รีวิว: Fujifilm X-Pro1

นี่คือรีวิว/บทความที่ผม “ดองไว้นานที่สุดในชีวิต” เพราะว่าดราฟท์ไว้ 2-3 ย่อหน้าตั้งแต่ 08/29/2012 โน่นเลย จะว่าไปแล้วก็เกินปีแล้วสินะ … และวันนี้ก็คงจะถึงเวลาที่จะมานั่งเขียนมันให้เสร็จซะที

สารภาพเลยว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้รีวิวนี้เสร็จก็คือว่า วันหนึ่งผมพบว่ามีท่านผู้อ่านหลงเข้ามาเว็บผมด้วยคำค้นนี้ครับ:


searchterm.png

แบบนี้ก็เลยบอกตัวเองว่า “ต้องจัดซะแล้ว” และสารภาพตามตรงครับ ว่านี่คือกล้องที่ “เขียนรีวิวยากที่สุด” ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ผมจะบอกตรงๆ ตั้งแต่ตรงนี้เลย ไม่ต้องเสียเวลาอ่าน

Firmware: Fujifilm เข้าใจ เก็ท และใช้ประโยชน์จากความเป็น “คอมพิวเตอร์” ของกล้องสมัยใหม่คุ้มที่สุด อัพเดททีไร เหมือนได้กล้องใหม่ทุกที

แล้วเจ้า Firmware มันเกี่ยวอะไรกับเขียนรีวิวกล้องล่ะเนี่ย?!?! คำตอบสั้นๆ ก็คือ มันทำให้อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปครับ บางครั้งรู้สึกเหมือนได้กล้องใหม่เลยทีเดียว


DSCF7023.jpg

Product Shot … เอ๊ย! ไม่ใช่ล่ะ! ผิด Product แล้ว!

ผมบอกตามตรงเลยครับ ว่าทุกครั้งที่ผมจะเขียนรีวิว ก็จะมีข่าวว่าฟูจิจะออก Firmware ใหม่ ซึ่งจะปรับปรุงตรงนั้นตรงนี้ ผมก็จะรอไปก่อน แล้วพอมันออกมาให้ลองใช้จริง ก็จะมีหลายต่อหลายเรื่องที่เปลี่ยนไป ทำให้อยากจะเขียนใหม่ ผมกล้าพูดครับว่ารีวิวของ Fujifilm X-Pro1 ที่ออกมาตั้งแต่กล้องออกมาใหม่ๆ แล้วไม่ได้รับการปรับปรุงไปตาม Firmware เรื่อยๆ นี่มีข้อมูลที่ไม่จริงแล้วหลายต่อหลายอย่าง และจนกระทั่งวันนี้ผมคิดว่ามันน่าจะนิ่งมากแล้ว ดังนั้นก็เลยได้เวลาเขียนสักที

งั้นเริ่มกันที่เรื่องแรกกันเลยครับ


DSCF7072.jpg

หมาน้อยบนโซฟา

Continue Reading →

รีวิวซีรี่ส์: Nikon 1 – “The 3 Lenses After”

เมื่อเดือนกันยายนปี 2011 Nikon ได้ออก “ระบบใหม่” คือ Nikon 1 หรือที่เรียกว่า “รูปแบบ CX” (CX Format) ซึ่งใช้ “เซ็นเซอร์ขนาดเล็ก” ที่มี Crop-Factor (หรือที่เราเรียกว่า “ตัวคูณ”) ที่ประมาณ 2.7 ที่ทำให้มันมี Depth-of-Field (DoF) กว้างมหาศาลโดยธรรมชาติ และทำให้ระบบทั้งระบบ (ไม่ใช่แค่ตัวกล้องนะ แต่คือ “กล้อง+เลนส์”) มีขนาดเล็กลงได้แบบมากมายเมื่อเทียบกับกล้อง Mirrorless ตัวอื่นๆ …​ โดย Nikon ได้ออกมาพร้อมกับเลนส์ 4 ตัวคือ 10mm f/2.8, 10-30mm f/3.5-5.6, 30-110mm f/3.8-5.6 และ 10-100mm f/4.5-5.6 PD-Zoom

แต่นี่เอง เป็นจุดเริ่มของเสียงวิจารณ์เยอะแยะมากมาย และเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ

  1. “ไม่มีเลนส์ไวแสง” (พวก f/1.x-f/2)
  2. “ไม่มีเลนส์มุมกว้าง” (กว้างกว่า 28mm)
  3. “ไม่มีเลนส์นอร์มอล” (เทียบเท่า 35 หรือ 50mm ซึ่งมักจะเป็นเลนส์ไวแสงด้วย) และ
  4. “เล่นชัดตื้นหรือ Shallow DoF ไม่ได้” (เป็นผลมาจากการไม่มีเลนส์ไวแสง และเซ็นเซอร์เล็ก)
  5. “ไม่มีเลนส์เฉพาะทาง” (เช่น ถ่ายภาพบุคคล ซึ่งมักจะหมายถึงเลนส์ระยะเทียบเท่า 85-135 ที่ไวแสง เล่นชัดตื้นได้ หรือเลนส์มาโคร)


SDIM0676.jpg

Nikon V1 และเลนส์ 6.7-13mm f/3.5-5.6, 10-30mm f/3.5-5.6, 30-110mm f/3.8-5.6, 18.5mm f/1.8 และ 32mm f/1.2

แล้วก็ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกมาก เช่น คุณภาพของภาพที่ได้ ก็ไม่ได้หนีจากกล้องคอมแพคมากมายเท่าไหร่นัก ถึงมันจะดีกว่าก็ตาม ด้วยความที่เซ็นเซอร์มันใหญ่กว่าคอมแพคอย่าง P7000 แค่เท่าตัวเท่านั้น … ไม่ใช่แค่นั้น หลังจากนั้นไม่นาน Sony ก็ยังเชือด Nikon 1 นิ่มๆ ด้วยการออก “คอมแพคเซ็นเซอร์ใหญ่” แท้ๆ อย่าง RX100 ซึ่งใช้เซ็นเซอร์ขนาดเท่ากับ Nikon 1 ออกมาอีก .. นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องคอขาดบาดตายอย่าง “ราคา” ที่ต้องยอมรับว่า Nikon 1 – V1 & V2 นี่แพงมากจริงๆ เมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ เล่นเอาขายแทบไม่ออกจนกระทั่งต้องลดราคามาแบบครึ่งๆ จากราคาเปิดตัวโน่นเลยถึงจะมีคนเล่น (ผมเป็นคนหนึ่งที่ซื้อ V1 ตอนที่ออกใหม่ๆ และไม่ซื้อ V2 …. จะรอดู V3 ซึ่งตอนนี้ก็ยังเงียบผิดปกติ)
Continue Reading →

รีวิว: Nikon 1 – 32mm f/1.2 N

[อัพเดท:] สลับลำดับรูปและเพิ่มตัวอย่างการแก้ Color Fringing


รีวิวเลนส์ตัวสุดท้ายในซีรี่ส์ “Nikon 1 – The 3 Lenses After” ครับ ซึ่งนี่เป็นเลนส์แบบที่หลายต่อหลายคนรอคอยให้มันออกมาเสียที เพราะอะไรเหรอ คำตอบง่ายๆ คำตอบเดียวครับ “f/1.2” ซึ่งนั่นอาจจะหมายถึงว่าในที่สุดเราก็จะได้ “Shallow Depth-of-Field” หรือการ “ละลายฉากหลัง” ได้ในการถ่ายรูปปกติๆ (ไม่ใช่จ่อวัตถุ) จากกล้องในระบบ Nikon 1 กันเสียที!


DSCF4858.jpg

Product Shot แบบบ้านๆ เช่นเคย


Disclaimer เกี่ยวกับรูปถ่าย: ทุกรูปที่ลงในบทความนี้ ไม่มีรูปไหนที่ “จบหลังกล้อง” ทุกรูปถ่ายเป็น JPEG Normal จากกล้องเท่านั้น ไม่มีถ่าย RAW และทำต่อนิดหน่อยเท่าที่ไฟล์มันจะทำต่อได้ใน Lightroom เพื่อให้เห็นผลจากการใช้งานจริงในแบบ Real-World Usage ไม่ใช่เน้นแบบ Lab-Test รูปทั้งหมดสามารถดูรูปใหญ่ได้ที่ Flickr ซึ่งผมลงไว้ที่ Photoset นี้ [Review] Nikon 1 – 32mm f/1.2 N ซึ่งตอนนี้มีรูปเท่ากับที่ลงในบทความนี้ แต่อาจจะเพิ่มในอนาคต (ซึ่งจะลงใน Flickr แต่ไม่เอามาลงเพิ่มในบทความนี้แล้ว)


