<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>rawitat.com &#124; Rawitat Pulam &#187; งานอดิเรก</title>
	<atom:link href="http://www.rawitat.com/category/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rawitat.com</link>
	<description>Simplicity within Complexity, and Vice-Versa</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Jan 2012 07:48:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.4</generator>
		<item>
		<title>ทดสอบ Dynamic Range กับ X100 JPEG</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2011/07/04/638/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2011/07/04/638/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jul 2011 02:23:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[กล้อง/เลนส์]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[งานอดิเรก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2011/07/04/638/</guid>
		<description><![CDATA[เห็นคุณ RBJ ทดสอบ Dynamic Range (DR) จาก RAW ของ D7000 แล้วรู้สึกว่ากล้องสมัยนี้มันเก็บ Dynamic Range ได้ดีน่าใจหายมากๆ เมื่อเทียบกับแค่ไม่กี่ปีที่แล้ว &#8230; ก็เลยนึกสนุกลองดูบ้าง ว่า JPEG จากน้องเล็ก X100 มันจะทำได้ดีแค่ไหน ว่าแล้วก็เอากล้องไปเดินเล่นแถวสยามตอนเย็นๆ แล้วก็กดรูปนี้มาซะ เป็นรูปที่ตั้งใจให้มี contrast ของแสงค่อนข้างมาก จะเห็นว่าฟ้า (Highlight) ค่อนข้างหายและจืด ส่วนด้านล่าง (Shadow) ค่อนข้างมืดมองอะไรไม่เห็นเท่าไหร่ และนี่เป็น &#8220;JPEG&#8221; จากกล้อง ไม่ใช่ RAW ดังนั้นโอกาสที่จะมีข้อมูลเหลือๆ เก็บอยู่ในไฟล์ให้เอามาทำอะไรได้ก็น้อยลงไปเยอะ เอาล่ะ ก็ถึงเวลาทดสอบซะทีว่ามันเก็บไว้ได้แค่ไหน ว่าแล้วก็เปิด Lightroom แล้วก็ปรับแบบไม่คิดอะไรมาก ลาก Recovery กับ Fill Light ให้สุด จากนั้นก็ปรับๆ นี่นั่นโน่นนิดๆ หน่อย พวก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เห็นคุณ RBJ ทดสอบ Dynamic Range (DR) จาก RAW ของ D7000 แล้วรู้สึกว่ากล้องสมัยนี้มันเก็บ Dynamic Range ได้ดีน่าใจหายมากๆ เมื่อเทียบกับแค่ไม่กี่ปีที่แล้ว &#8230; ก็เลยนึกสนุกลองดูบ้าง ว่า JPEG จากน้องเล็ก X100 มันจะทำได้ดีแค่ไหน</p>
<p>ว่าแล้วก็เอากล้องไปเดินเล่นแถวสยามตอนเย็นๆ แล้วก็กดรูปนี้มาซะ</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/07/DSCF1250.jpg" rel="lightbox[638]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/07/DSCF1250-tm.jpg" width="520" height="346" alt="DSCF1250.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>เป็นรูปที่ตั้งใจให้มี contrast ของแสงค่อนข้างมาก จะเห็นว่าฟ้า (Highlight) ค่อนข้างหายและจืด ส่วนด้านล่าง (Shadow) ค่อนข้างมืดมองอะไรไม่เห็นเท่าไหร่ และนี่เป็น &#8220;JPEG&#8221; จากกล้อง ไม่ใช่ RAW ดังนั้นโอกาสที่จะมีข้อมูลเหลือๆ เก็บอยู่ในไฟล์ให้เอามาทำอะไรได้ก็น้อยลงไปเยอะ</p>
<p>เอาล่ะ ก็ถึงเวลาทดสอบซะทีว่ามันเก็บไว้ได้แค่ไหน ว่าแล้วก็เปิด Lightroom แล้วก็ปรับแบบไม่คิดอะไรมาก ลาก Recovery กับ Fill Light ให้สุด จากนั้นก็ปรับๆ นี่นั่นโน่นนิดๆ หน่อย พวก +/- Contrast, Saturation, Brightness, Exposure ให้มันพอดูได้บ้างอะไรบ้าง</p>
<p>ใช้เวลาลวกประมาณ 2-3 นาที ผลลัพธ์นี่อยากจะกรี๊ดสลบเลยทีเดียว &#8230;. ไม่ใช่กรี๊ดเพราะรูปสวยนะ แต่กรี๊ดเพราะ &#8220;DR มันมีให้เล่นเยอะขนาดนี้เลยหรือนี่?&#8221;</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/07/DSCF1250-2.jpg" rel="lightbox[638]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/07/DSCF1250-2-tm.jpg" width="520" height="346" alt="DSCF1250-2.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>อีกครั้งนะครับ นี่เป็นการ &#8220;ตบและดึง&#8221; ดื้อๆ จากไฟล์ JPEG ธรรมดาๆ จากกล้อง ไม่ได้ถ่าย RAW ไม่ได้ทำ HDR</p>
<p>(ป.ล. รูปนี้ดูบนจอ MacBook Pro แล้วสีมันสวยกว่า Samsung ที่ใช้เป็นจอ 2 อยู่มากมายเลยแฮะ สงสัยได้เวลา Calibrate ใหม่)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2011/07/04/638/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>A Week with Fujifilm X100</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2011/05/22/632/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2011/05/22/632/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 May 2011 15:08:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[กล้อง/เลนส์]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[ของเล่น]]></category>
		<category><![CDATA[งานอดิเรก]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2011/05/22/632/</guid>
		<description><![CDATA[Fujifilm X100 เป็นกล้องที่หลายคนตามหา หลายคนอยากได้ หลายคนซื้อมาแล้วไม่ถูกใจรีบขายต่อ &#8230;.. ผมสนใจกล้องตัวนี้ตั้งแต่ประกาศออกมาในงาน Photokina ปีก่อน ด้วยความที่ตัวเองชอบกล้องสไตล์โบราณ และต้องการกล้องคอมแพคที่มีขนาดเซนเซอร์ใหญ่อยู่แล้ว (จะสังเกตว่าผมมีกล้องแนวนี้หลายตัวพอควร ทั้ง Leica M8 และ Panasonic GF1 ซึ่งจริงๆ แล้วหัวใจมันอยากจะได้ Olympus E-Pen มากกว่า .. มันเป็นการต่อสู้กันระหว่างสมองและหัวใจ ที่สุดท้ายแม้ผมจะตัดสินใจซื้อ GF1 แต่ก็ยังอยากได้ E-P2 หรือ E-PL2 อยู่ดี; อาจจะขาย GF1 ด้วยซ้ำ) ครั้งนี้ผมตัดสิน &#8220;รอไปก่อน&#8221; วันหนึ่ง ผมมีโอกาสเจอเพื่อนสนิทที่เคยทำ dualGeek Podcast ด้วยกัน (ก็ยังไม่ได้เลิก เพียงแต่ไม่มีเวลาเท่านั้น) ที่ Siam Paragon และมีโอกาสลองเล่น X100 ตัวเป็นๆ ของเพื่อนผมคนนี้อยู่แป๊บนึง (ซึ่งเจ้าตัวได้เขียนเล่าประสบการณ์กึ่งรีวิว X100 ไว้ที่นี่: Wee [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Fujifilm X100 เป็นกล้องที่หลายคนตามหา หลายคนอยากได้ หลายคนซื้อมาแล้วไม่ถูกใจรีบขายต่อ &#8230;..  </p>
<p>ผมสนใจกล้องตัวนี้ตั้งแต่ประกาศออกมาในงาน Photokina ปีก่อน ด้วยความที่ตัวเองชอบกล้องสไตล์โบราณ และต้องการกล้องคอมแพคที่มีขนาดเซนเซอร์ใหญ่อยู่แล้ว (จะสังเกตว่าผมมีกล้องแนวนี้หลายตัวพอควร ทั้ง Leica M8 และ Panasonic GF1 ซึ่งจริงๆ แล้วหัวใจมันอยากจะได้ Olympus E-Pen มากกว่า .. มันเป็นการต่อสู้กันระหว่างสมองและหัวใจ ที่สุดท้ายแม้ผมจะตัดสินใจซื้อ GF1 แต่ก็ยังอยากได้ E-P2 หรือ E-PL2 อยู่ดี; อาจจะขาย GF1 ด้วยซ้ำ)</p>
<p>ครั้งนี้ผมตัดสิน &#8220;รอไปก่อน&#8221;</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_1_DSCF1159.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_1_DSCF1159-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_1_DSCF1159.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>วันหนึ่ง ผมมีโอกาสเจอเพื่อนสนิทที่เคยทำ dualGeek Podcast ด้วยกัน (ก็ยังไม่ได้เลิก เพียงแต่ไม่มีเวลาเท่านั้น) ที่ Siam Paragon และมีโอกาสลองเล่น X100 ตัวเป็นๆ ของเพื่อนผมคนนี้อยู่แป๊บนึง (ซึ่งเจ้าตัวได้เขียนเล่าประสบการณ์กึ่งรีวิว X100 ไว้ที่นี่: <a href="http://www.weeviraporn.com/2011/05/07/finepix-x100/#more-1050">Wee Viraporn | Fujifilm FinePix X100</a>) ซึ่งก็ทำให้ความอยากได้ X100 ของผมพุ่งกระฉูด ด้วยเหตุผลหลายอย่างเช่น</p>
<ul>
<li>มันเบากว่าที่คิด เบามากเมื่อเทียบกับ Leica M8
<li>เลนส์มันดีกว่าที่คิด โดยเฉพาะ Bokeh ที่สวยมาก มาแนว Leica เลย ภาพ Fade ออกอย่างเนียนสวย ไม่มีอะไรที่รู้สึกว่า &#8220;ยุ่ง&#8221; หรือว่า &#8220;แรง&#8221; หรือว่า &#8220;รก&#8221; อยู่ในส่วนที่ควรจะ &#8220;เบลอและเนียน&#8221; เลย
<li>ความรู้สึกตอนสัมผัสดีมาก ยิ่งถ้าเทียบกับ GF1 ด้วยแล้ว เอ่อ &#8230; อย่าให้เทียบเลย
<li>ความรู้สึกว่ามัน Well-Built มากๆ
<li>ความรู้สึกที่สนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
</ul>
<p>ตายโหง &#8230; ดูไปดูมา นี่มันความรู้สึกทั้งนั้นเลยนี่หว่า เอาล่ะสิ จะเป็นการทะเลาะกันระหว่างสมองกับหัวใจอีกหรือเปล่าหนอ (เพราะสมองผมมันบอกว่าให้เก็บเงินไว้ก่อน) แต่จากบทเรียนครั้งก่อน ทำให้ครั้งนี้ผมไม่ลังเลที่จะให้สมองมายุ่งกับความอยากของหัวใจอีกต่อไปแล้ว (สมองชนะทีไร หัวใจมันไม่ยอมปล่อยวางทุกที)</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_2_DSCF1164.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_2_DSCF1164-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_2_DSCF1164.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>แต่ว่า &#8230; มันหายากมากเลย ไปถามร้านไหนมีแต่ของหมดทั้งนั้น บางร้านก็ไม่เคยมีเข้ามาเลย ก็เลยต้องลุ้นกับคนที่โชคดีซื้อได้แต่ไม่ชอบ แต่ถ้า X100 โผล่มาบนเว็บบอร์ดซื้อขายแลกเปลี่ยนกล้องไม่ว่าจะเป็นเว็บไหนก็ตามเมื่อไหร่ ไม่เกิน 5-10 นาทีมีคนสอยต่อแน่นอน มีอยู่ 2-3 ครั้งที่ผมโทรช้าไปนิดหน่อย (ไม่เกิน 30 นาทีหลังจากมีคนโพสท์กระทู้) ก็กลายเป็นคิวที่ 4-5 ทันที</p>
