Archive for the ‘ของเล่น’ Category

ของเล่นใหม่ ในที่สุดก็มี Leica กับเค้า!

Tuesday, October 28th, 2008

อ่อ ยังไม่ถึงขนาดจะไปถอย Leica M มาเล่นหรอกครับ (เห็นราคา M8 แล้วกุมกระเป๋าตังค์แน่นต่อไป และไม่คิดจะไปขอลองกดชัตเตอร์เล่นด้วย) แต่ว่าเป็นหมอนี่ครับ

lumix_lx3011.jpg

ครับ Panasonic Lumix LX3 ซึ่งจริงๆ ก็เป็นฝาแฝดกับ Leica D-Lux 4 น่ะแหละครับ (ต่างกันแค่ Image processing engine เท่านั้นเอง)

ผมก็เลยมี Leica กับเค้าซะที … มียังไงเหรอ? ถึงมันจะเป็นฝาแฝดกับ D-Lux 4 แต่ว่ามันก็ยังเป็น Lumix ไม่ใช่เหรอ?

อ่าฮะ ไม่ผิดๆ แต่ว่าเหตุผลที่ผมเลือก LX3 เพราะเหตุผล 4 ข้อครับ

  1. นโยบายสวนทิศทางของความเชื่อสาธารณะ: ไม่เพิ่ม pixel count!
  2. นโยบายที่ถูกทิศทาง แม้ตลาดส่วนมากจะไม่รู้: เพิ่มขนาด sensor!
  3. รูปร่างหน้าตาที่ลอกแบบ Rangefinder หรือกล้องโบราณๆ อีกหลายตัว
  4. เลนส์ Leica DC Vario-Summicron 24-60mm (35mm eq.) f/2.0-2.8

อย่างน้อยๆ ก็มีเลนส์เป็น Leica ล่ะน่า (ฮาฮา) จริงๆ Panasonic ก็ใช้เลนส์ Leica ใน Lumix หลายรุ่นนะครับ แต่ที่พิเศษกับรุ่นนี้ ก็คือ การเลือกทางยาวโฟกัสที่สั้น เพื่อให้ได้คุณภาพที่มากขึ้นในแต่ละช่วง และมีขนาดรูรับแสงที่กว้างมาก (f/2.0-2.8) ซึ่งเมื่อประกอบกับการที่มี sensor ที่มีขนาดใหญ่กว่า compact ทั่วไป (ถึงแม้จะยังเล็กกว่า DSLR รวมถึงพวกที่ sensor เล็กๆ อย่าง 4/3 format หรือ compact ที่ยัด DSLR-class sensor อย่าง Sigma DP1 อยู่มากโข) ทำให้เพิ่มโอกาสได้ภาพค่อนข้างมากทีเดียว และพอจะเล่นกับ Depth-of-Field สวยๆ ได้บ้างเล็กน้อย (เอาไว้ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้นิดหน่อย)

เท่าที่ทดสอบเล่นๆ มา ก็เข้าท่าทีเดียว กล้องตัวนี้กลายเป็นกล้องติดรถ ติดกระเป๋าถือ ใส่กระเป๋ากางเกง ฯลฯ สำหรับกรณี “เผื่อมีภาพอยู่เบื้องหน้า” จะได้ไม่พลาดการได้ภาพเหล่านั้น

การตอบสนองถือว่าทำได้ดีพอสมควร ในเรื่องของประสิทธิภาพและการใช้งาน การตอบสนองเยี่ยม เสียงเงียบมาก มีข้อเสียนิดๆ หน่อยๆ ตรง command dial ด้านบนมันเปลี่ยนตำแหน่งง่ายไปนิด กับ lens cap ที่น่ารำคาญหน่อยๆ (ทำให้ใช้งานมือเดียวลำบากมากๆ เมื่อเทียบกับพวกที่ใช้การเปิดปิดเลนส์แบบอัตโนมัติ) อ่อ แล้วก็อยากให้มี optical viewfinder หน่อยนึงด้วย (เดี๋ยวซื้อ optional เพิ่มเอาก็ได้)

