยู่แล้ว และไม่ชอบ ไม่ถนัด กับการเขียนอะไรแบบเป็นทางการมากเกินไป
  • อ่อ iPhone Developer Camp ที่กรุงเทพ ก็ยังไม่ได้ทำสักที หวังว่าคงจะได้ทำบ้าง หลังปีใหม่ เพราะว่าอยากจะให้มันต่างจาก iPhone Training ที่ไปทำที่ Software Park ภูเก็ตบ้าง
  • มีไอเดียทำ iPhone App เยอะแยะเลย แต่ไม่ทำ ไม่่ใช่ไม่มีเวลา แต่เพราะเครียดจากเรื่องอื่น และหมดแรงจะไปลงกับมัน ตอนนี้อยากกลับไปเป็นเหมือนเมื่อตอนปี 2001-2004 มากๆ ที่ตอนนั้น เวลามีเรื่องเครียด จะเขียน code แก้เครียด … เป็นช่วงที่ productivity สูงที่สุดในชีวิต
  • แต่ว่า Cocoa Touch เป็นเฟรมเวิร์กที่สวยมากนะ ถ้าอยู่กับมันทั้งวันได้โดยไม่ต้องยุ่งกับอย่างอื่นเลยก็ดี อิจฉาหลายๆ คนที่สามารถใช้ชีวิตแบบนั้นได้
  • ดูหนังน้อยลงมากๆ และไม่ได้เขียนรีวิวหนังเลย มีหลายเรื่อง ที่จริงๆ ก็อยากจะเขียนถึง ถึงจะเป็นหนังที่เก่าหน่อย (เช่น Batman: Dark Knight) แต่ว่าไปๆ มาๆ ก็ไม่เขียน ขี้เกียจมั้ง
  • กลับมาเรื่องเรียนเรื่องสอน ปีนี้ภาษาที่ใช้ หวยออกที่ Scheme เป็นหลักและ Ruby (เล็กน้อย) ก็คงจะแทรกๆ พวก Linux อะไรพวกนี้ลงไปบ้าง ตามสมควร คงไม่มีภาษาอะไรที่ syntax มันไม่ยุ่งยาก และ uniform ทั้งภาษา ได้เท่ากับ ​Scheme แล้วมั้ง
  • เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการเรียนการสอนเหรอ? ย้ำอีกครั้ง ว่าปลงแล้วล่ะครับ
  • Archievement เล็กน้อยส่วนตัว …​ ในที่สุด ก็หาวิธีอธิบาย Higher-Order Function ได้แบบเนียนๆ และเป็นธรรมชาติมากๆ ได้แล้ว
  • โปรเจคเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายรูปหลายโปรเจค มีสถานะเป็น “ยังไม่มีการดำเนินการ” หรือ “หยุดกลางคัน” หรือ “ล้มเลิก” เช่น คนเล่นกล้อง วันละรูป ซึ่งตอนแรกจะทำเป็นเว็บแอพพลิเคชัน ส่วน Photographic Project ที่ทำอยู่หลายตัว ก็ค้างไปเฉยๆ เพราะว่ารูปหาย หมดแรงถ่ายใหม่ แต่ตอนนี้ก็เริ่มๆ กลับมาถ่ายบ้างแล้ว ได้รูปถูกใจบ้าง แต่ยังไม่มี Keeper หรือรูปแบบโคตรๆ ได้อารมณ์ หรือ Decisive Moment เท่าไหร่
  • นั่นสิะ Blog ก็แทบไม่ได้เขียน
  • แก่ลงเยอะนะเนี่ย ขับรถเยอะๆ เดินทางไกลๆ แล้วร่างกายงอแง
  • เวลาอากาศเปลี่ยน ก็จะชิงไม่สบายเป็นคนแรกๆ ขององค์กรเลยซะด้วยซ้ำ
  • บ่นน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถติด เน็ตช้า บริการห่วย ฯลฯ เรื่องต่างๆ ที่เคยบ่นเวลาไปที่โน่นที่นี่ ส่วนหนึ่งก็คงเพราะว่าปลง อีกส่วนหนึ่งก็คงเพราะเข้าใจเรื่องต่างๆ มากขึ้น เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องธรรมชาติของคน เรื่องฯลฯ
  • กินข้าวน้อยลงเยอะ …. ส่วนมากตอนนี้เหลือแค่วันละมื้อ คือ มื้อเย็น ไม่รู้อยู่ได้ยังไงเหมือนกัน แต่มันเกิดอาการเบื่ออาหาร และไม่ค่อยอยากจะกินอะไรเท่าไหร่ ใน 5 วันทำงาน จะกินข้าวเที่ยงกับเค้าอยู่ประมาณวันสองวันเท่านั้นแหละ
  • เรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดกับผมก็คือ …. เดี๋ยวนี้ผมเริ่มต้นสัปดาห์ ด้วยการถามหาวันศุกร์ ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้เลยในชีวิต เคยแต่อาทิตย์นึงมี 7 วัน ก็ทำงานมันซะเต็มๆ และไม่เคยคิดว่าเหนื่อย ไม่เคยคิดว่าอะไรทั้งนั้น คิดแต่ว่า “สนุก”
  • ถ้ากลับไปเป็นนายตัวเอง เต็มๆ ตัวอีกครั้ง … จะดีขึ้นหรือเปล่านะ?

เฮ้อ … ทำไมมีความรู้สึกว่า 30 ปีผ่านไป ชีวิตมันเพิ่งจะเริ่มต้นใหม่ ยังไงก็ไม่รู้ … entry นี้คงเขียนแค่นี้แหละครับ พบกันใหม่ สวัสดีครับ



(ภาพจาก iampetdo.com ตอน “ขอ report”)