<p>และแล้ว วันหนึ่งโชคดีก็มาเป็นของผมบ้าง จังหวะที่ผมนั่ง Refresh กระทู้ในห้องขายกล้องของเว็บดังแห่งหนึ่ง ก็มีคนโพสท์ขายกล้องตัวนี้ด้วยเหตุผลที่ว่าซื้อไปลองเล่นแล้วไม่ชอบ และเจ้าตัวกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ ดังนั้นจึงอยากขายก่อน &#8230; แต่ว่าด้วยความที่เขาเป็นคนชลบุรี และตัวผมเองอยู่นนทบุรี จะเอาไงดี (ระหว่างที่คุย ก็มีคนโทรมา 2-3 สาย) สุดท้ายก็เลยนัดเจอกันที่ Central บางนา โดยเขาฝากเพื่อนมาให้อีกทีหนึ่ง &#8230;. โชคดีเป็นบ้าเลย</p>
<p>อารัมภบทมาเยอะแล้ว คงจะต้องเข้าเรื่องกันเสียที ว่ากล้องตัวนี้ใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง<br />
<center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_3_DSCF1162.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_3_DSCF1162-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_3_DSCF1162.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>หลังจากที่ได้ X100 มา และทดลองถ่ายนี่นั่นโน่นเล่นในบ้านสักพัก ผมก็ตัดสินใจ &#8220;ทดสอบ&#8221; จริงจังนิดหน่อย ซึ่งการทดสอบจริงจังของผม ก็ไม่ได้ทดสอบกับ Test Chart อะไรหรอกครับ เพราะว่ามันไม่ได้มีสาระอะไรในความรู้สึกผมซึ่งเป็นเพียงผู้ถ่ายภาพเล่นๆ ทั่วไปเท่านั้น แต่ผมเลือกที่จะทดสอบกับกล้องที่ผมมีอยู่แล้ว ว่าถ้าถ่ายมุมเดียวกันแบบไม่ค่อยคิดอะไร ภาพที่ได้จะออกมาอย่างไร ซึี่งผมได้โพสท์ภาพจากการทดสอบเหล่านี้ไว้บน Flickr ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว</p>
<ul>
<li><a href="http://www.flickr.com/photos/rawitat/sets/72157626709330434/">Quick Comparison: X100, GF1, M8</a>
<li><a href="http://www.flickr.com/photos/rawitat/sets/72157626653659397/">Quick Comparison: X100, D3s+35/2</a>
</ul>
<p>การตั้งกล้องทุกตัวนั้น ผมตั้ง JPEG หมด เพราะว่าโดยปกติผมเป็นคนถ่ายภาพ JPEG มากกว่า RAW ยกเว้นเสียแต่ว่าผมจะรับ JPEG Engine ของกล้องไม่ได้จริงๆ จึงจะถ่าย RAW ซึ่งจากภาพทั้งหมดที่ได้ออกมา ผมพบว่า GF1 กับ M8 นั้นมีโทนภาพของ JPEG ใกล้เคียงกัน และ &#8220;ไม่สวย&#8221; ทั้งคู่ (คือ ผมรับ JPEG จากกล้องสองตัวนี้ไม่ได้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เป็นแค่สองตัวในบ้านที่ผมถ่าย RAW เป็นหลัก) แต่ X100 ให้ JPEG ที่สวยกว่าและเป็นธรรมชาติกว่าแบบเห็นได้ชัด รวมถึง Skin Tone ที่สวยกว่ามากๆ</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_4_DSCF1042.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_4_DSCF1042-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_4_DSCF1042.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>ยิ่งเมื่อทดสอบเทียบกับ D3s ก็ยิ่งทำให้ตกใจ เพราะว่าโทนสีของภาพออกมาใกล้เคียงกันมาก มากจนเรียกได้ว่าถ้าเอารูปหลายๆ รูปมาคละกันแล้วถามผมว่ารูปไหนจาก D3s รูปไหนจาก X100 นี่ผมแยกไม่ออกง่ายๆ แน่นอน และที่สำคัญคือ Bokeh ของ X100 นั้นสวยกว่า Bokeh ที่ได้จากเลนส์ Nikkor 35 f/2 เยอะมาก (ผมไม่ได้เทียบกับ 24-70 f/2.8 นะครับ ถ้าเทียบก็น่าสนุก เพราะว่า 24-70 f/2.8 นี่ก็ Bokeh สวย)</p>
<p>นี่จะเป็นกล้องคอมแพคเซนเซอร์ใหญ่ที่ผมฝันไว้หรือเปล่า? ถ้าใครอ่านจาก<a href="http://www.rawitat.com/2011/01/03/548/">รีวิว Nikon P7000</a> (และ <a href="http://www.rawitat.com/2011/01/07/576/">P7000: On the trip</a>)  ของผมจะทราบว่า ผมชอบ คุ้นเคย และ &#8220;ติด&#8221; สี JPEG จาก Nikon มากๆ &#8230; มากจนผมใช้งาน LX3, G1, GF1 รวมถึง M8 ไม่มีความสุขเท่าที่ควร (ถึงขนาดต้องสร้าง LR Preset และถ่าย RAW มาปรับกับ Preset เอาเอง)</p>
<p>ว่าแล้วก็ต้องลองเอาออกจากบ้านไปถ่ายรูปตามสถานการณ์จริงซะหน่อย</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_5_DSCF0985.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_5_DSCF0985-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_5_DSCF0985.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>จากการถือไปใช้งานจริงที่นั่นที่นี่ ผมพบว่าผมใช้งานมันได้แบบค่อนข้างมีความสุขพอสมควร และพอใจกับผลที่ได้มากๆ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายคน หรือว่าถ่ายสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว โดยรวมๆ แล้วพอใจมาก</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำหนักที่เบาจนไม่รู้สึกว่ารำคาญหรือเป็นภาระกับไหล่และคอ Texture ที่ให้ความรู้สึกดีเวลาที่หยิบขึ้นมาถ่าย View Finder หรือช่องมองภาพที่ดีมาก โดยตัว EVF นั้นเป็น EVF ที่ดีที่สุดที่ผมเคยใช้มา (หมายเหตุ: ผมไม่เคยใช้ EVF ของ Olympus) และถ้าไม่ชอบ EVF จริงๆ หรืออยู่ในบางสภาพแวดล้อมที่ EVF ไม่เหมาะเท่าไหร่ ก็เปลี่ยนไปใช้ OVF ได้เสมอ และ OVF ก็ค่อนข้างทำได้ดี ถึงตอนแรกผมคิดว่ามันจะสว่างกว่านี้สักนิดก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้มืดกว่า OVF ของ M8 นะ</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_8_DSCF1204.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_8_DSCF1204-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_8_DSCF1204.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>พูดถึงเรื่อง OVF ตอนแรกก็งงเหมือนกัน ว่าในเมื่อ OVF มันไม่ใช่ TTL และมันไม่ใช่ Rangefinder แล้วจะรู้ได้ยังไงว่ามันโฟกัสโดนหรือเปล่า แต่ว่าพอมาลองใช้จริงๆ ถึงจะเห็นว่ามันมีขีดบอกระยะโฟกัสให้เราด้วย พร้อมกับกรอบสี่เหลี่ยมแสดงว่ากำลังโฟกัสอะไรอยู่ ซึ่งถ้าเราเคยใช้พวก Zone Focusing หรือ Hyper Focal กับพวก Rangefinder อยู่แล้วก็จะคุ้นกับการประมาณระยะสิ่งที่อยากถ่ายอยู่แล้ว ดังนั้นเห็นตัวเลขก็พอจะประมาณได้ว่าโฟกัสโดนหรือไม่</p>
<p>การควบคุมที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพ ผมให้คะแนนดีกับเรื่องที่เอาการปรับขนาดรูรับแสงไปอยู่บนเลนส์ แต่ว่าหักคะแนนนิดหน่อยตรงที่ไม่ทำให้มันหมุนปรับง่ายๆ เหมือนกับเลนส์ Leica เพราะอันนี้มันอยู่ติดตัวกล้องไปหน่อย ปรับขนาดรูรับแสงตอนจะถ่ายรูป (ดู View Finder อยู่) ยากกว่าที่ควรจะเป็น แต่ว่าแค่นี้ก็เจ๋งแล้ว Leica ยังไม่ทำแบบนี้กับ X1 เลย (ไม่รู้ทำไม) ส่วนที่หมุนปรับชดเชยแสงก็อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย (ตำแหน่งเดียวกับ P7000)</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_9_DSCF1178.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_9_DSCF1178-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_9_DSCF1178.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>ส่วนเรื่องความเร็วชัตเตอร์ ถึงบนที่หมุนปรับความเร็วชัตเตอร์จะเขียนไว้ถึง 1/4000s ก็เถอะ แต่ถ้ารูรับแสงกว้างๆ ก็จะได้น้อยกว่านั้น (ที่รูรับแสงกว้างที่สุด f/2 นั้นจะได้แค่ 1/1000s) ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะว่าชัตเตอร์เป็นแบบ Leaf Shutter ที่อยู่ที่ตัวเลนส์ ไม่ใช่ Focal Plane Shutter ที่อยู่ที่ตัวรับภาพ ดังนั้นความเร็วชัตเตอร์ที่รูรับแสงแคบเลยได้มากกว่ารูรับแสงกว้าง (ระยะทางที่ตัวชัตเตอร์ต้องเคลื่อนที่มีน้อยกว่า) ซึ่งทำให้เกิดปัญหานิดหน่อยในการใช้รูรับแสงกว้างถ่ายภาพตอนกลางวัน</p>
<p>แต่ว่า X100 ก็มี ND Filter ซึ่งจะทำให้กล้องรับแสงได้น้อยลง Built-in มาให้ด้วย แต่การจะเปิดใช้งาน ND Filter นั้นต้องเข้าไปใน Menu ซึ่งก็ไม่ได้เป็นระเบียบอะไรเท่าไหร่ และระบบ Menu เองก็ไม่ได้ทำงานเร็วด้วย (เข้าขั้นช้าเลยล่ะ) ดังนั้นก็อาจจะหงุดหงิดพอสมควร แต่ก็ยังดีที่มีปุ่ม Fn ซึ่งตั้งค่าได้ว่าจะให้ทำอะไรอยู่ปุ่มหนึ่งอยู่แถวๆ ชัตเตอร์ ก็เลยตั้งไว้ให้เข้าถึง ND Filter ซะเลย</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_10_DSCF1187.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_10_DSCF1187-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_10_DSCF1187.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>ส่วนข้อเสียที่เจอน่ะเหรอ บอกได้คำเดียวว่า &#8220;เพียบ&#8221;</p>