อ่อ มีอีกหน่อย แล้วก็การเลือก aspect ratio ที่มีตัวเลื่อนตรง lens ซ้ายสุดเป็น 4:3 ตรงกลางเป็น 3:2 และขวาสุดเป็น 16:9 ซึ่งมันก็เปลี่ยนไปมาค่อนข้างง่าย คนชอบถ่าย 3:2 อย่างผมก็เลยเซ็งหน่อย เพราะว่าเวลาเอาใส่กระเป๋ากางเกง บางทีมือไปโดนนิดหน่อยพวกก็ชอบเลื่อนไปซ้ายทีขวาที เช่นเดียวกับ Focus mode แต่ว่าอันนี้ยังดีหน่อย ที่ AF อยู่บนสุด แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าอยู่ล่างสุดมันจะดีกว่าหรือเปล่า (กดลง ง่ายกว่าดันขึ้น ดังนั้นถ้า AF อยู่ล่างสุด มันก็จะกดลงไม่ได้อีกแล้ว)

ส่วนเรื่องคุณภาพของภาพ ถือว่าทำได้เยี่ยมเกินคาด แต่อย่างหวังเอาไปเทียบกับ DSLR มากมายนัก แต่ว่าถ้ากรณีทั่วๆ ไป และเอาไว้ถ่าย street หรือว่าถ่ายเล่นถ่ายเที่ยว รับรองว่าคุณภาพไม่น่าเกลียดแน่นอน เรียกได้ว่าสวยเลยล่ะ โดยเฉพาะสีสันดีมาก ถึงจะใช้ Film mode เป็น standard ถ้าใช้ Film mode เป็น smooth ก็ถ่ายคนได้เนียนดี

แถมให้รูปนึงละกันนะครับ นอกนั้นเจอกันใน multiply รูปนี้ถ่ายที่หน้าวิหารเซียน ตอนบรรยากาศอึมครึมสุดๆ ระหว่างฝนตกหนักระลอกแรก กับก่อนฝนหนักๆ ระลอกถัดไปจะเทลงมา ใช้ Auto White Balance ตั้ง Film mode เป็น standard แล้วเพิ่ม sharpness ไป +1 ในกล้อง นอกนั้นไม่ได้ทำอะไรเลย ทั้งสีทั้งคอนทราสท์ และไม่ได้ post-process ทั้งสิ้น (ปกติผมไม่ post-process รูปอยู่แล้ว อันนี้คนรู้จักรู้กันดี) ย่อแล้วลงเลย ไม่ได้ทำการ sharpen เพิ่มเติมก่อนหรือหลังย่อ

lumix_lx3012.jpg

พอใจกับภาพและสีสันที่ได้มากมายครับ

Tamron Depth-of-Field Tool

Friday, September 26th, 2008

ไม่ค่อยได้เข้าเว็บของ Tamron แฮะ วันนี้เข้าไปดู spec ของ AF28-300mm F/3.5-6.3 XR Di VC LD Aspherical (IF) Macro ชื่อยาวเป็นบ้า …. (กำลังหา walkabout lens แบบตัวเดียวเที่ยวทั่วไทยอยู่ สำหรับวันที่ไม่อยากพกเลนส์เยอะ — เมื่อวานมีเวลา 20 นาทีไปนั่งลองเล่นมา ใช้ได้เลย แต่ไม่ได้เอาไฟล์กลับมานั่งส่องที่บ้าน) ก็ไปเจออันนี้เข้า

Tamron Depth of Field comparison tool

tamrondof.png

เจ๋งดีครับ เลยเอามาแชร์กันต่อ

Nikon Digital Rangefinder?

Monday, August 25th, 2008

ตอนแรกอ่าน ข่าวลือ (link: nikonrumors.com) ว่า Nikon อาจจะออก High-end Compact รุ่นสูงกว่า P6000 และจะใช้ APS sensor จาก D60 แล้วฟังหูไว้หู ถึงจะตื่นเต้นกับมันก็เถอะ

