<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>rawitat.com &#124; Rawitat Pulam &#187; History</title>
	<atom:link href="http://www.rawitat.com/category/history/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rawitat.com</link>
	<description>Simplicity within Complexity, and Vice-Versa</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Jan 2012 07:48:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.4</generator>
		<item>
		<title>ดาบสองคม</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/03/24/131/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/03/24/131/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Mar 2008 06:50:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Just-a-Thought]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/03/24/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/</guid>
		<description><![CDATA[ดาบสองคม คมหนึ่งมันคมเท่าไหร่ อีกคมมันมักจะคมเท่านั้น แต่เรามักจะเห็นมันคมเดียว ณ เวลาหนึ่ง จนกระทั่งอีกคมหนึ่งมันไปฟาดอะไรซักอย่างของเราเท่านั้นแหละ ที่เราจะเห็นอีกคมหนึ่ง เทคโนโลยีทุกอย่าง เป็นดาบสองคม การพัฒนาการทุกอย่าง เป็นดาบสองคม เข้าทำนอง ยิ่งรัก ก็ยิ่งทุกข์ เมื่อวันหนึ่งที่ความรักนั้นมันกลับมาเป็นดาบอีกคมหนึ่ง คุณกำลังสัมผัสดาบสองคม ที่คมที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ &#8220;อินเทอร์เน็ต&#8221; อินเทอร์เน็ต ให้ Scale ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในแง่ของ Information Economy นั่นคือ ทุกคนแทบจะมี Economy of Scale เทียบเท่ากัน ขาดแต่เพียง Social Networking รองรับเท่านั้น ดาบสองคมที่ว่านั่น ก็คือ ถ้าทุกคนอยู่ในฐานะของ &#8220;สื่อ&#8221; ได้แล้วล่ะก็ จะมีกี่คนเล่าที่มีจรรยาบรรณของสื่อ หรือว่าคำถามที่ดีกว่านั้น จะมีกี่คนเล่าที่ใช้มันไปในทางสร้างสรรค์ เราต้องมี Information Literacy ที่ดีขึ้น &#8230;.. นอกจากนั้น อินเทอร์เน็ต มันยังเป็นแหล่งเก็บข้อมูลชั้นดี ที่ไม่มีวันล่ม แทบไม่มีวันหาย ข้อมูลหลายอย่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ดาบสองคม คมหนึ่งมันคมเท่าไหร่ อีกคมมันมักจะคมเท่านั้น</p>
<p>แต่เรามักจะเห็นมันคมเดียว ณ เวลาหนึ่ง จนกระทั่งอีกคมหนึ่งมันไปฟาดอะไรซักอย่างของเราเท่านั้นแหละ ที่เราจะเห็นอีกคมหนึ่ง</p>
<p>เทคโนโลยีทุกอย่าง เป็นดาบสองคม<br />
การพัฒนาการทุกอย่าง เป็นดาบสองคม</p>
<p>เข้าทำนอง ยิ่งรัก ก็ยิ่งทุกข์ เมื่อวันหนึ่งที่ความรักนั้นมันกลับมาเป็นดาบอีกคมหนึ่ง</p>
<p>คุณกำลังสัมผัสดาบสองคม ที่คมที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ</p>
<p>&#8220;อินเทอร์เน็ต&#8221;</p>
<p>อินเทอร์เน็ต ให้ Scale ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในแง่ของ Information Economy นั่นคือ ทุกคนแทบจะมี Economy of Scale เทียบเท่ากัน ขาดแต่เพียง Social Networking รองรับเท่านั้น</p>
<p>ดาบสองคมที่ว่านั่น ก็คือ ถ้าทุกคนอยู่ในฐานะของ &#8220;สื่อ&#8221; ได้แล้วล่ะก็ จะมีกี่คนเล่าที่มีจรรยาบรรณของสื่อ หรือว่าคำถามที่ดีกว่านั้น จะมีกี่คนเล่าที่ใช้มันไปในทางสร้างสรรค์</p>