<p>เรื่องแรกคือความเร็วของการโฟกัสอัตโนมัติ ซึ่งถ้าเคยชินกับ DSLR มาก่อน (โดยเฉพาะพวก Speed Demon เช่น D3s) จะรู้สึกว่าช้าจนรำคาญ ถ้าเทียบกับ GF1 ก็ยังช้ากว่าอย่างรู้สึกได้ (ก็ GF1 มันโฟกัสไวแบบไม่น่าเชื่อสำหรับกล้องที่ใช้ Contrast Detection) ซึ่งถ้าจะเอาไปถ่ายภาพเคลื่อนไหวเยอะๆ ล่ะก็ บอกได้คำเดียวเลยว่า &#8220;หมดสิทธิ์&#8221; (ไม่ต้องถึงขนาดถ่าย Street Action หรอก แค่พยายามถ่ายหมาเดินไปเดินมาในบ้าน ยังโฟกัสไม่ทันเลย)</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_11_DSCF1226.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_11_DSCF1226-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_11_DSCF1226.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>ถัดมาก็คงเป็นเรื่องความไม่เสถียรของ Firmware ที่ไม่เสถียรเอาซะเลย ใช้ไปใช้มาค้าง และไม่ใช่เจอครั้งเดียวหรือเป็นอยู่คนเดียวซะด้วย อ่านๆ จากเว็บเมืองนอกเจอกันเยอะแยะ ก็หวังว่า Fujifilm จะรีบอัพเดท Firmware แก้ปัญหานี้นะ บางคนบอกว่าใช้ SD Card ที่เร็วที่สุดเท่าที่จะหาได้ อาจจะแก้อาการนี้ได้บ้าง อืมมมม ยังไม่ได้ลองวิธีนี้ดังนั้นผมคอนเฟิร์มไม่ได้ แต่ว่าจริงๆ แล้วค้างไม่ค้าง ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรเลยกับความเร็วของ SD Card แฮะ ถ้าเรื่องการเขียนอ่านไฟล์ก็อีกเรื่อง แต่ผมไม่ได้ถ่าย RAW อยู่แล้ว ก็เลยไม่ต้อง &#8220;รอ&#8221;</p>
<p>เรื่องของโฟกัสยังไม่จบ แต่คราวนี้เป็นเรื่อง Manual Focus ที่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมทำแบบ Electronic (หรือแบบ Fly-by-Wire) มาให้ ทำไมไม่ทำแบบ Mechanical แบบเลนส์เก่าๆ หมุนเท่าไหร่ได้เท่านั้น และการตอบสนองจะไวกว่า แบบนี้ก็เรียกว่า 2 เด้งเลย เพราะว่า Auto Focus ไม่เร็ว แถม Manual Focus ก็ดันเป็นแบบนี้อีก &#8230;.</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_12_DSCF1220.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_12_DSCF1220-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_12_DSCF1220.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>แล้วก็เรื่องเล็กน้อย แต่กวนใจไม่แพ้กัน ก็คือปุ่มต่างๆ ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ปุ่มที่ควรมีก็ดันไม่มี (ต้องเข้าไปใน Menu ซึ่งก็ทำงานช้า) ปุ่ม Fn ที่ตั้งค่าได้ว่าจะเอาไว้ทำอะไรก็มีปุ่มเดียว และการวางตำแหน่งของตัวเลือกต่างๆ ใน Menu นั้นก็ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่ &#8230; แต่อันนี้ใช้ๆ ไปคงจะชิน</p>
<p>กล้องที่ผมเห็นว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของ Menu ก็คือ Leica M8 ซึ่งไม่มีตัวเลือกอะไรให้เลือกมากนัก กดขึ้นลงแป๊บเดียวก็หมดแล้ว แต่ละตัวเลือกก็สำคัญทั้งนั้น และกล้องที่เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการวางปุ่มควบคุมภายนอก ก็พวกตระกูล Nikon &#8230; หรือว่าผมแค่ชินกับมัน ก็เลยคิดว่ามันดีก็ไม่รู้เหมือนกัน</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_13_DSCF1214.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_13_DSCF1214-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_13_DSCF1214.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>สรุปๆ กล้องที่เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ ซูมไม่ได้ ทำงานค่อนข้างช้า โฟกัสอัตโนมัติไม่ค่อยไว ไม่มีระบบตรวจจับหน้า ฯลฯ แบบนี้ไม่เหมาะกับหลายๆ คนแน่ๆ และหลายคนก็ไม่ชอบระยะเลนส์ที่เทียบเท่ากับ 35mm เท่าไหร่ เพราะว่าไม่ค่อยกว้าง ถ่ายรูปหมู่หรือว่าหันกล้องถ่ายตัวเองลำบาก ถ่ายอาคารสถานที่หรือว่าถ่ายวิวที่อยากจะเก็บทั้งหมดก็ไม่สะดวก และเนื่องจากซูมไม่ได้ เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ ก็ถ่ายเจาะเน้นเฉพาะจุด หรือถ่ายสิ่งที่อยู่ไกลๆ ไม่ได้</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_6_DSCF1161.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_6_DSCF1161-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_6_DSCF1161.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>แต่ผมกลับเห็นว่า ระยะ 35mm นี้เป็นระยะที่เหมาะมาก สำหรับการถ่ายภาพเพื่อจดจำชีวิตที่กำลังเกิดขึ้น รวมถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา และการที่ไม่ต้องคิดถึงเลนส์ คิดถึงซูม คิดมากว่าจะใช้อะไรดี ฯลฯ ทำให้เราสนุกและมีอิสระมากขึ้นกับการถ่ายรูป และถ้าเราชินแล้ว กล้องก็จะกลายเป็นเครื่องมือที่เป็นผู้ช่วยของตา (ตาเห็น มือถ่าย) มากกว่าที่จะเป็นภาระของสายตาและสมอง (ตาเห็น สมองคิดปัจจัยต่างๆ ทั้งเรื่องระยะ เรื่องนี่นั่นโน่น ตาเล็งมุมกว้าง เล็งมุมเจาะ ฯลฯ)</p>
<p><center><br />
<a href="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_7_DSCF1169.jpg" rel="lightbox[632]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/05/X100_7_DSCF1169-tm.jpg" width="520" height="346" alt="X100_7_DSCF1169.jpg" /></a><br />
</center></p>
<p>ก็ได้แต่ว่าหวังว่า Fujifilm จะอัพเดท Firmware เพื่อแก้ปัญหาบางอย่างที่น่าจะแก้ได้ในระดับ Firmware ในเร็ววันนี้ และก็ได้แต่หวังว่า X100 คงจะส่งสัญญาณแรงๆ ไปยังอีกหลายเจ้า โดยเฉพาะ Leica ที่วันหนึ่งก็ต้องออก X2 ออกมา หรือ Nikon/Canon ที่หลายคนก็ยังหวังว่าจะทำกล้องคอมแพคเซนเซอร์ใหญ่ออกมาบ้าง</p>
<p>ลึกๆ แล้ว ผมก็ยังหวังว่าจะได้เห็น <a href="http://imaging.nikon.com/history/chronicle/history-sp/">Nikon SP</a> กลับมาเกิดใหม่เป็นกล้องคอมแพคเซนเซอร์ใหญ่ แบบ X100 สักวัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2011/05/22/632/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Nikon P7000: On the Trip Review</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2011/01/07/576/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2011/01/07/576/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Jan 2011 14:01:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[กล้อง/เลนส์]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[ของเล่น]]></category>
		<category><![CDATA[งานอดิเรก]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2011/01/07/576/</guid>
		<description><![CDATA[ตามสัญญาเมื่อสายันต์ (จากตอน Nikon P7000 Review) ว่าจะเขียนรีวิวกล้องตัวนี้แบบ On the Trip ตามการใช้งานจริง เดี๋ยวจะทิ้งช่วงนานเกินไป เขียนซะหน่อย ขวดน้ำหวาน เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา ผมได้ขึ้นไปเที่ยวเหนืออีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเป็นแม่ฮ่องสอน (เช่นเดียวกับเมื่อปีก่อน) ตามประสาคนกรุงไขว่คว้าความหนาวบ้าง ออกต่างจังหวัดไปที่ๆ ธรรมชาติยังเป็นธรรมชาติบ้าง โดยครั้งนี้ผมได้เอาเจ้า Nikon P7000 ไปด้วย ในฐานะ &#8220;กล้องสำรอง&#8221; และ &#8220;กล้องเดินเที่ยว&#8221; เมื่อผมไม่ต้องการที่จะใช้ Nikon D3s (ซึ่งเป็นกล้องซีเรียส ใช้เมื่อหวังผลภาพ) หรือ Leica M8 (ที่ผมชอบใช้เวลาเดินเล่นในเมืองหรือหมู่บ้าน) อุ้มบาตร จากการใช้งานจริงผมพบว่าโดยทั่วไปแล้ว P7000 ตอบสนองการใช้งานได้ค่อนข้างดี ทำให้หลายๆ ครั้ง ผมไม่ได้หยิบเอากล้องหลักออกจากกระเป๋าด้วยซ้ำไป และทริปนี้ก็ได้ confirm ถึงสิ่งที่ผมเขียนไว้ใน Review ก่อนหน้านี้หลายเรื่อง เรื่องแรกคือเรื่องระยะซูม ซึ่งเทียบเท่ากับ 28-200mm บน 35mm format [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตามสัญญาเมื่อสายันต์ (จากตอน <a href="http://www.rawitat.com/2011/01/03/548/">Nikon P7000 Review</a>)  ว่าจะเขียนรีวิวกล้องตัวนี้แบบ On the Trip ตามการใช้งานจริง เดี๋ยวจะทิ้งช่วงนานเกินไป เขียนซะหน่อย<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0655.jpg" width="520" height="390" alt="DSCN0655.jpg" /></p>
<p><i>ขวดน้ำหวาน</i><br />
</center>
</p>
<p>เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา ผมได้ขึ้นไปเที่ยวเหนืออีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเป็นแม่ฮ่องสอน (เช่นเดียวกับเมื่อปีก่อน) ตามประสาคนกรุงไขว่คว้าความหนาวบ้าง ออกต่างจังหวัดไปที่ๆ ธรรมชาติยังเป็นธรรมชาติบ้าง โดยครั้งนี้ผมได้เอาเจ้า Nikon P7000 ไปด้วย ในฐานะ &#8220;กล้องสำรอง&#8221; และ &#8220;กล้องเดินเที่ยว&#8221; เมื่อผมไม่ต้องการที่จะใช้ Nikon D3s (ซึ่งเป็นกล้องซีเรียส ใช้เมื่อหวังผลภาพ) หรือ Leica M8 (ที่ผมชอบใช้เวลาเดินเล่นในเมืองหรือหมู่บ้าน)<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0639.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0639.jpg" /></p>
