<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>rawitat.com &#124; Rawitat Pulam &#187; Personal</title>
	<atom:link href="http://www.rawitat.com/category/personal/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rawitat.com</link>
	<description>Simplicity within Complexity, and Vice-Versa</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Jan 2012 07:48:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.4</generator>
		<item>
		<title>คุณยายครับ หลับให้สบายนะ</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2011/12/08/670/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2011/12/08/670/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Dec 2011 18:47:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Personal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2011/12/08/670/</guid>
		<description><![CDATA[6 ธันวาคม 2554 … วันที่คุณยายได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ตั้งแต่ผมเด็กๆ &#8220;คุณยาย&#8221; เป็นความทรงจำแรกๆ ที่ผมมี เพราะเป็นคนที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก เป็นคนที่อยู่กับผมมากที่สุด ….. คุณยายรักหลานคนนี้และทุกคนมาก เป็นคนเดียวในครอบครัวของผมที่ผมจำได้ ว่าไม่เคยเถียงหรือไม่เคยทะเลาะอะไรกันเลย …. เวลาทะเลาะกับใคร เวลาอยากร้องไห้แต่ไม่รู้จะร้องกับใครดี ก็มีคุณยายอยู่เสมอ … จำได้ว่าชอบกินข้าวจี่ใส่ไข่ที่คุณยายทำให้กินมาก กินที่ไหนก็ไม่เหมือนที่คุณยายทำให้กิน แต่ปีหลังๆ ไม่ได้กินแล้ว เพราะคุณยายไม่แข็งแรง ถึงผมจะเป็นหลานคนที่ตอนเด็กๆ อยู่กับยายมากกว่าคนอื่นๆ แต่พอโตขึ้นมากลับได้อยู่กับยายน้อยกว่าคนอื่นๆ เพราะไปเรียนโรงเรียนประจำ แล้วก็ไปเรียนเมืองนอก พอกลับมาก็มาทำงานไกลบ้าน แล้วก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านกลับช่องเท่าไหร่ …. ตอนนี้จะพูดอะไร จะนึกอะไรออก ก็สายไปหมดแล้ว ผมคงไม่เสียดายอะไรกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ เพราะก็เชื่อว่าตัวเองทำดีที่สุดเท่าที่เวลาที่มีอยู่ กับทุกเรื่องทุกอย่างที่ต้องทำ จะเอื้อให้สามารถทำได้แล้ว แต่ผมเชื่ออะไรบางอย่าง ว่าถึงช่วงหลายเดือนสุดท้าย คุณยายจะป่วยหนัก เหมือนไม่รับรู้ไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว แต่ผมเชื่อว่าแกยังห่วงลูกห่วงหลานทุกคน แกทนรอจนผมกลับเข้ามาอยู่บ้านได้แล้ว น้ำแห้งแล้ว และเดินทางได้แล้ว … ทันทีที่ผมกลับเข้ามาบ้านได้ และบ้านเริ่มลงตัว คุณยายคงหมดห่วง ประกอบกับการที่คุณยายรักในหลวงมาก … อุตส่ารอให้ผ่านวันที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>6 ธันวาคม 2554 … วันที่คุณยายได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ</p>