<p>เราต้องมี Information Literacy ที่ดีขึ้น &#8230;..</p>
<p>นอกจากนั้น อินเทอร์เน็ต มันยังเป็นแหล่งเก็บข้อมูลชั้นดี ที่ไม่มีวันล่ม แทบไม่มีวันหาย</p>
<p>ข้อมูลหลายอย่าง ถ้ามันอยู่บนอินเทอร์เน็ตแล้ว มันแทบจะเป็นอดีตที่ไม่มีวันลบวันเลือน &#8230;. </p>
<p>เช่น เมื่อไม่กี่ปีก่อน ถ้ามีแฟน แล้วเลิกกัน อยากจะตัดขาดทิ้งทุกอย่าง มันคงจะทำได้ไม่ยาก ก็แค่เอาเผารูป เผาฟิล์ม เผาจดหมาย ก็เท่านั้นเอง &#8230;&#8230;</p>
<p>แต่ว่าทุกวันนี้ ถ้ามันอยู่บนอินเทอร์เน็ตเสียแล้ว Searchๆ ไป ค้นๆ ไป มันก็ยิ่งเจอไปเรื่อยๆ ทั้งข้อความที่เคยคุยกัน ซึ่งแสดงความสัมพันธุ์ที่เคยมี รวมทั้งภาพโน้นภาพนี้จากวันที่เคยมีกันและกัน และมันอาจจะดูดีกว่าปัจจุบันมากมาย วันดีคืนร้าย ภาพเหล่านั้นของวันที่เคยดี อาจจะกลับมาหลอกหลอนตัวเองหรือคนอื่น ในรูปแบบไหนก็ได้</p>
<p>อืมมม แล้วก็ .. บางคนก็เขียนแต่เรื่องดีๆ ของกันและกัน เรื่องเสียๆ หายๆ ไม่เคยเขียน บางคนกลับกัน เขียนแต่เรื่องเสียๆ หายๆ เรื่องดีๆ ไม่เขียน พอวันหนึ่งที่มันกลายสภาพเป็นเพียงหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ ข้อความทั้งดีและไม่ดี ก็คงส่งผลต่างกัน</p>
<p>ดาบสองคมชัดๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/03/24/131/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>History of the Internet &amp; the Web</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2007/11/11/101/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2007/11/11/101/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Nov 2007 12:39:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Lecture]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2007/11/11/history-of-the-internet-the-web/</guid>
		<description><![CDATA[เทอมนี้สอนวิชา Programming on the World Wide Web และคิดจะใช้วิธี collaborative knowledge development กับวิชานี้ (และอาจจะวิชาอื่นๆ ที่สอนในเทอมนี้ด้วย) ก็คือ ผมจะรวบรวมบทความหรือว่าเร่ืองน่าสนใจต่างๆ มาเป็น reading list และนักศึกษาจะต้องเข้าไปอ่าน​ (ไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งหมด) และต้องมีความคิดอะไรบางอย่างกับสิ่งที่ตัวเองอ่านไป ว่าให้ข้อคิดอะไรบ้าง ส่งให้เกิดผลอย่างไรบ้าง หรือว่าทำให้เข้าใจโลกที่เป็นอยู่อย่างไรบ้าง และนักศึกษาจะต้องเขียนเป็นบทความสั้นๆ แล้ว submit กลับเข้าไปในระบบ โดยที่ผมจะเป็น editor ให้ เพื่อคัดเลือกบทความที่ดี (interesting, insightful ตามภาษา slashdot) ให้อยู่ในระบบ และการนับคะแนนจะนับตาม contribution ในการร่วมกันสร้าง knowledge สำหรับ reading list แรกของวิขานี้ คือเรื่องเชิงประวัติศาสตร์ นั่นคือ history of internet &#038; the web ซึ่งผมเห็นว่าจริงๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เทอมนี้สอนวิชา Programming on the World Wide Web และคิดจะใช้วิธี collaborative knowledge development กับวิชานี้ (และอาจจะวิชาอื่นๆ ที่สอนในเทอมนี้ด้วย) ก็คือ ผมจะรวบรวมบทความหรือว่าเร่ืองน่าสนใจต่างๆ มาเป็น reading list และนักศึกษาจะต้องเข้าไปอ่าน​ (ไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งหมด) และต้องมีความคิดอะไรบางอย่างกับสิ่งที่ตัวเองอ่านไป ว่าให้ข้อคิดอะไรบ้าง ส่งให้เกิดผลอย่างไรบ้าง หรือว่าทำให้เข้าใจโลกที่เป็นอยู่อย่างไรบ้าง และนักศึกษาจะต้องเขียนเป็นบทความสั้นๆ แล้ว submit กลับเข้าไปในระบบ โดยที่ผมจะเป็น editor ให้ เพื่อคัดเลือกบทความที่ดี (interesting, insightful ตามภาษา slashdot) ให้อยู่ในระบบ และการนับคะแนนจะนับตาม contribution ในการร่วมกันสร้าง knowledge</p>