ก็เพราะว่า Nikon 1 ใช้เซ็นเซอร์ขนาดเล็กมาก เมื่อเทียบกับระบบ DSLR และ Mirrorless ทั้งหมด (ยกเว้น Pentax Q) ข้อดีโดยธรรมชาติของมัน (มี Depth-of-Field มหาศาล) กลายเป็นข้อเสียในตัวเอง (เล่น Shallow DoF ยากมาก) ซึ่งข้อเสียข้อนี้จะแก้ได้โดยการมี “เลนส์ไวแสง” และ “เลนส์ทางยาวโฟกัสที่ยาวขึ้น”


DSC_0932.jpg

ลูกชายกำลังนอนเล่นในบ้าน

ก่อนหน้าตัวนี้ Nikon ก็มีเลนส์นอร์มอลไวแสงออกมาก่อน นั่นก็คือ 18.5mm f/1.8 ซึ่งเทียบเท่ากับเลนส์ 50mm (อ่านรีวิว) และแน่นอนว่า ด้วยความที่ธรรมชาติของมันก็ยังเป็นเลนส์ 18.5mm เหมือนเดิม ดังนั้นแม้ว่าจะมีรูรับแสงขนาด f/1.8 ก็ยังช่วยอะไรไม่ได้มากนักกับเรื่อง Shallow DoF เล่นเอาคนที่อยากจะเห็นหลังเบลอๆ หรือพูดง่ายๆ “ละลายฉากหลัง” ผิดหวังไปตามๆ กัน

แล้วครั้งนี้ล่ะ? นอกจากจะไวแสงขึ้นมากมาย (f/1.2) แล้วยังมีทางยาวโฟกัสที่ยาวขึ้น (32mm ซึ่งเทียบเท่ากับระยะ 86mm) อีกด้วย

Continue Reading →

รีวิว: Nikon 1 – 6.7-13mm f/3.5-5.6 VR

[อัพเดท: 14 กันยายน 2013] เพิ่มรูปถ่ายเปรียบเทียบกับ D800+24-120 f/4 N


สิ่งที่ทำให้ผมอึดอัดมาก เวลาจะต้องใช้ Nikon 1 เป็นกล้องหลักหรือกล้องตัวเดียวเวลาไปเที่ยว ก็คือ “การที่มันไม่มี Ultra-Wide” ทั้งๆ ที่ด้วยความที่เซ็นเซอร์มันเล็ก มันน่าจะ “เกิดมาเพื่อสิ่งนี้” .. คิดดูสิ Depth-of-Field (DoF) มหาศาลโดยธรรมชาติซะขนาดนั้น … และแล้วด้วยเลนส์นี้ ความต้องการของผมก็เป็นจริง เพราะมันคือ Ultra-Wide Zoom ที่ให้ Field-of-View (FoV) เทียบเท่า 18-35mm


DSCF0635.jpg

หน้าตาของ 6.7-13mm f/3.5-5.6 .. Product Shot แบบบ้านๆ


Disclaimer เกี่ยวกับรูปถ่าย: ทุกรูปที่ลงในบทความนี้ ไม่มีรูปไหนที่ “จบหลังกล้อง” ทุกรูปถ่ายเป็น JPEG Normal จากกล้อง ไม่ก็ RAW (ภาพที่แสงยากๆ มีความต่างแสงเยอะๆ ถ้าใช้ JPEG มีโอกาสข้อมูลหายสูง ก็จะถ่าย RAW ไว้) และทำต่อนิดหน่อยเท่าที่ไฟล์มันจะทำต่อได้ใน Lightroom เพื่อให้เห็นผลจากการใช้งานจริงในแบบ Real-World Usage ไม่ใช่เน้นแบบ Lab-Test รูปทั้งหมดสามารถดูรูปใหญ่ได้ที่ Flickr ซึ่งผมลงไว้ที่ Photoset นี้ [Review] Nikon 1 – 6.7-13mm f/3.5-5.6 VR ซึ่งตอนนี้มีรูปเท่ากับที่ลงในบทความนี้ แต่อาจจะเพิ่มในอนาคต (ซึ่งจะลงใน Flickr แต่ไม่เอามาลงเพิ่มในบทความนี้แล้ว)