<p>ตั้งแต่ผมเด็กๆ &#8220;คุณยาย&#8221; เป็นความทรงจำแรกๆ ที่ผมมี เพราะเป็นคนที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก เป็นคนที่อยู่กับผมมากที่สุด ….. คุณยายรักหลานคนนี้และทุกคนมาก เป็นคนเดียวในครอบครัวของผมที่ผมจำได้ ว่าไม่เคยเถียงหรือไม่เคยทะเลาะอะไรกันเลย …. เวลาทะเลาะกับใคร เวลาอยากร้องไห้แต่ไม่รู้จะร้องกับใครดี ก็มีคุณยายอยู่เสมอ … จำได้ว่าชอบกินข้าวจี่ใส่ไข่ที่คุณยายทำให้กินมาก กินที่ไหนก็ไม่เหมือนที่คุณยายทำให้กิน แต่ปีหลังๆ ไม่ได้กินแล้ว เพราะคุณยายไม่แข็งแรง</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/12/DSC_6090.jpg" width="480" height="319" alt="DSC_6090.jpg" /><br />
</center></p>
<p>ถึงผมจะเป็นหลานคนที่ตอนเด็กๆ อยู่กับยายมากกว่าคนอื่นๆ แต่พอโตขึ้นมากลับได้อยู่กับยายน้อยกว่าคนอื่นๆ เพราะไปเรียนโรงเรียนประจำ แล้วก็ไปเรียนเมืองนอก พอกลับมาก็มาทำงานไกลบ้าน แล้วก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านกลับช่องเท่าไหร่ …. </p>
<p>ตอนนี้จะพูดอะไร จะนึกอะไรออก ก็สายไปหมดแล้ว ผมคงไม่เสียดายอะไรกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ เพราะก็เชื่อว่าตัวเองทำดีที่สุดเท่าที่เวลาที่มีอยู่ กับทุกเรื่องทุกอย่างที่ต้องทำ จะเอื้อให้สามารถทำได้แล้ว</p>
<p>แต่ผมเชื่ออะไรบางอย่าง ว่าถึงช่วงหลายเดือนสุดท้าย คุณยายจะป่วยหนัก เหมือนไม่รับรู้ไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว แต่ผมเชื่อว่าแกยังห่วงลูกห่วงหลานทุกคน แกทนรอจนผมกลับเข้ามาอยู่บ้านได้แล้ว น้ำแห้งแล้ว และเดินทางได้แล้ว … ทันทีที่ผมกลับเข้ามาบ้านได้ และบ้านเริ่มลงตัว คุณยายคงหมดห่วง</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/12/DSC_5968.jpg" width="480" height="319" alt="DSC_5968.jpg" /><br />
</center></p>
<p>ประกอบกับการที่คุณยายรักในหลวงมาก … อุตส่ารอให้ผ่านวันที่ 5 ธันวาคมไปเสียก่อน เพราะพอผ่านวันเฉลิมฯ ไปไม่กี่นาที คุณยายก็จากไปสงบ</p>
<p>Blog นี้ผมคงไม่เขียนอะไรมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมเขียนไม่ได้ ตัวอักษรหรือข้อความอะไรพวกนี้มันแทนความรู้สึกไม่ได้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียว อีกอย่างผมคงไม่สามารถเขียนอะไรทั้งน้ำตาไปมากนัก จะพิมพ์ข้อความอะไร น้ำตามันก็ไหลทุกครั้งที่ขยับมือ</p>
<p>ผมแค่อยากบอกว่า … คุณยายครับ หลับให้สบายนะครับ ไม่ต้องห่วงหลาน หลานทุกคนของคุณยายดูแลตัวเองได้</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/12/DSC_7517.jpg" width="480" height="319" alt="DSC_7517.jpg" /><br />
</center></p>
<p>ผมอาจจะไม่ได้พาคุณยายไปเที่ยวที่คุณยายอยากไป แต่ผมเชื่อว่าคุณยายไม่ได้อยากเห็นที่เหล่านั้น เท่ากับการเห็นคนในครอบครัวรักกัน ไม่ทะเลาะกัน มีความสุข อยู่กันเป็นครอบครัว เพราะทุกที่ที่คุณยายอยากเห็น อยากไปเที่ยว วันนี้คุณยายคงได้เห็นแล้ว แต่ภาพของครอบครัวแบบนั้น และภาพของหลานๆ ทุกคนที่เล่นกัน มีความสุขด้วยกัน เหมือนตอนยังเด็กๆ ยังเป็นอะไรที่ &#8220;พวกเรา&#8221; ที่ยังอยู่ ต้องทำให้ยายได้เห็นต่อไป</p>
<p>นั่นสินะ … ผมเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไป … เพราะคุณยายรักหลานทุกคนมาก แต่หลานยายทุกคนกระจัดกระจายไปอยู่คนละที่คนละทาง บางคนอยู่เมืองนอกและคงไม่กลับด้วยซ้ำ … ดังนั้นผมควรจะบอกว่า … </p>