<p><i>อุ้มบาตร</i><br />
</center>
</p>
<p>จากการใช้งานจริงผมพบว่าโดยทั่วไปแล้ว P7000 ตอบสนองการใช้งานได้ค่อนข้างดี ทำให้หลายๆ ครั้ง ผมไม่ได้หยิบเอากล้องหลักออกจากกระเป๋าด้วยซ้ำไป และทริปนี้ก็ได้ confirm ถึงสิ่งที่ผมเขียนไว้ใน Review ก่อนหน้านี้หลายเรื่อง<br />
<center><br />
</center>
</p>
<p>เรื่องแรกคือเรื่องระยะซูม ซึ่งเทียบเท่ากับ 28-200mm บน 35mm format ซึ่งใช้งานได้ค่อนข้างสะดวก และภาพที่ได้จากระยะปลายซูมก็ถือว่าดีทีเดียว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ รูปรังผึ้งขนาดใหญ่ ที่เกาะอยู่บนพระพุทธรูปนอนกลางแจ้ง ซึ่งจากจุดที่ผมยืนอยู่นั้น มองเห็นไม่ถนัดว่าคืออะไร และตำแหน่งที่ผมยืนนั้นเป็นตำแหน่งย้อนแสง แต่ระบบวัดแสงของกล้องก็ยังทำงานได้ดีทีเดียว (ก็เล่นจัดองค์ประกอบแบบนี้นี่นะ ถ้าลองเห็นฟ้าก็มืดแน่นอน)<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0636.jpg" width="520" height="390" alt="DSCN0636.jpg" /></p>
<p><i>รังผึ้งบนพระพุทธรูป</i><br />
</center>
</p>
<p>Dynamic Range จากไฟล์ JPEG ที่ได้ ก็ถือว่าค่อนข้างดี และยังคงเก็บรายละเอียดในเงาได้มากพอสมควร เช่นรูปต่อไปนี้ ถือว่าแสงค่อนข้างยากพอสมควร เนื่องจากเป็นช่วงที่แดดแรง ทำให้ Contrast ของแสงค่อนข้างมาก ในส่วนที่จ้าและส่วนที่มืด ซึ่งรูปนี้ผมดึงส่วนที่มืดขึ้นมา (ด้านซ้ายของรูป ซึ่งรูปที่ได้มานั้นมืดมากทีเดียว) และพยายามตบส่วนที่เป็นแสงจ้าลงไป<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0653.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0653.jpg" /></p>
<p><i>Landmark ที่ออบหลวง</i><br />
</center>
</p>
<p>ดูกันอีกรูป สำหรับ Dynamic Range ของภาพ JPEG จากกล้อง (ซึ่งแน่นอนว่าผ่านการดึงและตบมาแล้ว)<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0649.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0649.jpg" /></p>
<p><i>ดูแล้วนึกถึง Chronicle of Narnia ยังไงไม่รู้แฮะ</i><br />
</center>
</p>
<p>อย่างที่บอกไว้ในรีวิวก่อน ว่าสาเหตุหลักอันหนึ่งที่ทำให้ผมเลือก P7000 ก็คือ &#8220;Nikon Color&#8221; ที่ผมคุ้นเคยจากกล้องใหญ่ ภาพจาก P7000 ก็ให้ผมแบบนั้นน่ะแหละ ดูจากหลังกล้องแล้วความรู้สึกมัน &#8220;ใช่&#8221; กว่าตอนดูรูปจาก LX3 เยอะมาก ยิ่งถ้าตั้ง Vivid ไว้นะ จัดได้ใจ ทั้งความอิ่มของสี และคอนทราสต์<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0798.jpg" width="520" height="390" alt="DSCN0798.jpg" /></p>
<p><i>ดอกไม้สีแดง</i><br />
</center><br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0678.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0678.jpg" /></p>
<p><i>ดอกบัวบานริมนา &#8230; บัวเหล่าที่หนึ่งมีอยู่ได้ในทุกที่</i><br />
</center>
</p>
<p>ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของเลนส์ช่วงซูมยาวๆ กับกล้องคอมแพคเซนเซอร์เล็ก ก็คือ มันยังพอจะโยนฉากหลังให้เบลอเล่นได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ ถึง f ช่วงปลายซูม มันจะ 5.6 ก็เถอะ ถ้าเลือกฉากหลังไกลๆ และซูมให้ของที่อยากถ่ายมันเต็มๆ ก็พอจะช่วยได้บ้าง (แต่แน่นอนว่าอย่าเอาไปเทียบกับ DSLR นะ เทียบไม่ได้หรอก)<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0662.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0662.jpg" /></p>
<p><i>Living on Dead</i><br />
</center><br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0663.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0663.jpg" /></p>
<p><i>กระบอกส่งน้ำ</i><br />
</center>
</p>
<p>ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ มันเหมือนชาวบ้านเค้าน่ะ ดูเป็นมิตรกว่าพวกถือ DSLR เยอะ ถึงตอนนี้ใครๆ ก็ถือ DSLR กันเต็มไปหมดก็เถอะ เวลาหยิบมาถ่ายรูปชาวบ้านมันก็ยังดูเกะกะและไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ หลายคนก็บ่ายเบี่ยง หลายคนชี้นิ้วมาทำเหมือนกับจะโดนยิงหรือว่าจับผิด หรือว่าอะไรสักอย่าง ฯลฯ แต่ว่าพอหยิบคอมแพคมาถ่าย นี่เป็นมิตรกว่ากันเยอะ กล้องพวกนี้จริงๆ เอาไว้ถ่ายพวกชีวิตทั่วไปเวลาไปเที่ยวนี่ดีนักแล<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0754.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0754.jpg" /></p>
<p><i>แม่ค้าสาวน้อยที่ปางอุ๋ง</i><br />
</center>
</p>
<p>สรุปว่า ผมค่อนข้างพอใจกับมันแฮะ มากกว่าที่คิดไว้ตอนแรก (หรือว่าผมหวังน้อยอยู่แล้วกับคอมแพคของ Nikon ก็ไม่รู้เหมือนกัน) กล้องคอมแพคเดี๋ยวนี้ดีขึ้นมาก จนเรียกได้ว่าไม่ต้องเอา DSLR ก็พอจะได้แล้ว (แต่ว่า DSLR มันก็ถูกลงมามาก จนไม่ต้องซื้อคอมแพคก็ได้แล้วเหมือนกันนะ &#8212; ก็แล้วแต่ความต้องการใช้งานแล้วล่ะ)<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0737.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0737.jpg" /></p>
<p><i>รอแสงยามเช้า</i><br />
</center>
</p>
<p>ใช่ๆๆ ลืมไปเรื่อง คือเรื่อง Battery .. ต้องขอบคุณ Nikon ที่กลับมามีสติอีกครั้ง หลังจากทำอะไรบ้าๆ กับ P6000 เยอะมากมาย เช่น มีที่เสียบสาย LAN .. แต่ที่บ้าที่สุดของ P6000 คือ &#8220;การชาร์จแบต&#8221; จะชาร์จกับกล้องโดยตรง ซึ่งเสี่ยงมากมีการทำตก หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ และมีข้อเสียมากมาย (นึกถึงเวลามีแบต 2 ก้อน เราจะไม่สามารถชาร์จแบตก้อนหนึ่ง และใส่อีกก้อนหนึ่งเพื่อถ่ายรูปไปก่อนได้) &#8230; P7000 ใช้ &#8220;ที่ชาร์จแยก&#8221; ครับ ค่อยยังชั่ว และแบตก็ใช้ได้ค่อนข้างทนดีทีเดียวครับ (อย่าเอาไปเทียบกับพวก DSLR นะ) แต่ว่าทำไมก็ไม่รู้ ก็ยังไม่แสดงสถานะของแบตตลอดเวลาอยู่ดี แสดงเอาอีตอนกำลังจะหมดอีกล่ะ แบบนี้คนใช้งานค่อนข้างจะพารานอยด์นะ เพราะว่าแยกไม่ออกเลยว่า แบตเกือบเต็ม หรือว่าเกือบจะเกือบหมด (ถ้าเกือบหมดถึงจะแสดงสถานะ)<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0797.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0797.jpg" /></p>
<p><i>Raft rowing</i><br />
</center>
</p>
<p>ไหนๆ ก็พูดเทียบกับ P6000 แล้ว ก็บอกซะหน่อยว่า Nikon มีสติขึ้นมาเยอะครับ กลับมาทำกล้องให้เป็นกล้องอีกครั้ง หลังจาก P6000 นั้น เน้นการใส่ของเล่น ใส่เทคโนโลยี เสียจนความสามารถในการเป็นกล้องถ่ายรูปของมันไม่ได้รับการเหลียวแลสักเท่าไหร่ หลายต่อหลายอย่างก็ไม่รู้จะใส่มาทำอะไร (รวมถึง GPS ที่อาจจะมีประโยชน์นะ แต่ว่ากินแบตมากมาย) ตัวนี้ No-Nonsense กว่าเยอะมาก<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0823.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0823.jpg" /></p>
<p><i>เทือกเขาริมชายแดนไทย-พม่า (เส้นแม่สะเรียง-แม่สอด)</i><br />
</center>
</p>
<p>สุดท้ายนะครับ ขอหน่อย &#8230; ไปเที่ยวที่ไหน ผมต้องเห็นภาพพวกนี้เสียชินตา ทั้งๆ ที่ถังขยะก็อยู่ไม่ห่างจากตรงนั้นมากเท่าไหร่เลย<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0782.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0782.jpg" /></p>
<p><i>เช่นเดียวกัน &#8230;. มีคนเที่ยวที่ไหน มีไอ้พวกนี้ที่นั่น ให้ได้งี้สิ</i><br />
</center><br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0781.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0781.jpg" /></p>
<p><i>รูปนี้ห่างจากถังขยะ (ที่ยังว่างๆ อยู่) ไม่เกิน 15 เมตร</i><br />
</center><br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/01/DSCN0647.jpg" width="520" height="346" alt="DSCN0647.jpg" /></p>
<p><i>ยัดกันเข้าไป หมกกันเข้าไป</i><br />
</center>
</p>
<p>ไว้วันนึงเถอะ จะเอารูปถ่ายขยะที่ถูกขยะทิ้งไว้แบบนี้ มาจัดแสดงสักที่ ถ่ายไว้ได้เยอะมากแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2011/01/07/576/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำภาพ High Dynamic Range เทียม (#2)</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2009/05/06/281/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2009/05/06/281/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 May 2009 08:21:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[งานอดิเรก]]></category>
		<category><![CDATA[Tricks]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2009/05/06/281/</guid>