เลนส์ตัวนี้นับเป็นเลนส์ที่ผมตั้งตารอมากที่สุดในบรรดา Line up ที่ประกาศตัวออกมาล่วงหน้าของ Nikon 1 ทั้งหมด ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบถ่ายเลนส์มุมกว้างมาก (ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง รวมถึงประเด็นปรัชญาแบบที่เคยเขียนไว้ในบทความ “มุมกว้าง” ด้วย) ผมก็เลยสั่งร้านประจำไปว่ายังไงๆ ก็ต้องสั่งให้ผมตัวนึงนะ


DSC_0283.jpg

ท้องฟ้า หน้าผา ทะเล
สถานที่: Centara Grand Beach Resort & Villas (กระบี่)

Continue Reading →

รีวิว: Nikon 1 – 18.5mm f/1.8

ผมถือว่า

ไม่มีระบบกล้อง-เลนส์ไหนจะสมบูรณ์ หากปราศจาก “​Normal Prime ไวแสง”

ดังนั้นผมเลยขอเปิดซีรี่ส์บทความ “Nikon 1 – The 3 Lenses After” ด้วยเลนส์ตัวแรกที่ออกมา ก็คือ Nikkor 18.5mm f/1.8 ซึ่งเมื่อใส่กับ Nikon 1 ที่มี CX Sensor (Crop factor = 2.7) แล้วจะได้ Field of View เทียบเท่ากับเลนส์ 50mm ทำให้ถือได้ว่า “นี่คือเลนส์ Normal Prime ไวแสง” ตัวแรกของระบบ Nikon 1


DSCF4802.jpg

Nikon 1 – Nikkor 18.5mm f/1.8 บนโต๊ะเปื้อนฝุ่น


Disclaimer เกี่ยวกับรูปถ่าย: ทุกรูปที่ลงในบทความนี้ ไม่มีรูปไหนที่ “จบหลังกล้อง” ทุกรูปถ่ายเป็น JPEG Normal จากกล้อง และทำต่อนิดหน่อยเท่าที่ไฟล์ JPEG Normal มันจะทำต่อได้ใน Lightroom เพื่อให้เห็นผลจากการใช้งานจริงในแบบ Real-World Usage ไม่ใช่เน้นแบบ Lab-Test รูปทั้งหมดสามารถดูรูปใหญ่ได้ที่ Flickr ซึ่งผมลงไว้ที่ Photoset นี้ [Review] Nikon 1 – 18.5mm f/1.8 ซึ่งตอนนี้มีรูปเท่ากับที่ลงในบทความนี้ แต่อาจจะเพิ่มในอนาคต (ซึ่งจะลงใน Flickr แต่ไม่เอามาลงเพิ่มในบทความนี้แล้ว)


ความรู้สึกแรกตั้งแต่เห็นเลนส์ตัวนี้ที่ร้านประจำ ก็คือ “ใหญ่ว่ะ” ซึ่งอันที่จริงแล้วก็ไม่ได้เกินความคาดคิดมากไปนัก เพราะเลนส์ไวแสงยังไงๆ มันก็ค่อนข้างใหญ่อยู่แล้วล่ะ ยิ่งไวแสงมากยิ่งใหญ่มากขึ้น … แต่ .. เอ จำได้ว่า Panasonic 20mm f/1.7 รุ่นแรกมันเหมือนจะเล็กกว่านี้นี่หว่า! โดยเฉพาะเมื่อเอามาใส่กับ Nikon V1 เห็นได้ชัดเลยว่ามันค่อนข้างจะใหญ่เมื่อเทียบกับตัวกล้อง ดังนั้นความหวังที่จะมีเลนส์ Normal ตัวเล็กๆ (อารมณ์ 50mm f/2 Summicron เทียบกับขนาดบอดี้ของ Leica M8/9) ก็จบไปเรื่องนึง