<p>6 ธันวาคม 2554 … วันที่คุณยายได้อยู่กับหลานๆ ทุกคนพร้อมๆ กันได้ในทุกที่ ไม่ว่าหลานยายแต่ละคนจะอยู่ที่ไหน ไม่มีข้อจำกัดของเวลา ร่างกาย และสังขารมาเป็นกำแพงกั้น</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/12/DSC_5974.jpg" width="480" height="319" alt="DSC_5974.jpg" /><br />
</center></p>
<p>คุณยายเหนื่อยมาเยอะแล้วครับ หลับให้สบายนะครับ คุณยายจะไม่ต้องเหนื่อยอะไรอีกแล้ว คุณยายได้ตื่นแล้ว จากฝันที่เรียกว่า &#8220;ชีวิต&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2011/12/08/670/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนีน้ำ 2554</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2011/11/30/662/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2011/11/30/662/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Nov 2011 05:35:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Personal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2011/11/30/662/</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 28 ตุลาคม 2554 วันที่ชีวิตผมเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 บ้านผมที่ตั้งอยู่ใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นั้นเป็นพื้นที่ประสบภัย ทำให้ต้องอพยพหนีภัยมาอยู่ที่ชลบุรี และเนื่องจากรถผมดับไปตอนขับฝ่าน้ำซึ่งท่วมถนนราชพฤกษ์ค่อนข้างสูง (และรวดเร็ว ก่อนหน้านั้น 1 วันยังแห้งอยู่) ทำให้ผมไม่มีรถใช้ระหว่างหนีภัยนี้ จากระเบียงชั้นสอง ไม่กี่วันก่อนจะตัดสินใจหนีออกมา ทางเข้าหมู่บ้าน ไม่กี่วันก่อนหนีออกมา จุดนี้ความสูงพื้นที่มากกว่าตรงบ้านประมาณหนึ่งฟุต แต่มันทำให้ผมพบความจริงง่ายๆ หลายอย่างมาก กับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป … และมันอาจจะเปลี่ยนชีวิตผมไปแบบไม่มีวันกลับ ตั้งแต่สิ้นเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน … 1 เดือนนี้ เป็น 1 เดือนที่แปลกที่สุดตั้งแต่ผมกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นเมื่อเมษายนปี 2548 คือเป็น 1 เดือนที่ชีวิตผมแทบจะตัดขาดจาก &#8220;โลกภายนอก&#8221; ที่ผมเคยรู้จัก เหมือนกับสำหรับผมแล้ว โลกใบนั้นมันได้หยุดหมุนไปเสียเฉยๆ ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว มันจะยังหมุนของมันไปเป็นปกติ มีชะงักบ้างเนื่องจากผลกระทบเล็กน้อยของน้ำท่วม เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็ยังทำงานปกติ ถึงจะมีการเลื่อนเปิดเทอม แต่หน่วยงานต่างๆ ก็ยังทำงานปกติอยู่ ถึงจะมีการอนุญาตให้ผู้ประสบภัยและไม่สะดวกในการเดินทางสามารถหยุดได้ก็ตาม หลายแห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งผมเคยไปทำงาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 28 ตุลาคม 2554 วันที่ชีวิตผมเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง</p>