		<description><![CDATA[คราวนี้ลอง RAW ของ D3 (NEF บ้าง) ด้วยเทคนิคเดียวกัน ขั้นตอนเดียวกัน ภาพต้นฉบับ ลองสังเกตบริเวณที่แสงจ้า (ภายนอกหน้าต่าง) และบริเวณที่เป็นมืด (ขอบหน้าต่าง, ข้างตูสีแดง, ผนังใต้หน้าต่าง ฯลฯ) นะครับ ภาพ +1, +2 EV จะเห็นบริเวณที่มืดชัดเจนขึ้น ภาพ -1, -2 EV จะเห็นบริเวณนอกหน้าต่างชัดเจนขึ้น ภาพที่ทำ HDR เทียมเรียบร้อยแล้ว ลองเทียบกับภาพต้นฉบับดูครับ คิดว่าเทคนิคนี้คงจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ คนนะครับ ซึ่งเทคนิคนี้อาจใช้ได้ดีกับกรณีที่ต้องการจะถ่ายฟ้าให้ฟ้าสวยๆ และยังคงรายละเอียดอื่นๆ ในส่วนอื่นๆ ไว้ไม่ให้มืดไปด้วยครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คราวนี้ลอง RAW ของ D3 (NEF บ้าง) ด้วยเทคนิคเดียวกัน ขั้นตอนเดียวกัน</p>
<ol>
<li>ภาพต้นฉบับ ลองสังเกตบริเวณที่แสงจ้า (ภายนอกหน้าต่าง) และบริเวณที่เป็นมืด (ขอบหน้าต่าง, ข้างตูสีแดง, ผนังใต้หน้าต่าง ฯลฯ) นะครับ<br/>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2009/05/nef-hdr-001.jpg" width="400" height="265" alt="nef_hdr_001.jpg" /></p>
<li>ภาพ +1, +2 EV จะเห็นบริเวณที่มืดชัดเจนขึ้น<br/>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2009/05/nef-hdr-002.jpg" width="400" height="265" alt="nef_hdr_002.jpg" /><br/></p>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2009/05/nef-hdr-003.jpg" width="400" height="265" alt="nef_hdr_003.jpg" /></p>
<li>ภาพ -1, -2 EV จะเห็นบริเวณนอกหน้าต่างชัดเจนขึ้น<br/>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2009/05/nef-hdr-004.jpg" width="400" height="265" alt="nef_hdr_004.jpg" /><br/></p>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2009/05/nef-hdr-005.jpg" width="400" height="265" alt="nef_hdr_005.jpg" /></p>
<li>ภาพที่ทำ HDR เทียมเรียบร้อยแล้ว ลองเทียบกับภาพต้นฉบับดูครับ<br/>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2009/05/nef-hdr-006.jpg" width="400" height="265" alt="nef_hdr_006.jpg" />
</ol>
<p>คิดว่าเทคนิคนี้คงจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ คนนะครับ ซึ่งเทคนิคนี้อาจใช้ได้ดีกับกรณีที่ต้องการจะถ่ายฟ้าให้ฟ้าสวยๆ และยังคงรายละเอียดอื่นๆ ในส่วนอื่นๆ ไว้ไม่ให้มืดไปด้วยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2009/05/06/281/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำภาพ High Dynamic Range เทียมแบบขำๆ</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2009/05/06/272/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2009/05/06/272/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 May 2009 04:48:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[งานอดิเรก]]></category>
		<category><![CDATA[Tricks]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2009/05/06/272/</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับคนถ่ายรูป คงจะรู้จักภาพแบบ High Dynamic Range (HDR) แน่ๆ โดยหลักการคร่าวๆ แล้ว HDR จะมีจากแนวความคิดที่ว่า &#8220;มันมีอะไรเสมอ ในที่แสงจ้า และที่มืด&#8221; และความจริงที่ว่า เซนเซอร์รับภาพ และหน่วยประมวลผลภาพของกล้องดิจิทัล ไม่สามารถเห็นช่วงของแสงได้กว้างเท่ากับที่ตาเราเห็น ลองนึกดูเล่นๆ นะครับ เวลาเรามองไปที่หน้าต่างที่เปิดอยู่ เราจะเห็นวิวทิวทัศน์ข้างนอก ได้พร้อมกับเห็นรายละเอียดของขอบหน้าต่าง (หรือลายของผ้าม่าน) ได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าเราถ่ายรูปล่ะ เรามักจะเห็นว่า ถ้าเราต้องการให้เห็นวิวข้างนอก ขอบหน้าต่างและม่านจะมืด แต่ถ้าเราต้องการให้เห็นขอบหน้าต่างชัด วิวข้างนอกก็จะสว่างไปจนมองไม่เห็นอะไร เลยเป็นที่มาของเทคนิคการทำ HDR ครับ โดยปกติการทำ HDR เราจะต้องถ่ายภาพเดียวกัน ที่หลายๆ exposure เป็นลำดับ (เช่นถ่าย 5 ภาพ ต่างกันภาพละ 1 EV ซึ่งจะได้ที่ -2 EV, -1 EV, 0 EV, 1 EV, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับคนถ่ายรูป คงจะรู้จักภาพแบบ High Dynamic Range (HDR) แน่ๆ โดยหลักการคร่าวๆ แล้ว HDR จะมีจากแนวความคิดที่ว่า &#8220;มันมีอะไรเสมอ ในที่แสงจ้า และที่มืด&#8221; และความจริงที่ว่า เซนเซอร์รับภาพ และหน่วยประมวลผลภาพของกล้องดิจิทัล ไม่สามารถเห็นช่วงของแสงได้กว้างเท่ากับที่ตาเราเห็น</p>
<p>ลองนึกดูเล่นๆ นะครับ เวลาเรามองไปที่หน้าต่างที่เปิดอยู่ เราจะเห็นวิวทิวทัศน์ข้างนอก ได้พร้อมกับเห็นรายละเอียดของขอบหน้าต่าง (หรือลายของผ้าม่าน) ได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าเราถ่ายรูปล่ะ เรามักจะเห็นว่า ถ้าเราต้องการให้เห็นวิวข้างนอก ขอบหน้าต่างและม่านจะมืด แต่ถ้าเราต้องการให้เห็นขอบหน้าต่างชัด วิวข้างนอกก็จะสว่างไปจนมองไม่เห็นอะไร</p>
<p>เลยเป็นที่มาของเทคนิคการทำ HDR ครับ โดยปกติการทำ HDR เราจะต้องถ่ายภาพเดียวกัน ที่หลายๆ  exposure เป็นลำดับ (เช่นถ่าย 5 ภาพ ต่างกันภาพละ 1 EV ซึ่งจะได้ที่ -2 EV, -1 EV, 0 EV, 1 EV, 2 EV) เพราะในขณะที่ -EV จะทำให้ภาพมืด แต่ก็จะรักษารายละเอียดในส่วนที่สว่างของภาพไว้ได้ ซึ่งตรงข้ามกับ +EV ที่จะทำให้เห็นรายละเอียดในส่วนที่มืดชัดขึ้น ซึ่งการถ่ายลักษณธนี้เราเรียกว่า exposure bracketing</p>
<p>ทีนี้ ถ้าเราไม่ได้ถ่าย exposure bracketing เอาไว้ล่ะครับ ทำอย่างไรดี? ซึ่งเราก็ยังคงโชคดีอยู่บ้าง ถ้าเราถ่าย RAW เอาไว้ เพราะว่า RAW จะเก็บข้อมูลของเรื่องแสงที่เซนเซอร์บันทึกไว้ได้ เอาไว้พอสมควร ซึ่งทำให้เรายังพอจะปรับ exposure value เพื่อดึงเอารายละเอียดในส่วนที่มืดและสว่างกลับมาได้บ้าง ก็เลยเป็นที่มาของ &#8220;HDR เทียม&#8221; ที่เราจะคุยกันในวันนี้ครับ</p>
<p>ปกติผมไม่เคยได้ลองเทคนิคพวกนี้หรอกนะ เพราะว่าไม่ได้ถ่าย RAW จนกระทั่งมาเล่น Leica M8 ซึ่งมี JPEG engine ที่ห่วยมากๆ จนต้องถ่าย RAW แบบไม่มีทางเลือก (และ RAW ของ M8 ก็ใช่ว่าจะดีนะครับ .. นอกจากเป็น DNG แล้วผมยังหาข้อดีของ M8 RAW ไม่ค่อยจะได้เลย และ M8 ยังมี DR ที่งั้นๆ เทียบกับกล้องอีกลายๆ ตัวอีกด้วย &#8230; แต่ไม่ขอพูดถึงมากล่ะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นรีวิว M8 ไป)</p>
<p>ลองทำตามนี้ครับ</p>
<ol>
<li>หา RAW มาสักภาพหนึี่ง สมมติว่าเป็นภาพด้านล่างนี้ละกัน จะเห็นว่ารายละเอียดตรงเหล็กขึงสะพาน (สีเหลือง) มืดไป ในขณะที่รายละเอียดบนเมฆบางส่วนก็หายไป (ขาวจ๋อง)<br/>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2009/05/test-fake-hdr-005.jpg" width="400" height="269" alt="test_fake_hdr_005.jpg" /></p>
<li>จากนั้นปรับ exposure value ให้ไปทาง + EV เพื่อดึงเอารายละเอียดในที่มืดคืนมา ในตัวอย่างนี้ผมดึงไป +1 EV, +2 EV ตามลำดับ<br/>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2009/05/test-fake-hdr-001.jpg" width="400" height="269" alt="test_fake_hdr_001.jpg" /><br/></p>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2009/05/test-fake-hdr-002.jpg" width="400" height="269" alt="test_fake_hdr_002.jpg" /></p>
<li>จากนั้นทำอย่างเดียวกัน ไปทาง &#8211; EV เพื่อดึงเอารายละเอียดบนเมฆกลับมาบ้าง ซึ่งผมทำเท่ากันคือ -1 EV, -2 EV<br/>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2009/05/test-fake-hdr-003.jpg" width="400" height="269" alt="test_fake_hdr_003.jpg" /><br/></p>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2009/05/test-fake-hdr-004.jpg" width="400" height="269" alt="test_fake_hdr_004.jpg" /></p>
<li>จากนั้นก็ให้เอาโปรแกรมที่ทำพวก HDR (เช่น Photomatix Pro) มารวมกัน และทำ Tone Mapping (วิธีการใช้โปรแกรมพวกนี้ผมไม่ขอพูดถึง เพราะหาได้ทั่วไป &#8230;. และผมเองก็ &#8220;เล่นไม่เป็น&#8221; ด้วย) ซึ่งผลที่ได้จะเป็นแบบนี้<br/>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2009/05/test-fake-hdr-001-2-3-4-5-tonemapped.jpg" width="400" height="269" alt="test_fake_hdr_001_2_3_4_5_tonemapped.jpg" />
</ol>
<p>ก็ &#8230; ถึงจะสู้ทำ HDR แท้ไม่ได้ แต่ว่าก็ยังดีกว่าทำไม่ได้ล่ะนะ &#8230; ภาพนี้ถ่ายขณะรถติดบนสะพานพระราม 8 คงไม่มีเวลาจะตั้งขาตั้งและถ่าย bracket แบบจริงๆ จังๆ ล่ะครับ</p>