คิดๆ อยู่ เมื่อไหร่พวกค่ายใหญ่ๆ พวกนี้จะเอา Sigma เป็นตัวอย่างบ้าง เพราะว่า Sigma DP1 ที่ใช้ sensor ใหญ่ นี่ค่อนข้างดีเลยในเรื่อง image quality (จากการไปนั่งเล่นใน BIG Camera วันหนึ่ง และการอ่านรีวิวจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่าที่หาได้) ถึงจะมีประเด็นถกเถียงกันเรื่องจำนวน pixel ที่แท้จริงของ sensor ตัวนั้นก็เถอะ

คุยไปคุยมากับเพื่อนสนิท (คุณวีร์; Vman) ถึงเรื่องนี้ สรุปว่าคงยากแฮะ

แต่ว่าก็เจอมาอีกน่ะแหละ ข่าวลือ (อีกล่ะ; link ที่เดิม) ว่ามีคนเห็นต้นแบบของ Nikon Digital Rangefinder ในโตเกียว

อืมมม อันนี้น่าสนแฮะ …. และชักเข้าเค้า ว่าไอ้เจ้าตัว High-end compact ตัวที่ว่า นี่มันจะหมายถึง Rangefinder ตัวนี้หรือเปล่า? (เพราะว่าจะว่าไป ด้วยรูปร่าง ลักษณะของมัน หลายคนอาจจะมองเห็น Rangefinder พลาดเป็น compact ก็ได้ ไม่แปลก จริงๆ ก็มีหลายคนน่ะแหละ)

น่าสนใจแฮะ เพราะว่าเอา DSLR ไปถ่าย street candid/street life เนี่ย ขนาดใช้เลนส์ตัวเล็กที่สุดเท่าที่มี (35mm F/2) แล้วนะ คนยังแตกตื่นเลย ความเป็นมิตรของมันค่อนข้างน้อยจริงๆ

แต่ว่าถ้าเอากล้อง compact หรือว่ากล้องติดมือถือมาถ่าย คนมองว่าเป็นเรื่องปกติกว่าเยอะ ……. แบบว่า คงถ่ายเล่นๆ สนุกๆ มากกว่า ดูเป็นมิตรมากกว่า และเป็นเรื่องธรรมดามากกว่า … ใครๆ เค้าก็มีกัน เดี๋ยวนี้น่ะ

D700 ก็ออกไปแล้ว D90 ก็คงจะเร็วๆ นี้ และท่าทางจะมีหมัดเด็ดเรื่องถ่ายวีดีโอได้ พวก Coolpix ก็อัพเดทกันไปแล้วทั้งไลน์ ….. จะมีอะไรซ่อนอยู่อีกหว่า

APS-size sensor Rangefinder หรือว่า APS-size sensor Compact (ที่​ “เงียบหน่อย”) ก็แล้วแต่ ถ้าจริงจะกรี๊ดให้ (อย่าให้เห็นราคาแล้วกรี๊ดสลบยิ่งกว่าเดิมก็แล้วกัน)

ที่มาของ Nikkor 35mm F/2 ในกระเป๋าผม

Friday, August 15th, 2008

เลนส์ที่ชอบที่สุดตัวนึง (แต่ว่าไม่ค่อยได้ใช้ … ถ่าย moving life portrait ไม่เก่ง ….. พยายามอยู่) แต่ไม่ค่อยได้ยินคนพูดถึงกันเท่า 50mm F1.4/1.8, 85mm F1.4/1.8 เท่าไหร่

เขียน blog นี้ไม่ใช่ว่าจะรีวิวเลนส์ตัวนี้หรอกนะ แต่ว่าจะ note เหตุผลทางประวัติศาสตร์เอาไว้ ว่าเหตุผลที่อยากได้เลนส์ตัวนี้คืออะไร

เรื่องของเรื่อง คือบังเอิญวันนึงไปเจอเว็บนี้เข้า

The World Through My Eyes: Nikon 35mm F2 Natural Light Portraits

ก็เลยคิดว่า อืมมม จริงๆ ตัวเองก็น่าจะมี prime lens ระยะขนาดนี้ไว้เหมือนกัน เพราะว่า 50mm พอใช้กับ FOV 1.5 sensor แล้วมันจะครึ่งๆ กลางๆ ไม่ normal ไม่ tele เป็นเลนส์ติดหน้ากล้องใช้ถ่ายไปเรื่อยๆ ตอนเดินๆ เล่นๆ ลำบากพอตัว …. 35mm น่าจะกำลังสวยเลย