<p>สำหรับ reading list แรกของวิขานี้ คือเรื่องเชิงประวัติศาสตร์ นั่นคือ history of internet &#038; the web ซึ่งผมเห็นว่าจริงๆ ก็น่าสนใจดี ก็เลยเอามา post ไว้ที่นี่อีกที่หนึ่ง</p>
<p><a href="http://www.sdc.su.ac.th/knowledge/517312/?p=8">517312 Programming on the World Wide Web: Reading: History of Internet &#038; the Web</a></p>
<p>ซึ่งก็คงต้องขออภัยอย่างสูงด้วยอีกเรื่องหนึ่งคือ ใน website นั้น ไม่ให้คนนอกสมัครเข้ามาเขียน content ได้แต่อย่างใด (เนื่องจากกำลังอยู่ในระหว่างการทดลอง model นี้ในการศึกษา)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2007/11/11/101/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิวัฒนาการของ Dock</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2007/10/11/84/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2007/10/11/84/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Oct 2007 03:32:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computing]]></category>
		<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Usability/UI]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2007/10/11/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-dock/</guid>
		<description><![CDATA[อ้างอิง: Road to Mac OS X Leopard: Dock 1.6 โดย Prince McLean Dock ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ Interface หลักใน Mac OS X (และ Desktop อีกหลายตัว) ซึ่งตัว Dock นี้วัตถุประสงค์หลักของมันก็คือไว้เก็บ Application ที่ใช้บ่อยๆ (ย้ำ บ่อยๆ) หรือว่าใช้เป็นงานหลัก เพื่อให้เข้าถึงง่ายและเรียกใช้ได้เร็ว แต่ว่าหลายๆ คนกลับเอาโน่นเอานี่ใส่ไว้เยอะแยะมากมายมหาศาล (โดยเฉพาะโปรแกรมในชุด iLife หลายตัวที่อาจจะแทบไม่ได้ใช้ หรือว่าใช้นานๆ ครั้ง) ทำให้ Dock มันรก และไม่สะดวกในการใช้งาน [ภาพ Dock ใน OS X 10.5 จาก AppleInsider] จริงๆ แล้วในปัจจุบันก็ค่อนข้างที่จะ controversial มากพอควร ว่าจริงๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b><u>อ้างอิง:</u></b> <a href="http://www.appleinsider.com/articles/07/10/10/road_to_mac_os_x_leopard_dock_1_6.html">Road to Mac OS X Leopard: Dock 1.6</a> โดย Prince McLean</a></p>
<p>Dock ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ Interface หลักใน Mac OS X (และ Desktop อีกหลายตัว) ซึ่งตัว Dock นี้วัตถุประสงค์หลักของมันก็คือไว้เก็บ Application ที่ใช้บ่อยๆ (ย้ำ บ่อยๆ) หรือว่าใช้เป็นงานหลัก เพื่อให้เข้าถึงง่ายและเรียกใช้ได้เร็ว แต่ว่าหลายๆ คนกลับเอาโน่นเอานี่ใส่ไว้เยอะแยะมากมายมหาศาล (โดยเฉพาะโปรแกรมในชุด iLife หลายตัวที่อาจจะแทบไม่ได้ใช้ หรือว่าใช้นานๆ ครั้ง) ทำให้ Dock มันรก และไม่สะดวกในการใช้งาน</p>