<p>แต่ว่ายังงั้นยังงี้ &#8230; กล้อง DSLR หลายตัวในปัจจุบันมันมีเทคโนโลยีฉลาดๆ มากมาย (เช่น Automatic/Adaptive High Dynamic Range ในชื่อต่างๆ กัน .. เช่น Active D-Lighting ของ Nikon เป็นต้น) และเซนเซอร์ที่ดี มี DR กว้างเอาเรื่อง &#8230; ดังนั้น ถ้าเมื่อไหร่ที่ผมใช้ D3 ถ่ายทั่วไป ผมก็ยังถ่าย JPEG เหมือนเดิมน่ะแหละ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2009/05/06/272/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Photo Album: Pretty BMW+เรื่อยเปื่อยที่ CTW</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/12/16/244/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/12/16/244/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2008 18:02:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[งานอดิเรก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/12/16/photo-album-pretty-bmw%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-ctw/</guid>
		<description><![CDATA[เชิญชมที่ rawitat: my digital memories &#8211; Pretty BMW+เรื่อยเปื่อยที่ CTW (9/27/51)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เชิญชมที่</p>
<p><a href="http://rawitat.multiply.com/photos/album/154/154">rawitat: my digital memories &#8211; Pretty BMW+เรื่อยเปื่อยที่ CTW (9/27/51)</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/12/16/244/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปรับปรุงซ่อมแซม multiply ตัวเอง</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/09/26/199/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/09/26/199/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Sep 2008 03:06:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[งานอดิเรก]]></category>
		<category><![CDATA[ประกาศ]]></category>
		<category><![CDATA[Personal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/09/26/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%a1-multiply-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/</guid>
		<description><![CDATA[ปรับ concept ใหม่น่ะครับ จาก &#8220;ถ่ายรูปแฟน แทนบันทึกการเดินทาง&#8221; ไปเป็น &#8220;กดชัตเตอร์ ตามใจ ไปเรื่อยเปื่อย&#8221; คราวนี้จะเป็น trip-centric มากขึ้น รวมถึงอัลบั้มเฉพาะกิจ ที่มีรูปเพิ่มไปเรื่อยๆ เช่น ภาพม้านั่งตามที่ต่างๆ เป็นต้น (อันนี้เก็บไว้เยอะพอควร) ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าจริงๆ ตัวเองเป็นคนชอบถ่ายรูปทั่วๆ ไป หรือว่าถ่าย street photography, life candid, life portrait มากกว่า portrait อยู่แล้ว แต่ว่า landscape หรือว่า architecture นี่ยังต้องหัดอีกเยอะครับ (ไอ้ที่บอกๆ มาก่อนอันนี้ก็ใช่ว่าเก่งหรอกนะ) แก้แล้วก็ประเดิมใหม่ด้วยสองอัลบั้มจากการลองจับ D700 เป็นวันแรกในชีวิต ลอง D700 ที่งานสัปดาห์วิทย์ มศก. (8/20/51) ลอง D700 ที่วัดพระแก้ว (8/20/51) ก็ฝากบ้านที่ซ่อมใหม่ ทาสีใหม่ด้วยก็แล้วกันครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปรับ concept ใหม่น่ะครับ จาก &#8220;ถ่ายรูปแฟน แทนบันทึกการเดินทาง&#8221; ไปเป็น &#8220;กดชัตเตอร์ ตามใจ ไปเรื่อยเปื่อย&#8221; คราวนี้จะเป็น trip-centric มากขึ้น รวมถึงอัลบั้มเฉพาะกิจ ที่มีรูปเพิ่มไปเรื่อยๆ เช่น ภาพม้านั่งตามที่ต่างๆ เป็นต้น (อันนี้เก็บไว้เยอะพอควร) ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าจริงๆ ตัวเองเป็นคนชอบถ่ายรูปทั่วๆ ไป หรือว่าถ่าย street photography, life candid, life portrait มากกว่า portrait อยู่แล้ว แต่ว่า landscape หรือว่า architecture นี่ยังต้องหัดอีกเยอะครับ (ไอ้ที่บอกๆ มาก่อนอันนี้ก็ใช่ว่าเก่งหรอกนะ)</p>
<p>แก้แล้วก็ประเดิมใหม่ด้วยสองอัลบั้มจากการลองจับ D700 เป็นวันแรกในชีวิต</p>
<ol>
<li><a href="http://rawitat.multiply.com/photos/album/141/141">ลอง D700 ที่งานสัปดาห์วิทย์ มศก. (8/20/51)</a>
<li><a href="http://rawitat.multiply.com/photos/album/139/139">ลอง D700 ที่วัดพระแก้ว (8/20/51)</a>
</ol>
<p>ก็ฝากบ้านที่ซ่อมใหม่ ทาสีใหม่ด้วยก็แล้วกันครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/09/26/199/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนะนำแหล่งดูรูปอีกที่</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/08/10/171/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/08/10/171/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Aug 2008 05:36:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[งานอดิเรก]]></category>
		<category><![CDATA[ไปเจอมา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/08/10/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องของเรื่อง คืออยากจะเพิ่มกิเลสตัวเองด้วยการหาภาพจาก D700 และภาพจากเลนส์ตัวโน้นตัวนี้ (โดยเฉพาะ AF Nikkor 135mm F/2D DC) ก็เลยหาไปเรื่อยเปื่อย ทั้งจากเว็บไทย และเว็บฝรั่ง แต่ว่ามาลืมไป ว่า Nikon มันเป็นบริษัทญี่ปุ่นนี่หว่า แล้วก็ลืมไปว่าพวกเลนส์ DC นี่จริงๆ แล้วญี่ปุ่นเล่นกันเยอะนี่หว่า &#8230;.. และลืมไปสุดท้ายเลยว่า &#8220;ตัวเองอ่านภาษาญี่ปุ่นออกนี่หว่า&#8221; &#8230;. ทำไมไม่ค้นหาเว็บญี่ปุ่น (จาก google.co.jp) วะ? และแล้วก็เจอที่นี่มา Exif対応写真掲示板 PhotoXP Index แปลว่า PhotoXP Index: บอร์ดโพสท์รูปที่รองรับ Exif ดังนั้นมันก็น่าจะเอาข้อมูล Exif ในรูป เช่น Lens หรือว่า Model กล้องมาช่วยให้เราค้นภาพได้อ่ะดิ อ่ะ ลองๆ ค้นๆ ไล่ๆ หาดูเล่นๆ อืมมม ลองดูจากยี่ห้อกล้องก่อน ใครอ่านญี่ปุ่นไม่ออกก็ทำใจนิดนึงสำหรับหน้านี้ แต่ว่าลอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องของเรื่อง คืออยากจะเพิ่มกิเลสตัวเองด้วยการหาภาพจาก D700 และภาพจากเลนส์ตัวโน้นตัวนี้ (โดยเฉพาะ AF Nikkor 135mm F/2D DC) ก็เลยหาไปเรื่อยเปื่อย ทั้งจากเว็บไทย และเว็บฝรั่ง</p>
<p>แต่ว่ามาลืมไป ว่า Nikon มันเป็นบริษัทญี่ปุ่นนี่หว่า แล้วก็ลืมไปว่าพวกเลนส์ DC นี่จริงๆ แล้วญี่ปุ่นเล่นกันเยอะนี่หว่า &#8230;.. และลืมไปสุดท้ายเลยว่า &#8220;ตัวเองอ่านภาษาญี่ปุ่นออกนี่หว่า&#8221; &#8230;. ทำไมไม่ค้นหาเว็บญี่ปุ่น (จาก google.co.jp) วะ?</p>
<p>และแล้วก็เจอที่นี่มา</p>
<p><a href="http://photoxp.daifukuya.com/">Exif対応写真掲示板 PhotoXP Index</a> แปลว่า PhotoXP Index: บอร์ดโพสท์รูปที่รองรับ Exif</p>
<p>ดังนั้นมันก็น่าจะเอาข้อมูล Exif ในรูป เช่น Lens หรือว่า Model กล้องมาช่วยให้เราค้นภาพได้อ่ะดิ อ่ะ ลองๆ ค้นๆ ไล่ๆ หาดูเล่นๆ</p>
<p>อืมมม ลองดูจาก<a href="http://photoxp.daifukuya.com/index/make_list.html">ยี่ห้อกล้อง</a>ก่อน ใครอ่านญี่ปุ่นไม่ออกก็ทำใจนิดนึงสำหรับหน้านี้ แต่ว่าลอง clickๆ เข้าไปดูจะเห็นชื่อรุ่นต่างๆ เป็นอะไรที่อาจจะคุ้นๆ กันบ้าง เช่น <a href="http://photoxp.daifukuya.com/index/nikon/">ของ Nikon</a></p>
<p>อันนี้จากวันที่ในการถ่ายรูป เช่น <a href="http://photoxp.daifukuya.com/index/2008/4/">ภาพจากวันเดือน 4 ปี 2008</a> (ช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น) อันนี้ชอบๆ เอารูปมาแปะบนปฏิทิน ลองเข้าไปดูรายวันก็ได้ เช่นอันนี้<a href="http://photoxp.daifukuya.com/index/2008/4/16/">วันที่ 16 เดือน 4 ปี 08</a></p>
<p>อันนี้ไล่<a href="http://photoxp.daifukuya.com/index/lens/">ดูตามเลนส์</a> แต่ว่ามีแค่ทางยาวโฟกัสนะ (เช่น 24-70mm, 135mm) ไม่มีขนาดรูรับแสง ไม่แยกตามโมเดล ไม่แยกตามยี่ห้อ</p>
<p>เชิญชมตามอัธยาศัยเลยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/08/10/171/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำยังไง ให้ &#8220;หน้าชัด หลังเบลอ&#8221;</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/08/01/168/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/08/01/168/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Aug 2008 04:20:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง/เลนส์]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[งานอดิเรก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/08/01/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/</guid>