DSC_0047.jpg

เจ้าหมาน้อยทำหน้าแบบ “พ่อจาปายหนายยยอีกแย้ววว?”
สถานที่: บ้าน


Continue Reading →

รีวิว: Sigma DP2 Merrill – High ISO

จากบทความ รีวิว: Sigma DP2 Merrill ที่ผมเขียนถึง Sigma DP2M ว่า

และข้อดีข้อเดียวของมันที่ว่านี้ก็คือ “ภาพที่ได้ ที่ ISO ต่ำ” ครับ … ภาพที่ ISO ต่ำ Sigma DP2 Merill ต่อย X-Pro1+35/1.4, D800+Sigma 50/1.4, Nikon 50/1.8 ร่วงสบายๆ

และพูดถึง ISO สูงของกล้องตัวนี้ไว้ง่ายๆ ว่า

อย่าคิดว่ากล้องตัวนี้ถ่ายได้เกิน ISO 800 ซึ่งเป็นอะไรที่โหดร้ายมากในยุคที่แม้แต่กล้อง Compact ตัวเล็กๆ นี่ยังมี ISO 1600 ที่พอใช้งานได้ …. ผลที่ได้จาก ISO 800 ขึ้นไป นี่มันแบบ … ห่วยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ล่ะ สีเพี้ยนกระจาย Noise เยอะแบบไม่รู้จะว่าไง

ก็เลยมีคนถามผมหลังไมค์ว่า แล้วไอ้ที่ว่าห่วยๆ นี่ขนาดไหนล่ะ ผมเลยเอามาลงให้ดูกันสักหน่อยครับ ว่าเป็นไง โดยรูปทั้งหมดนี้ถ่าย RAW จากกล้อง ตั้งบนโต๊ะกินข้าวง่ายๆ ถ่ายของที่วางอยู่บนชั้นวางของใต้ TV ที่บ้านธรรมดา ไม่มีอะไรซับซ้อนหรือจัดฉาก แล้วใช้ Sigma Photo Pro (SPP) ในการ export เป็น JPEG ง่ายๆ เลือกทุกอย่างเป็น default หมด ก็คือ

  • เลือกให้ export จากข้อมูล X3 จากกล้องเลย ไม่ปรับอะไรทั้งนั้นกับเรื่องสีสันความสว่าง ฯลฯ
  • เลือกการจัดการกับ Noise แบบ default ทุกอย่าง ซึ่ง SPP จะทำ Noise reduction ให้แบบ normal ซึ่งเป็นตัวเลือกปกติที่ผมใช้กับรูปจากกล้องตัวนี้ทั้งหมด
  • จากนั้น import เข้า LR5 และทำการ export อีกครั้งเพื่อแปะลายน้ำอัตโนมัติ ย่อขนาดให้ด้านยาวเป็น 1600 pixels มี sharpen for screen เป็นอันจบ

ตัวเลือกแบบนี้ก็เพื่อให้เห็นว่าสถานการณ์ใช้งานจริงแบบ export จริงๆ ไม่ได้มานั่งทำละเอียดทีละภาพๆ จาก SPP (ซึ่งห่วยมาก) นั้นจะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร

รูปแรกจาก ISO100 ก่อน เพื่อให้เห็นว่าที่ base-ISO เป็นยังไงบ้าง แต่อยากจะบอกเลยว่า scene แบบนี้ไม่ใช่แนวถนัดเลยของ DP2M (อะไรก็ตามที่สีดำเยอะๆ จะไม่ใช่แนวถนัดของกล้องตัวนี้ เท่าที่สังเกตนะ จะมี color cast หรือ color noise เกิดขึ้นได้เยอะและง่ายมาก


SDIM0564.jpg

Continue Reading →

รีวิว: Sigma DP2 Merrill

ไม่ได้รีวิวของเล่น (กล้อง เลนส์ หูฟัง) มาซะนานเลย ว่าจะเขียนๆ ก็ไม่ได้เขียนสักที โดยเฉพาะ Fujifilm X-Pro1 ที่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้เขียน (และก็คงจะยังไม่เขียนต่อไป จนกระทั่ง firmware 3.0 ออกมาซะก่อน) …​ แต่ “ตัวนี้”​ คงต้องเขียนถึงเป็นกรณีพิเศษซะหน่อย …. และ “ตัวนี้” ที่ว่าก็คือ Sigma DP2 Merrill ครับ