<p>จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 บ้านผมที่ตั้งอยู่ใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นั้นเป็นพื้นที่ประสบภัย ทำให้ต้องอพยพหนีภัยมาอยู่ที่ชลบุรี และเนื่องจากรถผมดับไปตอนขับฝ่าน้ำซึ่งท่วมถนนราชพฤกษ์ค่อนข้างสูง (และรวดเร็ว ก่อนหน้านั้น 1 วันยังแห้งอยู่) ทำให้ผมไม่มีรถใช้ระหว่างหนีภัยนี้</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/11/photo1.jpg" width="480" height="358" alt="photo1.JPG" /><br />
จากระเบียงชั้นสอง ไม่กี่วันก่อนจะตัดสินใจหนีออกมา<br />
</center><br />
<br />
<center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/11/photo-2.jpg" width="480" height="358" alt="photo-2.jpg" /><br />
ทางเข้าหมู่บ้าน ไม่กี่วันก่อนหนีออกมา จุดนี้ความสูงพื้นที่มากกว่าตรงบ้านประมาณหนึ่งฟุต<br />
</center></p>
<p>แต่มันทำให้ผมพบความจริงง่ายๆ หลายอย่างมาก กับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป … และมันอาจจะเปลี่ยนชีวิตผมไปแบบไม่มีวันกลับ</p>
<p>ตั้งแต่สิ้นเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน … 1 เดือนนี้ เป็น 1 เดือนที่แปลกที่สุดตั้งแต่ผมกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นเมื่อเมษายนปี 2548 คือเป็น 1 เดือนที่ชีวิตผมแทบจะตัดขาดจาก &#8220;โลกภายนอก&#8221; ที่ผมเคยรู้จัก เหมือนกับสำหรับผมแล้ว โลกใบนั้นมันได้หยุดหมุนไปเสียเฉยๆ ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว มันจะยังหมุนของมันไปเป็นปกติ มีชะงักบ้างเนื่องจากผลกระทบเล็กน้อยของน้ำท่วม เช่น </p>
<ul>
<li>มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็ยังทำงานปกติ ถึงจะมีการเลื่อนเปิดเทอม แต่หน่วยงานต่างๆ ก็ยังทำงานปกติอยู่ ถึงจะมีการอนุญาตให้ผู้ประสบภัยและไม่สะดวกในการเดินทางสามารถหยุดได้ก็ตาม</li>
<li>หลายแห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งผมเคยไปทำงาน คุยงาน ประชุม ฯลฯ ก็ยังเปิดทำการปกติ เนื่องจากไม่ค่อยจะกระทบจากน้ำท่วมเท่าไหร่
</ul>
<p>จากการที่ไม่มีรถ และถนนเส้นทางที่รู้จักในการไปที่ต่างๆ ถูกตัดขาดหลายเส้น ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไป ….</p>
<p>เมื่อเช้านี้ ผมได้โพสท์ใน Facebook ของตัวเองว่า</p>
<blockquote><p>
จากการหนีน้ำครั้งนี้ ทำให้เข้าใจเรื่องง่ายๆ หลายอย่างมากขึ้น ว่าจริงๆ ชีวิตคนเรามันต้องการแค่ไหนถึงจะพอ</p>
<p>เราไม่ได้เป็นเครื่องจักรทำงาน เราไม่ต้องการการถกเถียงเอาชนะ เราไม่ต้องการระเบียบกรอบอะไรมากมาย เราไม่ต้องการดิ้นรนกระเสือกกระสนแข่งขันกับอะไรก็ตามที่เราคิดเองว่าเป็นคู่แข่ง เราไม่ได้ต้องการรางวัลทรัพย์สินเงินทองมากมายก่ายกองอะไร แม้แต่การยอมรับจากโลกกว้างก็เป็นเรื่องอุปโลก</p>
<p>อย่างๆ น้อยก็ตัวผมเอง&#8230; ที่ต้องการแค่มุมสงบๆ นั่งเขียนโปรแกรมไปเรื่อยๆ เขียนหนังสือไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็นั่งเล่นกับหมา นั่งดูทีวี นั่งเล่นเกม ว่างก็หยิบกล้องไปเดินถ่ายรูปรอบบ้าน ไม่ต้องจัดทริป ไม่ต้องตะเกียกตะกาย</p>