อีกอย่าง เห็นในเว็บนั้น อืมม ถ่าย portrait ในที่แคบๆ ระยะใกล้ๆ สวยพอตัวเลยนี่นา (เพราะว่าเหตุผลหลักของผมในการซื้อของเล่นพวกนี้ก็คือถ่ายคน)

ก็เลยไปสอยมาซะ เร็วๆ นี้ว่าจะหาเรื่องใช้เลนส์ตัวนี้มากขึ้นอีกซักหน่อย แต่ว่าก็มีเรื่องให้อารมณ์ไม่ค่อยดีก่อนที่จะได้ใช้ซะงั้น

เอามาโน๊ตไว้ใน blog เพื่อบันทึกความจำของตัวเอง และแชร์กันครับ

จังหวะดีของคนอยากเล่น DX format?

Tuesday, August 5th, 2008

ดูตาม webboard ที่มีการขายกล้องมือสอง ตอนนี้คนปล่อย D300, D200 กับเลนส์ DX format ดีๆ กันหลายคนเลย ตัวยอดฮิตที่ปล่อยกันก็ 17-55mm F2.8 ที่เห็นปล่อยในช่วง 35,000-40,000 กันเยอะมากผิดปกติ

สงสัยสมทบทุนเล่น D700 เป็นส่วนมาก ก็เลยปล่อยทั้งกล้องและเลนส์ที่คิดว่าจะไม่ได้ใช้

แต่ว่าตัวรองๆ ลงมาไม่ค่อยมีปล่อยแฮะ สงสัยต้องรอ D90 ออก อาจจะได้เห็นการปล่อย D80, D60 กันเยอะขึ้นเช่นเดียวกัน (ไม่รู้เหมือนกันแฮ​ะ … ถ้าผมมี D60 ยังไงๆ ก็คงไม่ปล่อยมัน เก็บไว้เป็นกล้องสำรอง)

Wishlist

Monday, August 4th, 2008

เขียนระบายกิเลสตัวเอง

D700 กับ AF Nikkor 135mm F/2 DC.

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดกิเลสน่ะเหรอ …. ที่นี่ Portrait Photo Gallery by Pablo Lee at pbase.com เห็นใช้ D3 กับ 135mm แล้ว ……. กิเลสพุ่ง

พักหลังๆ ยิ่งเห็นคนเริ่มเอาภาพจากดอยเจ็ดลี้มาโพสท์เล่นกันตามพันธ์ทิพย์ ตามไทยดี ตามฯลฯ อยู่

ก็เลยเอามาอยู่ใน Wish list ไว้ก่อน แต่ว่าจะเมื่อไหร่นี่อีกเรื่อง (คงอีกพักใหญ่ๆ มากๆ) (วีร์เคยแซวว่า อีกหน่อยคงจะเห็นผมถอย 3 กษัตริย์ตัวสุดท้าย 14-24 F2.8 … บอกได้เลยว่าตัวนั้นน่ะ ไม่อยู่ในโครงการ คงอีกนานกว่าจะเห็น ฮ่าๆ)

หูฟัง iPhone ของ Apple

Friday, June 20th, 2008

เคยใช้หูฟัง Bluetooth ของ Sony Ericsson มาสองรุ่น ตัวแรกเป็นรุ่นที่เกี่ยวหู ตัวล่าสุดก็รุ่นที่เป็น in-ear จริงๆ ตัวแรกที่ใช้ก็ค่อนข้างจะ OK นะ (เพราะว่าใช้นานจนชิน) แต่ว่า background noise มันเยอะไปหน่อย เรียกว่าเก็บเสียงรบกวนในการสนทนาไม่ค่อยดีเลย (ซึ่งทำให้คุยกันไม่รู้เรื่องในกรณีที่เราขับรถอยู่แล้วเสียงเครื่องมันดัง) ส่วนตัวหลังนี่ ไม่ไหว ยังไงๆ ผมก็ไม่ชินกับพวก in-ear แฮะ (หูฟัง in-ear มีอยู่สองตัวก็ไม่ค่อยได้ใช้ รับมันไม่ค่อยได้)