DSC_9430.jpg

Sigma DP2M วางอยู่หน้ากล่อง เสริมหล่อด้วย Hood กับ View Finder ที่ซื้อแยกต่างหาก

Disclaimer เกี่ยวกับรูปถ่าย: ทุกรูปที่ลงในบทความนี้ ไม่มีรูปไหนที่ “จบหลังกล้อง” ทุกรูปถ่ายเป็น X3 RAW จากกล้อง Convert เบื้องต้นใน Sigma Photo Pro และทำต่อใน Lightroom เพื่อให้เห็นผลจากการใช้งานจริงในแบบ Real-World Usage ไม่ใช่เน้นแบบ Lab-Test รูปทั้งหมดสามารถดูรูปใหญ่ได้ที่ Flickr ซึ่งผมลงไว้ที่ Photoset นี้ [Review] Me & Sigma DP2 Merrill ซึ่งตอนนี้มีรูปเท่ากับที่ลงในบทความนี้ แต่อาจจะเพิ่มในอนาคต (ซึ่งจะลงใน Flickr แต่ไม่เอามาลงเพิ่มในบทความนี้แล้ว)

ทำไมเป็นตัวนี้?

แน่นอนว่าคำถามแรกก็คือ “กล้องมีตั้งเยอะแยะ ที่มีแล้วก็เยอะ ทำไมเป็นตัวนี้?” … ถ้าชอบกล้องตัวเล็กที่มีเลนส์ Prime ก็มีทั้ง Fujifilm X100, X-Pro1+35/1.4, Nikon V1+18.5/1.8 อยู่แล้ว ยังไม่นับ Leica M8+35/2.5 ที่เล็กพอตัวอีกด้วย

คำตอบเรื่องนี้ดูท่าจะเป็นเรื่องของทั้งหัวใจและเหตุผลครับ … ผมชอบ “หลักการ” ของ Foveon X3 Sensor มาก ทั้งหลักการและความกล้าที่จะต่างจาก Bayer Sensor ทั่วไป (ซึ่งอันที่จริงแล้วผมชอบคนที่ทำอะไรแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ครับ เช่นเดียวกับการที่ผมชอบ X-Trans Sensor ของ Fujifilm) … และผมชอบ Street Camera ที่มีเลนส์ Prime กับ Sensor ใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย


SDIM0001.jpg

ดอกไม้บานหน้าวัด, สถานที่: Kamakura, ญี่ปุ่น

Continue Reading →

เลือก “กล้องคอมแพคจากปี 2012”: Tough Choice

2013 แล้วสินะ ได้เวลาเปลี่ยน “กล้องเล็ก” อีกครั้ง (ปกติจะเปลี่ยน 2 ปีครั้ง 2009: Panasonic LX3, 2011: Nikon P7000)

ครั้งนี้ หวยจะออกที่อะไร … อีกอย่าง เดี๋ยวนี้นิยามของคำว่า “กล้องเล็ก” มันเปลี่ยนไป กล้อง Compact รุ่นใหญ่ๆ ตอนนี้ตัวใหญ่กว่ากล้อง Mirrorless เปลี่ยนเลนส์ได้ซะอีก