		<description><![CDATA[(ที่เขียนบทความนี้ยาวๆ เพราะว่าเขียนตอบในกระทู้ตามบอร์ดกล้องบ่อย และมีคนถามบ่อย ก็เลยคิดว่างั้นเขียนไว้หน่อยก็แล้วกัน) ในการถ่ายรูป บางทีเราก็ไม่ได้ต้องการให้ชัดทั้งภาพ แต่ว่าต้องการให้มันชัดเฉพาะจุด/สิ่งที่ต้องการถ่าย เช่นการถ่ายภาพเน้นวัตถุ หรือการถ่ายภาพบุคคล ซึ่งทำให้เกิดความต้องการที่จะ &#8220;ควบคุม&#8221; ความชัดเจนของส่วนที่ไม่ได้ต้องการจะเน้น (หรือส่วนที่ไม่ได้เป็นจุดโฟกัส) ในกรณีที่เป็นภาพถ่ายบุคคลหรือวัตถุ เรามักจะเรียกกันเป็นภาษาชาวบ้านๆ ว่า &#8220;ถ่ายให้หน้าชัดหลังเบลอ&#8221; ทีนี้จะถ่ายยังไงให้มันหน้าชัดหลังเบลอ หรือว่ามันมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิดภาพที่หน้าชัดหลังเบลอได้บ้าง? หลายคนบอกว่าลองไปอ่านๆ ดูจาก Depth of Field &#8211; Wikipedia &#8230; ซึ่ง อืมมมม ดูยุ่งยากแฮะ ยาวยืดเลย แถมมีโมเดลทางคณิตศาสตร์ หลักการทางฟิสิกส์ และการคำนวณอะไรไม่รู้วุ่นวายไปหมด เจอแล้วจอด&#8230; เลยขอเขียนจากประสบการณ์ให้ฟังง่ายๆ ก็แล้วกัน เอาเป็นว่าอย่างน้อยๆ ก็เป็น Guideline ในเชิงปฏิบัติในการเลือกกล้อง/เลนส์ และการตั้งค่าก็แล้วกันนะครับ 1. ขนาดของรูรับแสง: อันนี้เป็นที่รู้กันในวงกว้างครับ ว่าขนาดของรูรับแสงส่งผลกับระยะชัดของภาพ ถ้ายิ่งรูรับแสงกว้าง จะยิ่งชัดตื้น ดูตัวอย่างจากภาพ (click เพื่อดูภาพเต็ม) จากภาพ รูปซ้ายใช้กล้องตัวเดียวกัน เลนส์ตัวเดียวกัน คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>(ที่เขียนบทความนี้ยาวๆ เพราะว่าเขียนตอบในกระทู้ตามบอร์ดกล้องบ่อย และมีคนถามบ่อย ก็เลยคิดว่างั้นเขียนไว้หน่อยก็แล้วกัน)</p>
<p>ในการถ่ายรูป บางทีเราก็ไม่ได้ต้องการให้ชัดทั้งภาพ แต่ว่าต้องการให้มันชัดเฉพาะจุด/สิ่งที่ต้องการถ่าย เช่นการถ่ายภาพเน้นวัตถุ หรือการถ่ายภาพบุคคล ซึ่งทำให้เกิดความต้องการที่จะ &#8220;ควบคุม&#8221; ความชัดเจนของส่วนที่ไม่ได้ต้องการจะเน้น (หรือส่วนที่ไม่ได้เป็นจุดโฟกัส)</p>
<p>ในกรณีที่เป็นภาพถ่ายบุคคลหรือวัตถุ เรามักจะเรียกกันเป็นภาษาชาวบ้านๆ ว่า &#8220;ถ่ายให้หน้าชัดหลังเบลอ&#8221; ทีนี้จะถ่ายยังไงให้มันหน้าชัดหลังเบลอ หรือว่ามันมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิดภาพที่หน้าชัดหลังเบลอได้บ้าง?</p>
<p>หลายคนบอกว่าลองไปอ่านๆ ดูจาก <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Depth_of_field">Depth of Field &#8211; Wikipedia</a> &#8230; ซึ่ง อืมมมม ดูยุ่งยากแฮะ ยาวยืดเลย แถมมีโมเดลทางคณิตศาสตร์ หลักการทางฟิสิกส์ และการคำนวณอะไรไม่รู้วุ่นวายไปหมด เจอแล้วจอด&#8230; เลยขอเขียนจากประสบการณ์ให้ฟังง่ายๆ ก็แล้วกัน เอาเป็นว่าอย่างน้อยๆ ก็เป็น Guideline ในเชิงปฏิบัติในการเลือกกล้อง/เลนส์ และการตั้งค่าก็แล้วกันนะครับ</p>
<h4><u>1. ขนาดของรูรับแสง:</u></h4>
<p>อันนี้เป็นที่รู้กันในวงกว้างครับ ว่าขนาดของรูรับแสงส่งผลกับระยะชัดของภาพ ถ้ายิ่งรูรับแสงกว้าง จะยิ่งชัดตื้น ดูตัวอย่างจากภาพ (click เพื่อดูภาพเต็ม)</p>
<table border="0" align="center">
<tr>
<td><center><a href="http://www.rawitat.com/wp-content/article_images/depthoffield/aperture_dof.png" rel="lightbox[168]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/article_images/depthoffield/aperture_dof_tmb.png"  width="200" height="137" /></a></center></td>
</tr>
</table>
<p>จากภาพ รูปซ้ายใช้กล้องตัวเดียวกัน เลนส์ตัวเดียวกัน คือ Nikon D300 + AF Nikkor 85 F1.4 ตากล้องกับแบบไม่ได้ขยับ เปลี่ยนแปลงแค่ค่ารูรับแสง รูปซ้ายใช้ F5.6 รูปขวาใช้ F1.8 (อ่อ ค่าพวกนี้ยิ่งน้อย ยิ่งรูรับแสงกว้าง) ตั้ง Aperture-priority mode ดังนั้นก็เลยมีการปรับความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติตามรูรับแสง ให้ความสว่างของรูปเท่าๆ กัน</p>
<p>ถ้าทางยาวโฟกัสเท่ากัน รูรับแสงกว้างกว่าจะให้ภาพส่วนที่ไม่อยู่ในโฟกัสมีความเบลอมากกว่า แต่ว่าทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้มันเบลอสวยๆ นะครับ ลองดูภาพถัดไป</p>
<table border="0" align="center">
<tr>
<td><center><a href="http://www.rawitat.com/wp-content/article_images/depthoffield/f2.8_why_not_blur.png" rel="lightbox[168]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/article_images/depthoffield/f2.8_why_not_blur_tmb.png"  width="200" height="137" /></a></center></td>
</tr>
</table>
<p>ภาพนี้ถ่ายที่ F2.8 ครับ ซึ่งถ้าขนาดของรูรับแสงมันมีผลอย่างเดียวเนี่ย มันควรจะเบลอในส่วนฉากหลังมากกว่านี้ใช่หรือไม่ (อย่างน้อยก็น่าจะเบลอกว่า F5.6 ด้านบน) คำตอบก็คือมันมีอีกหลายองค์ประกอบด้วยกันครับ ลองดูใน metadata ของรูปเล่นๆ ก่อนก็ได้ครับ &#8230; ว่ามันมีค่าอะไรเปลี่ยนไปอย่างที่เห็นได้ชัดจากรูปบนๆ</p>
<p>ครับ &#8230;​ผมถ่ายรูปนี้ที่ 20mm ใช้ AF Nikkor 20mm F2.8 ครับ</p>
<h4><u>2. ระยะโฟกัส:</u></h4>
<p>จริงๆ แล้วเป็นเรื่องใหญ่กว่ารูรับแสงอีกนะ ในความคิดผม (รูรับแสงมันส่งผลโดยตรงกับความเร็วชัตเตอร์ ทำให้ถ่ายสิ่งที่เคลื่อนไหวให้นิ่งได้ดีกว่า และเนื่องจากมันเป็นส่วนที่รับแสงอะนะ ยิ่งกว้างก็ยิ่งไว ถ่ายในที่แสงน้อยๆ ได้ดีกว่า &#8230; ผลถือว่าการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอนี่เป็นผลพลอยได้มากกว่า)</p>
<p>ไม่ต้องพูดอะไรมากครับ ดูภาพเลยก็แล้วกัน</p>
<table border="0" align="center">
<tr>
<td><center><a href="http://www.rawitat.com/wp-content/article_images/depthoffield/focal_length_varied.png" rel="lightbox[168]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/article_images/depthoffield/focal_length_varied_tmb.png"  width="420" height="292" /></a></center></td>
</tr>
</table>
<p>สามภาพนี้ ถ่ายใช้ Nikon D300 กับ AF-S Nikkor 70-200mm F2.8 VR เปิดรูรับแสง F2.8 ทั้งสามภาพ โดยที่ถ่ายที่ระยะโฟกัสต่างกัน คือ บนซ้าย 200mm, บนขวา 150mm และล่าง 105mm (ซึ่งจริงๆ รูปล่างไม่ใช่ตัวเปรียบเทียบที่ดีนัก เนื่องจากยืนไกลไปนิด ขนาดของแบบที่เห็นในรูปเลยไม่เท่ากับสองรูปบน)</p>
<p>แต่ก็เห็นว่าฉากหลังเบลอมากน้อยกว่ากันอย่างเห็นได้ชัด โดยที่ตัวแบบยังคงคมชัดอยู่</p>
<p>ให้อธิบายเรื่องนี้ง่ายๆ ก็คงจะต้องให้ทดลองแบบนี้ครับ</p>
<ul>
<li>ให้เพื่อนซักคน ยืนชูสองนิ้วหรือยกมือก็ได้ อยู่ไกลๆ พอประมาณ (เช่นหน้าห้องกับหลังห้อง) แล้วมองโฟกัสไปที่มือของเพื่อนคนนั้นด้วยตาเปล่า จะเห็นว่ามือเพื่อนกับฉากที่อยู่หลังเพื่อนมันชัดเท่าๆ กัน
<li>&#8220;ซูมด้วยเท้า&#8221; คือ เดินเข้าไปหาเพื่อนคนนั้นเรื่อยๆ โดยที่สายตายังคงโฟกัสกับมือเพื่อน จะเห็นว่ายิ่งใกล้ๆ ฉากหลังจะยิ่งเบลอมากขึ้น
</ul>
<p>เหตุผลง่ายๆ นะครับ ก็คือ การที่เราเดินเข้าไปหามือเพื่อนเรื่อยๆ เนี่ย ทำให้ระยะ &#8220;สัมพัทธ์&#8221; ระหว่างมือเพื่อน ฉากหลัง กับตาเรา เปลี่ยนไปหมดครับ มือเพื่อนห่างจากฉากหลังเท่าเดิมน่ะแหละ แต่ว่าถ้าวัด &#8220;สัมพัทธ์&#8221; กับตาเราแล้ว มือเพื่อนจะอยู่ห่างจากฉากหลังมากขึ้น และใกล้ตาเรามากขึ้น</p>
<p>ระยะโฟกัสของเลนส์ ก็เหมือนกับการเดินซูมเท้าน่ะแหละครับ มันมีหน้าที่ดึงวัตถุที่อยู่่ห่างๆ ให้เหมือนวางอยู่ใกล้ๆ กับกล้องมากขึ้น ดังนั้นก็เลยกลายเป็นว่ายิ่งทำให้เสมือนว่าอยู่ห่างกับฉากหลังมากขึ้น (ทั้งๆ ที่จริงๆ วัตถุกับฉากหลังอาจจะอยู่เกือบจะที่เดียวกันเลยก็ได้ ถ้ามองด้วยตาเปล่า)</p>
<h4><u>3. ขนาดของ Sensor:</u></h4>
<p>อันนี้ประหลาดหน่อย บางคนถึงขึ้นอาจจะสงสัยว่า &#8220;เกี่ยวไรด้วยเนี่ย&#8221;.. และไม่ค่อยจะเคยเห็นคนเขียนถึงเท่าไหร่</p>
<p>เคยสงสัยบ้างหรือเปล่าครับ ว่าทำไมพวกกล้องคอมแพคถึงถ่ายหน้าชัดหลังเบลอโคตรยาก ทั้งๆ ที่หลายคนดู spec ของเลนส์แล้ว ว่า &#8220;มันก็ 2.8 นะ ทำไมมันถ่ายไม่เบลอ?&#8221;</p>
<p>อย่างที่ผมบอกแหละครับ ให้คิดซะว่าขนาดของ aperture มันคือความไวของเลนส์มากกว่า มันช่วยการหยุดการเคลื่อนไหว หรือการโฟกัสในที่แสงน้อยมากกว่า ไม่ใช่ว่า F กว้างและมันจะเบลอเสมอไป</p>
<p>กล้องคอมแพคส่วนมากจะมีขนาด Sensor ที่เล็กมาก &#8230;.. (ซึ่งมีผลหลายอย่างครับ ไว้วันหลังจะเขียนให้อ่าน) ทำให้มีผลกับ &#8220;ระยะสัมพัทธ์&#8221; อีกแล้ว &#8230;</p>
<p>ลองเล่นที่นี่ดูครับ <a href="http://www.cambridgeincolour.com/tutorials/digital-camera-sensor-size.htm">Digital Camera Sensor Sizes: How it Influences Your Photography</a> ลงไปข้างล่างไปให้ถึง Depth of Field Requirements แล้วลองใส่ตัวเลขเล่นๆ ดู</p>
<table border="0" align="center">
<tr>
<td><center><a href="http://www.rawitat.com/wp-content/article_images/depthoffield/dof_cal1.png" rel="lightbox[168]"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/article_images/depthoffield/dof_cal1_tmb.png"  width="200" height="137" /></a></center></td>
</tr>
</table>
<p>อันนี้แสดงว่าถ้าเราใช้กล้องที่มี crop factor 1.5 แล้วตั้งทางยาวโฟกัส 10mm และรูรับแสง F11 แล้วจะได้ผลลัพธ์เทียบเท่ากับการใช้กล้อง 35mm ที่ 15mm (อันนี้คิดว่าคงทราบ) &#8220;และ&#8221; รูรับแสง 16.5 อืมมม</p>