ก็เลยลองหักดิบ ซื้อสิ่งที่น่าจะเป็นของเล่นราคาแพงมาเล่นอีกชิ้นหนึ่ง (ซึ่งจริงๆ ซื้อก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้ D300 นะ แต่ว่าเพิ่งจะเอามาเขียน) นั่นก็คือ Apple iPhone Bluetooth Headset ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่มีในบ้านเรา มีแต่ของหิ้วเข้ามา ซึ่งราคามันก็จะแพงเวอร์กว่าที่ขายในต่างประเทศแน่นอน ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำใจ(ว่ะ)

แต่ว่ามันก็เป็นหูฟังที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยใช้มาน่ะแหละ ตั้งแต่ดีไซน์ที่มันไม่รกหูรกตา เรียบ และไม่เรียกร้อง คือ ทั้งคนที่ใส่มันและคนทั่วไป ไม่ต้องไปสนใจมันมากเลย มันไม่เรียกร้องสายตา ไม่เรียกร้องความรู้สึก ไม่เรียกร้องอะไรทั้งสิ้น บางครั้งผมใส่มันอยู่ยังคิดอยู่เลยว่า เอ๊ะ เราใส่มันอยู่หรือเปล่า หรือว่าหล่นหายไปไหนแล้ว แล้วก็ต้องเอามือเอื้อมไปจับที่หูดูว่ายังอยู่หรือเปล่าทุกที

เรียกว่า การดีไซน์ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราให้เนียนที่สุด put-on-and-forget มากกว่าจะดีไซน์ให้กลายเป็นจุดที่เราต้องสนใจหรือกังวลมากขึ้นกับชีวิต

ขนาดของหูฟังก็พอเหมาะกับหูผมเกือบพอดีนะ พอใส่ฟองน้ำเข้าไปแล้วก็คับนิดๆ แต่ว่าพอถอดออกมาแล้วพอดีเลย แต่ว่าก็นั่นแหละ แต่ว่าก็ใส่ไปน่ะแหละ รู้สึกแน่นดี ให้ความมั่นใจกว่าว่ายังไงๆ มันก็ไม่หลุดออกมาหรอก (อีกอย่าง ขนาดใส่ไปแล้วนะ บางทียังไม่รู้สึกว่ามีมันอยู่เลย)

คุณภาพเสียงถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเอาเรื่อง

การเชื่อมต่อกับ iPhone ทำได้ง่าย ไม่ต้องมา pair ด้วยการกดรหัสใดๆ ทั้งสิ้น แค่ชาร์จไฟคู่กับ iPhone ที่เราต้องการ pair ก็เป็นที่เรียบร้อย (ในกล่องจะมีแท่นชาร์จมาให้ และจะมีสายชาร์จ USB มาให้อีกเส้นด้วย)

ข้อเสียเท่าที่นึกออกตอนนี้ก็คือ มันมีให้เลือกสีเดียว คือสีดำ ถ้าอยากจะได้สีอื่นก็หมดสิทธิ์ (แต่ว่าผมชอบสีดำอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ถือเป็นข้อเสียสำหรับผม) แล้วก็อีกอย่างก็คือ แบตฯ หมดเร็วไปหน่อย (ถ้าเทียบกับของ Sony) ผมมีความรู้สึกว่าแบตฯ มันไปเร็วมากพอควร

อ้อ ข้อดีอีกข้อก็คือ UI ของมันที่ถือว่า killer มาก นอกจากจะเรื่องการ pair ที่โคตรจะ no-brainer แล้วก็ยังบอกปริมาณแบตฯ ที่เหลือบนโทรศัพท์ (คู่กับตัวบอกปริมาณแบตฯ ของ iPhone เอง) ซึ่งสำหรับ Bluetooth headset ตัวอื่นๆ เท่าที่รู้จักนั้นจะไม่มีวิธีการบอกปริมาณแบตฯ ที่เหลืออยู่อย่างง่ายๆ ให้เราพอจะรู้ได้เลย มารู้ตัวอีกที อ้าว แบตฯ หมดแล้ว แล้วตอนชาร์จไฟ ก็จะขึ้นปริมาณแบตฯ ควบคู่ไปกับแบตฯ ของ iPhone เองด้วยเช่นกัน