  • Pana LX7: เลนส์ดีมาก ช่วงดีขึ้น (กว่า LX3) กว้างเหมือนเดิม แต่ยังสั้นไปนิด แต่ยังไม่ชอบสีพานา (ไม่รู้แก้หรือยัง) จะเล่นฝาแฝดมัน (D-Lux 6) ก็ไม่บ้าพอที่จะจ่าย double price เพื่อจุดแดง … แพงเกิ๊น (แต่ถ้ายังไม่ได้ซื้อ Lightroom ก็น่าสน)
  • Canon G1X, G15: No, sir, I don’t shoot Canon. ถึงจะอยากเล่นกับ G1X ก็เถอะนะ เซนเซอร์ใหญ่เวอร์ ตัวไม่ได้ใหญ่ไปกว่า G15 เท่าไหร่ (หรือผมคิดไปเองหว่า) … แต่เลนส์ f ปลายแคบไปนิดอ่ะ
  • Nikon P7700: รู้สึกว่ามันหลุดนิยามของ Compact ไปแล้ว ตัวเบ้อเริ่ม (พอกับพวก G ทั้งหลาย) ช่วงดีที่สุด เลนส์ดีขึ้นเยอะ แถม f กว้างใช้ได้ (แต่ยังไม่เท่าตัวอื่นๆ) แต่ที่สำคัญ .. เท่าที่โหลดไฟล์ sample ตามเน็ทมาทำเล่นดู ไฟล์โหดมาก! … แต่เริ่มที่ 28mm ยังแคบไป และเซนเซอร์เล็กไปหน่อย
  • Nikon P310: ตอนแรกดูๆ ลองเล่นนิดหน่อยก็ชอบนะ หลายอย่างเลย แถมราคาเป็นมิตรที่สุด แต่ว่า.. เจอ 1/2.3″ เซนเซอร์ ที่มี f ปลาย 4.9 โบกมือบ๊ายบายอย่างรวดเร็ว (ถ้า f ปลายขนาดนี้ ขอ 1/1.7″ ได้มะ .. ไม่งั้นขอ f/2.8 …โลภ)
  • Sony RX100: ต้องเชื่อ Sony เค้าเลย ที่ทำ The Impossible จนได้ ยัด 1″ เซนเซอร์ลงในกล้องตัวจิ๋วเดียว แถมได้เลนส์ f 1.8 อีกตะหาก (แต่เฉพาะที่ 28mm นะ ที่อื่นไหล แถมน่าจะไหลเร็วซะด้วย) จะมีที่ไม่ชอบก็อี 20mpx เนี่ยแหละ ไปลองเล่นแล้วไม่ชอบ ไม่ปลื้มเลย Processing ช้าเกิ๊น ไม่ทันใจวัยรุ่น(ตอนปลาย ที่ชีวิตเหลือน้อยแล้ว) ถ้า 10-12mpx น่าจะเจ๋งกว่านี้เยอะ จนไม่น่าจะเลือกยาก อีกอย่างก็ Sony UI & UX และ “Sony Price” (ไม่รู้มี Sony Timer ด้วยหรือเปล่า…)
  • Samsung: What? อะไรนะ มียี่ห้อนี้ด้วยเหรอ?
  • Fuji XF1: สวยอ่ะ เห็นแล้วกิเลสจับ แต่นอกจากความสวยแล้วไม่ค่อยจะมีอะไรเข้าท่าเท่าไหร่ (และการเปิดกล้อง จะทำให้ยากขนาดนั้นเพื่ออะไรหว่า)
  • Fuji X10:สวยเหมือนกัน เหมือนจับ X-Pro1 มาย่อส่วนเลย แถม 2/3″ เซนเซอร์ด้วย ใหญ่พอตัว … เลนส์ f2-2.8 น่าสนใจมาก มาตกม้าตายเอาอีระยะ 28-112mm เนี่ยแหละ ถ้าเป็น 24-112mm หรือแม้แต่ 25-112mm นะ ก็ไม่ต้องคิดมากเช่นกัน (คือ ถ้าจะเริ่ม 28mm ก็ขอยาวๆ หน่อยละกัน แบบ 28-140 อะไรเงี้ย f จะไหลเกิน 2.8 ไปหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก แต่เยอะจนเป็น f5.9 ก็ไม่ไหวนา แหะๆ โลภอีกล่ะ)
  • Olympus: Call me ignorant. Never look at their compacts.

หวยออกที่ตัวไหนล่ะ….

มีคนถามว่า แล้วพวก Compact แบบ Point & Shoot จริงๆ ตัวเล็กๆ บางๆ นี่ไม่สนใจบ้างเหรอ … บังเอิญว่าผมมีติดตัวอยู่ตลอดอยู่แล้วอ่ะ ชื่อ iPhone 4s (และอีกไม่นานเกินไป คงจะเป็น iPhone 5s อุ๊ปปปปปส์)

RAW vs JPEG: ถ่ายไม่แต่ง และ RAW Converter

ต่อจากเมื่อเช้าและต่อจากวันก่อนนิดหน่อย ครั้งนี้จะให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนขึ้นเมื่อเราถ่าย JPEG กับ RAW และความแตกต่างของ RAW Converter ให้ชัดเจนขึ้น