<p>อืมม งั้นลองมาเล่นกันเล่นๆ ดีกว่า ว่าอยากได้ผลลัพธ์เดียวกับการที่ใช้กล้อง DSLR ที่มี crop factor 1.5 (พวก Nikon ที่ไม่ Full-frame) ถ่ายที่ระยะ 105mm และใช้รูรับแสง F2 จะต้องตั้งค่าในพวกกล้องที่ใช้ 1/1.8&#8243; Sensor ยังไง &#8230;​ </p>
<p>ซึ่งผลที่ได้ก็คือ 33mm และ <b>F 0.6</b> ไม่ได้โจ๊กเล่นครับ ลองใส่ตัวเลขดูได้เลย</p>
<p>ลองเล่นๆ ดูพบว่า ถ้าตั้งขนาดรูรับแสง หรือ Aperture ที่ F2.8 บนกล้องคอมแพคแล้ว มันจะมีค่าเท่ากับ F13.5 บน 35mm/Full-frame และ F9 บนกล้อง crop factor 1.5 ครับ &#8230;. ยังไงๆ มันก็ชัดลึก</p>
<p>ยิ่ง ​Sensor ใหญ่เนี่ย ถ้าต้องการได้รูปภาพที่มีขนาด Subject เท่ากัน และมีความชัดตื้น/ลึกเท่ากันด้วย เราจะต้องเข้าใกล้มากขึ้น หรือใช้เลนส์ทางยาวโฟกัสมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องใช้รูรับแสงที่ &#8220;แคบลง&#8221; เรื่อยๆ เพื่อรักษาระยะชัดตื้นชัดลึก (ถ้างงว่าเพราะอะไร ก็ลองคิดถึงตัวอย่างการซูมเท้านะครับ &#8230;.)</p>
<p>คิดๆ ก็ไม่แปลกล่ะครับ เนื่องจาก Sensor ของกล้องพวกคอมแพคมันเล็กจัด ..​ ดังนั้นจากมุมมองของ Sensor 1/1.8&#8243; เหล่านั้นแล้ว ระยะ 7-10mm ถือว่า Normal ครับ (เทียบเท่ากับ 35-50mm บน Full-frame) อะไรไกลกว่านั้นถือว่าไกลหมด &#8230; ดังนั้นผลที่ได้ก็เลยเหมือนกับว่าให้เพื่อนไปยืนไกลๆ (จากตัวอย่างของทางยาวโฟกัส ที่พูดถึงไปแล้ว)</p>
<p>เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอในกล้องคอมแพคยากมากๆ &#8230; ถ้าจะพอทำได้ก็ต้องใช้พวก super super zoom แล้วก็ซูมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ (หมายถึง optical zoom นะครับ อย่าไปยุ่งกับ digital zoom เพราะว่ามันคือ crop ธรรมดาๆ) จากนั้นก็ยืนให้ชิดกับแบบที่สุดเท่าที่จะมากได้ &#8230; ก็อาจจะพอทำได้บ้าง
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/08/01/168/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รายการของเล่น (กล้อง/เลนส์)</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/06/15/157/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/06/15/157/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Jun 2008 03:05:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[กล้อง/เลนส์]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>
		<category><![CDATA[งานอดิเรก]]></category>
		<category><![CDATA[Personal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/06/15/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[อืมม มานั่ง List เล่นๆ ดูดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ..​ เพราะว่าตอนนี้คิดว่ามีที่อยากจะมีครบแล้ว มานั่งดู เยอะเหมือนกันนี่หว่า กล้อง: Nikon D300 Nikon D80 (ตอนนี้ให้แฟนใช้เป็นหลักครับ น้องเค้าหัดถ่ายรูปอยู่) Canon IXUS 850 IS (วางไว้ในรถ หรือว่าใช้เวลาขี้เกียจแบก DSLR) แฟลช: Nikon SB-800 Speedlight Prime Lens: (พักหลังๆ เล่นพวกนี้มากกว่าพวกซูม ดีกว่าเยอะ) Nikkor AF 20mm F2.8 D (เอาไว้ถ่ายเก็บบรรยากาศ กับรูปคู่) Nikkor AF 35mm F2 D (เพิ่งได้มา ชอบมาก คม หวาน ถ่ายง่าย ใช้สนุก) Nikkor AF 50mm F1.8 D [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อืมม มานั่ง List เล่นๆ ดูดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ..​ เพราะว่าตอนนี้คิดว่ามีที่อยากจะมีครบแล้ว มานั่งดู เยอะเหมือนกันนี่หว่า</p>
<p>กล้อง:</p>
<ol>
<li><a href="http://www.nikonusa.com/Find-Your-Nikon/ProductDetail.page?pid=25432">Nikon D300</a>
<li><a href="http://www.nikonusa.com/Find-Your-Nikon/Product/Digital-SLR/25412/D80.html">Nikon D80</a> (ตอนนี้ให้แฟนใช้เป็นหลักครับ น้องเค้าหัดถ่ายรูปอยู่)
<li><a href="http://www.canon.co.uk/for_home/product_finder/cameras/digital_camera/ixus/digital_ixus_850_is/index.asp">Canon IXUS 850 IS</a> (วางไว้ในรถ หรือว่าใช้เวลาขี้เกียจแบก DSLR)
</ol>
<p>แฟลช:</p>
<ol>
<li><a href="http://www.nikonusa.com/Find-Your-Nikon/Product/Flashes/4801/SB-800-AF-Speedlight-.html">Nikon SB-800 Speedlight</a>
</ol>
<p>Prime Lens: (พักหลังๆ เล่นพวกนี้มากกว่าพวกซูม ดีกว่าเยอะ)</p>
<ol>
<li><a href="http://www.nikonusa.com/Find-Your-Nikon/ProductDetail.page?pid=1913">Nikkor AF 20mm F2.8 D</a> (เอาไว้ถ่ายเก็บบรรยากาศ กับรูปคู่)
<li><a href="http://www.nikonusa.com/Find-Your-Nikon/Product/Camera-Lenses/1923/AF-NIKKOR-35mm-f/2D.html">Nikkor AF 35mm F2 D</a> (เพิ่งได้มา ชอบมาก คม หวาน ถ่ายง่าย ใช้สนุก)
<li><a href="http://www.nikonusa.com/Find-Your-Nikon/Product/Camera-Lenses/2137/AF-NIKKOR-50mm-f/1.8D.html">Nikkor AF 50mm F1.8 D</a> (ว่าจะขาย &#8230; ไปๆ มาๆ ไม่ค่อยได้ใช้)
<li><a href="http://www.nikonusa.com/Find-Your-Nikon/Product/Camera-Lenses/1931/AF-NIKKOR-85mm-f/1.8D.html">Nikkor AF 85mm F1.8 D</a> (สวย หวานดี แต่อีกสองเดือนจะขาย สมทบทุนเล่น F1.4)
<li><a href="http://www.nikonusa.com/Find-Your-Nikon/Product/Camera-Lenses/1932/AF-DC-NIKKOR-105mm-f/2D.html">Nikkor AF 105mm F2 D DC</a> (หามานาน สุดยอดเลย แต่คุมยากหน่อย)
</ol>
<p>Zoom Lens:</p>
<ol>
<li><a href="http://www.nikonusa.com/Find-Your-Nikon/Product/Camera-Lenses/2162/AF-S-DX-Zoom-NIKKOR-18-135mm-f/3.5-5.6G-IF-ED.html">Nikkor AF-S DX 18-135 F3.5-5.6</a> (มากับ D80 ไม่ชอบที่สุดที่มี ใช้แค่ตอนลอง D80 เก็บเข้าลัง)
<li><a href="http://www.tamron.com/lenses/prod/1750_diII_a016.asp">Tamron 17-50mm F2.8 Di-II LD</a> (ติดหน้ากล้องวันสิ้นคิด พกเลนส์ได้ตัวเดียว อะไรแบบนั้น)
<li><a href="http://www.sigmaphoto.com/lenses/lenses_all_details.asp?id=3303&#038;navigator=3">Sigma 70-300mm F4-5.6 APO DG Macro</a> (คุ้มมาก แต่เสียดายไม่มี OS กับ HSM)
<li><a href="http://www.sigmaphoto.com/lenses/lenses_all_details.asp?id=3301&#038;navigator=6">Sigma 10-20mm F4-5.6 DC HSM EX</a> (ยังใช้ไม่คุ้มเท่าไหร่ ยังเรียนรู้ Perspective มันอยู่)
<li><a href="http://www.sigmaphoto.com/lenses/lenses_all_details.asp?id=3318&#038;navigator=6">Sigma 50-150 F2.8 APO EX DC HSM</a> (ไปๆ มาๆ ชอบตัวนี้ที่สุดใน Zoom ทั้งหมด เพราะส่วนมากชอบระยะประมาณนี้อยู่แล้ว คม สวย ใช้ได้)
</ol>
<p>Macro Lens: (ตอนนี้กำลังเริ่มหัดถ่าย &#8212; คงต้องซื้อขาตั้งซะที ไม่ไหว)</p>
<ol>
<li><a href="http://www.sigmaphoto.com/lenses/lenses_all_details.asp?id=3317&#038;navigator=5">Sigma 70mm F2.8 EX DG</a> (ดีนะ AF ได้ใกล้มาก แต่ช้าหน่อย)
<li><a href="http://www.nikonusa.com/Find-Your-Nikon/Product/Camera-Lenses/2160/AF-S-VR-Micro-NIKKOR-105mm-f/2.8G-IF-ED.html">Nikkor AF-S 105mm F2.8G IF ED VR Micro</a> (ตอนแรกจะไม่เอาล่ะ แต่ว่าตัวนี้ได้มาถูกมากจนแทบอยากกรี๊ด&#8230;)
</ol>
<p>ทุกอย่างเริ่มต้นกับ &#8220;อยากจะถ่ายรูปแฟนให้สวยกว่าคนอื่น&#8221; (หมายถึง กว่าที่คนอื่นเคยถ่ายน้องเค้ามา) จนกลายมาเป็นสิ่งเสพย์ติด (หมายถึงเสพย์ติดการถ่ายรูป แต่ยังถ่ายรูปแฟนมากกว่ารูปอื่นๆ มาก &#8212; มีคน/วัตถุ/สถานที่/แนวทาง 20% เท่านั้น ที่อยู่ในรูป 80% ของเรา .. กฏ 20/80 มันใช้ได้แทบจะเสมอ)</p>
<p>ต้องขอบคุณน้องเกดมากๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมเรียนรู้เรื่องการถ่ายรูป เรื่องเลนส์ และเรื่องกล้อง จริงๆ จังๆ เสียที หลังจากอยากจะถ่ายมานานแล้ว</p>
<p>ไม่ลงทุนสูงไปหน่อยเหรอ? บอกตามตรงครับว่า &#8220;สูงมาก&#8221; มากๆ เลย และทำเอาเงินที่เก็บๆ ไว้นานร่อยหรอลงไปเยอะมาก แต่ทุกครั้งที่ถ่ายรูปเกดออกมาสวย เจ้าตัวชอบ มีความสุข การลงทุนทุกอย่างมันคืนทุนแบบไม่รู้จะว่ายังไงดี</p>
<p>รอยยิ้มเพียงเล็กน้อยของเค้า ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม มันประมาณค่าออกมาเป็นเงินเป็นทองไม่ได้</p>
<p>อีกอย่าง ของพวกนี้เก็บดีๆ ก็ใช้งานได้นาน ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ใช่หรือ ผมว่าสิ่งทีมีค่าที่สุดในชีวิตเราคือ ความทรงจำ และก็คงจะมีเพียงไม่กี่อย่างที่ช่วยเราเก็บความทรงจำเอาไว้ ภาพถ่ายคือหนึ่งในนั้น</p>
<p>ปล. ผมเดาว่าคุณวีร์กับพี่ต้นจะต้องแวะมาแซวใน comment ของ entry นี้แน่นอน (ฮาฮา)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/06/15/157/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