<p>ที่เขียนไปในหนังสือ และประวัติตัวเองเวลาส่งไปไหนว่า &#8220;ชีวิตผม คงเหลือแค่เขียนโปรแกรม สอนเขียนโปรแกรม เขียนหนังสือสอนเขียนโปรแกรม และถ่ายรูป&#8221; เป็นเรื่องจริง และหวังว่าจะเป็นจริง 100% ไม่ต้องมีเรื่องอื่นเร็วๆ นี้
</p></blockquote>
<p>คงบรรยายความรู้สึกตัวเองที่มีในขณะนี้ได้พอสมควร</p>
<p>ผมมองกลับไปยังชีวิตผมที่ผ่านมาหลายปี หลายเดือน ด้วยความไม่เข้าใจ .. ความสงบสุขในชีวิตแบบนี้ หรือ ความซับซ้อนวุ่นวายยุ่งเหยิงทั้งหลายทั้งปวง ที่โลกภายนอกกำหนดให้เราต้องเป็นคนทำ เหมือนมี checklist กำกับไว้ตลอดเวลา ว่าต้องทำอะไร ทำอะไร ทำอะไร ต่อด้วยทำอะไร กันแน่ ที่เป็นสิ่งที่มนุษย์เราต้องการ?</p>
<p>ช่วงหลังๆ ในชีวิตของผมที่บ้าน (ซึ่งเป็นที่ตั้งของ <a href="http://www.code-app.com">บ.โค้ด แอพพ์ จำกัด</a> ด้วย) นั้นค่อนข้างเรียบง่าย ผมแทบไม่ออกจากบ้านไปไหนมาไหนเท่าไหร่ ตื่นเช้ามาก็เดินไปชงกาแฟ เดินเข้าห้องทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ นั่งเขียนหนังสือ เขียนโปรแกรม เบื่อก็หยิบกล้องไปเดินถ่ายรูปเล่นรอบบ้าน ….. มันเป็นชีวิตที่มีความสุข เทียบกับเมื่อตอนที่ต้องวิ่งไปวิ่งมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด</p>
<p>ซึ่งมันก็เหมือนกับชีวิตของผมในช่วงหนีภัยน้ำท่วมนี้</p>
<p>ผมมองกลับไปยังชีวิตก่อนหน้านี้ ด้วยความไม่เข้าใจมากขึ้น กับความซับซ้อนยุ่งยากไม่รู้จักจบจักสิ้นของมัน การประชุม ระบบระเบียบ กฏเกณฑ์ รายละเอียดปลีกย่อย การแก่งแย่งชิงดี การแก่งแย่งทรัพยากร การชิงไหวชิงพริบ การหักหน้าหักตา การเล่นพรรคเล่นพวก รายการสิ่งที่ต้องทำซึ่งคนอื่นที่ไหนไม่รู้เป็นคนกำหนด ฯลฯ … นี่หรือโลกที่เราอยากให้ &#8220;ชีวิต&#8221; เราอยู่? นี่หรือรูปแบบ &#8220;ชีวิต&#8221; ที่เราต้องการ?</p>
<p>การตัดขาดจากโลกภายนอกจากที่ผมเคยรู้จัก &#8220;ในระดับหนึ่ง&#8221; แบบนี้ ทำให้เห็นอะไรดีขึ้นอีกเยอะมาก ผมคงจะปล่อยให้มันหมุนของมันไปอย่างนั้น เพราะผม &#8220;พอ&#8221; แล้ว กับความสุขจอมปลอมที่ผ่านมาหลายต่อหลายอย่างในชีวิต ที่ไม่ได้ทำให้อะไรมันดีขึ้นเลยแม้แต่อย่างเดียว ยิ่งก่อให้เกิดความยึดติด ความกลัว ความโกรธ ความรัก ความเกลียด ความ ฯลฯ อะไรทั้งหลายทั้งแหล่ มากยิ่งขึ้นทุกวัน</p>
<p>ผมก็ยังจะเขียนโปรแกรม เขียนหนังสือ สอนเขียนโปรแกรม และถ่ายรูปต่อไป ไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ผมเชื่อว่านี่คือประโยชน์ต่อโลกเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมทำได้ นอกจากการพยายามไม่เบียดเบียนมันมากกว่านี้ …. แต่ปฏิเสธไม่ได้หรอก ว่าลึกๆ ในใจแล้ว ผมอยากไปอยู่ที่ซึ่งมัน &#8220;ไกล&#8221; และ &#8220;สงบ&#8221; มากกว่าทุกที่ที่ผมเคยอยู่ …….</p>
<p>ผมหลับตา นึกถึงชนบทไกลๆ …. พอจะหาซื้อหาอะไรได้จากการปั่นจักรยานไปตลาดแถวๆ บ้าน … กลับมานั่งเขียนโปรแกรม เขียนหนังสือ อาจจะเป็นหนังสือเขียนโปรแกรม หรือหนังสือภาพของชีวิตชนบทแถวบ้าน ที่ถ่ายเก็บๆ ไว้ … รายได้จากการขายหนังสือ และแอพพลิเคชั่นบน App Store คงจะทำให้ใช้ชีวิตแบบนั้นได้ไม่ลำบากมากเท่าไหร่ ไม่รู้จะเอาเงินเยอะแยะมากมาย ความสำเร็จแบบโลกภายนอกไปทำไม&#8230;&#8230;</p>