พอดีขุดเจอรูปที่ถ่าย RAW+JPEG ไว้ ซึ่งกล้องหลายตัวก็มีออปชั่นนี้ให้เลือกว่าจะถ่ายแบบไหน โดยกล้องจะบันทึกไฟล์ไว้ให้ 2 ไฟล์ คือ JPEG ที่ผ่านการประมวลผลในกล้องแล้ว และ RAW ซึ่งเป็นข้อมูลดิบๆ (หมายเหตุ: ทั้งนี้กล้องยังคงถ่ายรูปให้เราครั้งเดียว แต่บันทึกข้อมูล 2 ครั้ง เป็นข้อมูลดิบๆ เลยไฟล์หนึ่ง และรูปที่ล้างแล้วไฟล์หนึ่ง)

เรามาดูภาพ JPEG กันก่อนนะครับ ซึ่งเป็น JPEG จากกล้อง Nikon D90 ซึ่งเป็นกล้องที่มี Image Processing Engine ที่ “เก่าพอสมควรแล้ว” (แปล: รุ่นใหม่กว่านั้นจะมี JPEG Engine ที่ดีกว่า)


DSC_1172-Camera.JPG

ทีนี้ลองมาดู JPEG ที่ Convert จาก RAW โดย Lightroom 4 บ้าง ว่าเป็นไง ต่างกันขนาดไหน

Continue Reading →

RAW vs JPEG: ถ่ายไม่แต่ง อะไรสวยกว่ากัน?

ยังคงเป็นเรื่อง RAW และ JPEG อยู่นะครับ … กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วผมเคยเขียนตอนแรกของบทความนี้ไว้ และบอกว่ามันมีความเชื่ออะไรประหลาดๆ ที่ผิดๆ เกี่ยวกับ RAW อยู่หลายอย่าง เช่น ต้องถ่าย RAW ถึงจะสวย หรือภาพจาก RAW สวยกว่า JPEG ซึ่งผมก็ได้อธิบายไปแล้ว และขยายความในบทความก่อนหน้านี้ ที่ว่าด้วยความสำคัญของ RAW Converter

พอดีช่วงนี้ต้องนั่งจัดการ Catalog ของ Lightroom ซึ่งเริ่มจะใหญ่มากไปนิด ก็เลยมีโอกาสได้ดูรูปหลายต่อหลายรูปอีกครั้ง และได้นั่ง “ล้างฟิล์ม(ดิจิทัล)” ใหม่อีกครั้ง ก็เลยมีตัวอย่างดีๆ มาชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญข้อหนึ่งชัดขึ้น นั่นก็คือ

“RAW สวยกว่า JPEG”

ใครที่อ่านบทความในเว็บนี้มาตลอด จะเห็นว่าผมบอกเสมอว่าข้อความข้างบนไม่จริงหรอก ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ก็แล้วกันครับ มาจากอัลบั้ม Pre-Wedding Trip ของผมเอง รูปแรกเป็น JPEG แบบ Out-of-Camera จาก Nikon D3s (ทุกรูปคลิกดูรูปใหญ่ได้)


DSC_5131.jpg

ลองเทียบดูเล่นๆ กับ RAW จากกล้อง Nikon อีกตัว แต่เป็นรุ่นเล็กกว่าหน่อย คือ D90 (แต่เทคโนโลยีก็ไม่ถึงกับคนละยุค — และเนื่องจากเป็น RAW ดังนั้น Image Processing Engine ในกล้อง ไม่มีผลอยู่แล้ว) อันนี้ Convert เป็น JPEG แบบไม่ทำอะไรทั้งสิ้น ด้วย Lightroom 4 (แน่นอนว่า ถ้าใช้ Capture NX 2 ผลก็จะต่างกัน และอาจจะออกมาสวยกว่านี้)


DSC_0769.jpg

สภาพแสงใกล้เคียงกัน เลนส์คุณภาพพอๆ กัน (D3s ใช้ 70-200/2.8N VRII ส่วน D90 ใช้ 24-70/2.8N) เห็นได้ชัดเจนเลย ว่าภาพที่เป็น JPEG มันสวยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

Continue Reading →