<table border="0" align="center">
<tr>
<td><center><br />
<img src="http://images.appleinsider.com/leopard-preview-dock-10.jpg"><br />
</center></td>
</tr>
</table>
<p>
<center>[ภาพ Dock ใน OS X 10.5 จาก AppleInsider]</center></p>
<p>จริงๆ แล้วในปัจจุบันก็ค่อนข้างที่จะ controversial มากพอควร ว่าจริงๆ แล้วการใช้งาน Dock ในลักษณะแบบนั้นนี่จะเหมาะสมดีจริงๆ หรือเปล่า เพราะว่าจริงๆ แล้วมันทำให้มีการเลื่อน mouse เยอะพอดู (แต่ว่าก็ยังน้อยกว่าการค้นจาก Application folder หรือ Start Menu) และถ้าเราเป็นคนมักมากก็คงจะเอาโปรแกรมโน้นนี้ไปใส่ไว้ใน Dock เกือบหมด ซึ่งทำให้การใช้งาน Dock มีความสะดวกน้อยลง (เพราะว่า icon เล็กลง การหาเสียเวลามากขึ้น) &#8230; ยิ่งถ้าเป็น QuickLaunch ของ Windows ด้วยยิ่งไปกันใหญ่ เพราะว่ามันไปแย่งที่อยู่กันเองกับ Taskbar </p>
<table border="0" align="center">
<tr>
<td><center><br />
<img src="http://images.appleinsider.com/leopard-preview-dock-7.jpg"><br />
</center></td>
</tr>
</table>
<p>
<center>[ภาพจาก QuickLaunch &#038; Taskbar จาก AppleInsider]</center></p>
<p>Controversial ที่ผมว่านี้ ส่วนหนึ่งก็คือ Dock ไม่ได้เหมาะสมเท่าไหร่ในฐานะของ Application Launcher หรือเปล่า เพราะว่าเวลาเราจำโปรแกรม ส่วนหนึ่งเราจะจำเป็นชื่อ และหลายครั้งที่เราใช้งานคอมพิวเตอร์ มือของเราจะอยู่ที่ keyboard ไม่ใช่ mouse ทำให้มีคนพัฒนาโปรแกรมในลักษณะ Application Launcher ที่เรียก shortcut (มักจะเป็นการกดปุ่มบน keyboard สองปุ่มหรือว่าสามปุ่มพร้อมกัน) แล้วพิมพ์ชื่อโปรแกรมลงไปมากกว่า เช่น <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Quicksilver_(software)">QuickSilver</a> บน Mac OS X เป็นต้น</p>
<p>บทความที่ผม link มาด้านบน​ มีเรื่องวิวัฒนาการของ Dock ตั้งแต่เริ่มต้นใน RISCOS เป็น NeXT เป็น Newton เป็น &#8230; และมาลงเอยด้วย Mac OS X  และครอบคลุมถึง feature ใหม่ๆ ใน Mac OS X 10.5 Leopard ด้วย (เช่น Stacks) เป็นบทความที่ยาว 3 หน้า แต่ว่าเป็นเรื่องวิวัฒนาการของ Dock หน้าเดียว นอกนั้นเป็น Dock ใน Leopard</p>
<p>Stacks สำหรับ Dock ใน OS X 10.5 นี่เท่าที่อ่าน (ยังไม่ได้สัมผัส) ก็น่าจะเข้าท่าทีเดียว แต่ว่าจะทำให้การใช้งานง่ายขึ้น หรือว่าเพิ่มความซับซ้อนในการใช้งาน (และ visual effect) โดยใช่เหตุ ก็ยังเป็นประเด็นที่จะต้องขอดูต่อไปก่อน</p>
<p>เสียดาย ที่บทความที่ว่า ไม่ได้พูดถึง Dock ใน Desktop Environment อื่นๆ เลย แต่ว่าก็ไม่เป็นไร เพราะว่าเค้าอยากจะเขียน focus ไปที่ Dock ของ OS X รุ่นใหม่ ก็เลยไม่ได้ focus ไปที่ตัวอื่น</p>
<p>เอาไว้ถ้ายังไงผมจะลองเขียนๆ ให้อ่านเองก็แล้วกันครับ (สัญญาอีกล่ะ) เหมือนกับที่เคยเขียนเรื่อง <a href="http://www.cp.su.ac.th/~rawitat/articles/files/osxhistory.pdf">History of Modern Mac Operating Systems: Mac OS 8, 9 and X</a> ไว้เมื่อนานมาแล้ว (จริงอยากจะขยายเป็นหนังสือ เรื่องประวัติ Modern OS ซักเล่ม แต่ว่าท่าทางจะยาว&#8230;&#8230; ข้อมูลมันเยอะมาก ยิ่งพวกสาย Linux, BSD เนี่ย เยอะสุดๆ)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2007/10/11/84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