มันน่าเอาไปสอนการออกแบบ product กับการออกแบบ user interface และ usability design จริงๆ ให้ตายเถอะ

ปล. สุดท้ายนะ ผมลืมหูฟังน้อยลง เพราะว่าถอดมันออกมาด้วยความรำคาญน้อยลง

Goodbye, D70

Wednesday, June 18th, 2008

หลังจากที่อยู่ด้วยกันมาร่วมสองปี ก็คงต้องถึงเวลาอำลากันแล้วสินะ D70 และเลนส์ 18-70mm ตัวเก่ง (ที่รับช่วงต่อมาจากคุณวีร์ หรือ Vman ในเว็บนี้ มาอีกที)

ขอบคุณที่ให้ผมได้เรียนรู้เรื่องการถ่ายรูป ขอบคุณที่สอนอะไรหลายๆ อย่างให้ ถ้าไม่มีนาย วันนี้ก็คงยังใช้กล้องคอมแพคไปเรื่อยๆ และถ้าใช้กล้องรุ่นใหม่ๆ (อย่าง D80, D300) เลย ก็คงไม่ได้เรียนรู้อะไรขนาดนี้

ว่ากันตามเว็บบอร์ดหลายที่ ว่าตั้ง D70 เป็น ไปใช้กล้องตัวไหนถ่ายก็สวยทั้งนั้น ไม่ใช่อะไรที่ผมได้ยินมาเกินเลยแม้แต่อย่างเดียว ได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะมากมาย ที่คิดว่าถ้าเริ่มด้วย D80 เลยคงจะได้เรียนรู้น้อยกว่านี้เยอะมากๆ จริงๆ

หวังว่าคงจะมีความสุขกับเพื่อน (เจ้าของ) ใหม่นะ และหวังว่าคงจะสอนเพื่อนใหม่ให้เรียนรู้เรื่องการถ่ายรูปทั้งหลายแหล่ ได้อย่างที่เคยสอนผม (แต่ว่าเจ้าเพื่อนใหม่ของนายคงต้องหาแรงบันดาลใจและนางแบบส่วนตัวก่อนหรือเปล่าหว่า?)

ประมวลรูปใน rawitat.multiply.com ที่ใช้ D70 + Nikkor AF-S 18-70mm F3.5-4.5G ED-IF Kit lens

  1. น้องเกดที่พระราชวังสนามจันทร์ (3/25/51)
  2. น้องเกดที่รอบสระแก้ว ม.ศิลปากร (3/27/51)
  3. น้องเกดที่ลุมพินีเพลส สะพานควาย (3/28/51)
  4. ญี่ปุ่น #1: Osaka, Nara, Kyoto (4/3/51)
  5. ญี่ปุ่น #2: To Mt. Fuji (4/4/51)
  6. ญี่ปุ่น #3: เล่นหิมะที่ Mt. Fuji (4/4/51)
  7. ญี่ปุ่น #4: Mt. Fuji ตอนเช้า/เย็น (4/4-5/51)
  8. ญี่ปุ่น #5: Owakudani, Hakone (4/5/51)
  9. ญี่ปุ่น #6: ทะเลสาบที่ Hakone (4/5/51)
  10. น้องกิ๊ฟ ระหว่างทริปที่ญี่ปุ่น (4/3-5/51)
  11. น้องเกดที่เกาะลอย, บ้านฉาง, วังมหาราช (4/7/51)

จริงๆ ยังมีอีกหลายอัลบั้มที่ไม่ได้อยู่ในระบบออนไลน์ไหนๆ ทั้งสิ้น (เช่นวันสงกรานต์ งานพืชสวนโลก สุโขทัย อัมพวา ถ่ายเล่นทั่วไปในมหาวิทยาลัย ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน งานรับปริญญา มศก. หัวหิน ฯลฯ) และไม่คิดจะเอาขึ้นด้วย

Goodbye, my D70.

Nikon D300

Friday, May 30th, 2008

ของเล่นที่แพงที่สุดในชีวิต!