<p>ผมหลับตา เห็นตัวเองในชนบทไกลๆ ….. ปลีกวิเวกจากสังคม เข้าวัดเข้าวา คุยกับพระ อยู่กับอะไรที่เรียบๆ ง่ายๆ …. นั่นคงจะเป็น &#8220;ความสำเร็จ&#8221; อีกแบบ ที่ลึกๆ แล้วผม &#8220;อยากได้&#8221; อยู่ก็เป็นได้ ….</p>
<p>ปิดด้วยรูปลูกชายสุดที่รัก ผู้ลี้ภัยหมายเลข 1. ที่พาหนีออกมาตัวแรกเลย</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2011/11/iphonephoto1.jpg" width="480" height="319" alt="iphonephoto1.jpg" /><br />
</center></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2011/11/30/662/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แปลหนังสือ/เขียนหนังสือ</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2011/01/14/589/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2011/01/14/589/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Jan 2011 08:36:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Just-a-Thought]]></category>
		<category><![CDATA[Personal]]></category>
		<category><![CDATA[Rant]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2011/01/14/589/</guid>
		<description><![CDATA[ตอนนี้มีงานหนึ่งที่ผมกำลังทำอยู่ และไม่เสร็จง่ายๆ ก็คืองานบรรณาธิการหนังสือแปลเล่มหนึ่ง ที่จริงๆ แล้วก็ล่าช้ากว่ากำหนดมาพักหนึ่งแล้ว ก็บอกตามตรงว่า งานนี้ยากกว่าที่ผมคิดไว้ตอนแรกมากเลยทีเดียว และได้คติที่อยากจะเขียนลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเอาไว้ เผื่อจะมีประโยชน์กับนักเขียน/นักแปล/บรรณาธิการ/สำนักพิมพ์ ในอนาตต ด้วยจรรยาบรรณ ผมขอสงวนชื่อทั้งหมด ทั้งหนังสือ ผู้แปล และสำนักพิมพ์เอาไว้นะครับ ผมพบว่าผู้แปลหนังสือ &#8220;แปลไม่รู้เรื่อง&#8221; เป็นอย่างมาก ซึ่งขอสรุปเป็นเรื่องๆ อย่างคร่าวๆ ดังนี้ ใช้ภาษายากเกินความจำเป็นมาก หนังสือต้นฉบับเขียนด้วยภาษาอังกฤษพื้นๆ พื้นมากๆ เรียกได้ว่าเหมือนกับภาษาพูดธรรมดา แต่ว่าทำไมเวลาแปลแล้ว กลายเป็นภาษาไทยที่ไม่ธรรมดามาก ต้องปีนบันไดอ่าน ขึ้นไปสามสี่ชั้นก็ยังอ่านไม่รู้เรื่อง (แล้วจะปีนทำบ้าอะไร) ต้องแปลไทยเป็นไทย เรียบเรียงใหม่ในหัวตั้งหลายต่อหลายครั้ง อิงกับตัวหนังสือ/ตัวอักษรมากไป จนสื่อเจตนา &#8220;ผิด&#8221; จากภาษาอังกฤษอย่างมาก แบบไม่น่าให้อภัย ถ้าดูทีละคำในประโยคว่าแปลว่าอะไร ก็อาจจะแปลถูกต้อง แต่ว่าถ้าดูพร้อมกันทั้งประโยค และยิ่งทั้งย่อหน้า ทั้งหน้า จะเห็นได้ว่าผิดแบบชัดเจน เน้นภาษาสวย (อีกครั้ง) แต่อ่านแล้วไม่อินเลย ส่อให้เห็นชัดเจนว่าผู้แปลเป็นนักภาษา แต่ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญความชำนาญอะไรเลยในเรื่องที่เค้ากำลังแปลอยู่ (พูดง่ายๆ ว่าไม่มี Domain Knowledge ในเรื่องนั้นๆ เลย) โครงสร้างทุกอย่างที่ออกมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตอนนี้มีงานหนึ่งที่ผมกำลังทำอยู่ และไม่เสร็จง่ายๆ ก็คืองานบรรณาธิการหนังสือแปลเล่มหนึ่ง ที่จริงๆ แล้วก็ล่าช้ากว่ากำหนดมาพักหนึ่งแล้ว ก็บอกตามตรงว่า งานนี้ยากกว่าที่ผมคิดไว้ตอนแรกมากเลยทีเดียว และได้คติที่อยากจะเขียนลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเอาไว้ เผื่อจะมีประโยชน์กับนักเขียน/นักแปล/บรรณาธิการ/สำนักพิมพ์ ในอนาตต</p>