แต่ถ่ายออกมาแล้ว กรี๊ดมาก ….. เลนส์ตัวเดียวกัน มุมเดียวกัน คนเดียวกัน D70, D80 ไม่ต้องเทียบเลย ยับยั้งใจตัวเองมานาน อยากจะได้นานแล้ว แต่ว่ายั้งใจ ยั้งใจ ยั้งใจ ไว้ก่อน ไม่งั้นกระเป๋าตังค์จะแฟบกว่านี้

แต่ว่าพอดีมันมีเรื่อง จะขาย D70 (อาจจะแค่ body หรือว่าจะเอา lens ด้วยซักตัวก็ได้นะ ถ้าใครสนใจก็ให้ราคามาละกัน — จริงๆ มีคนสนใจจะซื้อแล้วล่ะ แต่ว่ายังไม่ได้ตกลงกัน ผมยังรับฟังข้อเสนอนะ … เครื่องเพิ่งจะเข้าศูนย์ check-up มาเดือนเดียว)

ตอนแรกคิดว่าจะหา D40x ให้น้องเกดใช้หัดถ่ายรูปแทนที่ D70 เพราะว่ามันก็เป็นกล้องเล็ก น่าจะเหมาะกับผู้หญิง แต่ว่าหลังจากตีลังกาคิดหลายตลบ ประกอบกับมีเรื่องให้อารมณ์เสียมากมายมหาศาลนิดหน่อย ก็เลยคิดว่า งั้นเอา D80 ให้เกดใช้ดีกว่า แล้วเราก็เล่นสิ่งที่มัน “bug” เรามานานเสียที (เชื่อมั้ย ว่าอ่าน review อ่าน comparison ของตัวนี้บ่อยมาก … ว่าถ้ามี D80 อยู่แล้ว คุ้มมั้ยที่จะอัพเกรด)

ดูผลงานการถ่ายภาพได้ที่ บ้าน multiply ของผม นะครับ แต่ว่าตอนนี้อัลบั้มที่ใช้ D300 ถ่ายยังไม่ได้เอาขึ้นนะครับ (น้องเกดเร่งใหญ่เลย ว่าลัดคิวขึ้นได้มั้ย … เพราะว่ามันสวย)

อ่อ แล้วก็กำลังจะเปิด multiply ใหม่อีกอันครับ เอาไว้เก็บรูปอื่นๆ บ้าง เช่นภาพ macro หรือว่าภาพสถานที่ หรือว่าภาพนางแบบคนอื่น เอาไว้เป็น port นิดหน่อย

ว่าจะเริ่มรับงานถ่ายภาพล่ะครับ ถ่ายคนเป็นหลักนะ (แบบ ถ่ายคนตามงาน อะไรแบบนี้น่ะ)

:-)

แต่ก็แปลว่า ถ้าปีนี้ MacBook Pro มี update ใหญ่ ผมคงต้องรอ revision B จริงๆ แหละ :-)

ของเล่นใหม่

Sunday, May 11th, 2008

เพิ่งจะได้มาครับ Sigma 10-20mm F4-5.6 EX DC HSM เมื่ออาทิตย์ก่อนไปเดินดูที่ Power Buy ที่ Central World เห็นราคา 19,500 แล้วเมื่อวานไปเดินที่ Big Camera ที่ Central ปิ่นเกล้า ว่าจะไปซื้อ SB-800 เพราะว่ายังไม่มี Flash จริงๆ (ตอนนี้ใช้แต่ Pop-up flash ติดกล้อง) เห็นราคา 14,500 ก็เลยสอยมาก่อน เพราะว่าคิดว่าไม่ช้าก็เร็วก็ต้องซื้อ Ultra-Wide อยู่ดี

อีกอย่าง อารมณ์เสีย หงุดหงิดมาก และจิตตกอย่างรุนแรง (อ่าน entry ก่อนใน blog นี้น่าจะได้ไอเดียอะไรบ้าง) … ได้ของเล่นใหม่บ้างปกติอารมณ์จะดีขึ้น อย่างว่า ของเล่นก็คือของเล่นครับ

The difference between a man and a boy is a price of his toy

So true ครับ

ไว้เก็บๆ ตังค์ซื้อแฟลชอีกที ….

December 2008
M T W T F S S
« Nov    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031