<p>ด้วยจรรยาบรรณ ผมขอสงวนชื่อทั้งหมด ทั้งหนังสือ ผู้แปล และสำนักพิมพ์เอาไว้นะครับ</p>
<p>ผมพบว่าผู้แปลหนังสือ &#8220;แปลไม่รู้เรื่อง&#8221; เป็นอย่างมาก ซึ่งขอสรุปเป็นเรื่องๆ อย่างคร่าวๆ ดังนี้</p>
<ul>
<li>ใช้ภาษายากเกินความจำเป็นมาก หนังสือต้นฉบับเขียนด้วยภาษาอังกฤษพื้นๆ พื้นมากๆ เรียกได้ว่าเหมือนกับภาษาพูดธรรมดา แต่ว่าทำไมเวลาแปลแล้ว กลายเป็นภาษาไทยที่ไม่ธรรมดามาก ต้องปีนบันไดอ่าน ขึ้นไปสามสี่ชั้นก็ยังอ่านไม่รู้เรื่อง (แล้วจะปีนทำบ้าอะไร) ต้องแปลไทยเป็นไทย เรียบเรียงใหม่ในหัวตั้งหลายต่อหลายครั้ง
<li>อิงกับตัวหนังสือ/ตัวอักษรมากไป จนสื่อเจตนา &#8220;ผิด&#8221; จากภาษาอังกฤษอย่างมาก แบบไม่น่าให้อภัย ถ้าดูทีละคำในประโยคว่าแปลว่าอะไร ก็อาจจะแปลถูกต้อง แต่ว่าถ้าดูพร้อมกันทั้งประโยค และยิ่งทั้งย่อหน้า ทั้งหน้า จะเห็นได้ว่าผิดแบบชัดเจน
<li>เน้นภาษาสวย (อีกครั้ง) แต่อ่านแล้วไม่อินเลย ส่อให้เห็นชัดเจนว่าผู้แปลเป็นนักภาษา แต่ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญความชำนาญอะไรเลยในเรื่องที่เค้ากำลังแปลอยู่ (พูดง่ายๆ ว่าไม่มี Domain Knowledge ในเรื่องนั้นๆ เลย)
<li>โครงสร้างทุกอย่างที่ออกมา เป็น &#8220;ภาษาอังกฤษ&#8221; มากกว่าเป็นภาษาไทย มันขัดธรรมชาติของภาษาเรา ผิดจริตหลายอย่างมาก (แต่ว่าถ้าแปลกลับเป็นภาษาอังกฤษ อาจจะเข้าท่ากว่า) เช่น มีการใช้ &#8220;-&#8221; แสดงประโยคขยาย/เสริม ในระหว่างประโยค ซึ่งภาษาเราไม่ใช้กัน เป็นต้น
</ul>
</p>
<p>สิ่งที่ผมอยากจะฝาก อยากจะเขียนถึง ไม่ใช่การด่าว่าใคร แต่อยากจะเอาความจริงที่ตัวเองพบมา ทั้งจากประสบการณ์เขียน แปล และบรรณาธิการหลายต่อหลายอย่าง ฝากให้คนที่มาอ่าน Blog ผมดังนี้</p>
<ul>
<li>งานแปลหนังสือ จริงๆ แล้วมันคือ &#8220;งานเขียนหนังสือ&#8221; โดยอาศัยเค้าโครง โครงสร้าง การเรียงลำดับเนื้อเรื่อง จากหนังสือเล่มอื่นที่มีอยู่แล้วเท่านั้นเอง
<li>ดังนั้นมันจะดีกว่า ถ้าเราคิดว่า ก่อนอื่น เราต้องการคนแปลหนังสือ แบบเดียวกับที่เราต้องการคนเขียนหนังสือ นั่นคือ ไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ แต่เป็นคนที่มี Domain Knowledge ในด้านนั้นๆ โดยเฉพาะ ที่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาไทยได้ดีเป็นหลัก และพอจะอ่านภาษาต่างประเทศ (ภาษาต้นทาง) ออก เท่านั้นเอง
<li>ทำไมน่ะหรือ เพราะว่าการแปลที่ดี ไม่ใช่แปลตัวอักษรออกมาให้ครบทุกตัว ทุกคำพูด ทุกบรรทัด ให้เหมือนต้นฉบับทุกวรรคทุกตอน แต่ว่าต้องเป็นการสื่อสาร &#8220;วิญญาณ&#8221; ของมันออกมาในอีกภาษาหนึ่งต่างหาก ดังนั้นหากผู้แปลไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์อะไรเลย พูดง่ายๆ ว่า &#8220;ไม่อิน&#8221; กับเรื่องที่ตัวเองแปล มันจะออกมาแย่มาก เพราะว่านักภาษาหลายคน (จากประสบการณ์ที่พบ) มีแนวโน้มจะแต่งภาษาให้สละสลวย มากกว่าสื่อวิญญาณของมันให้ได้อย่างดิบๆ ตรงไปตรงมา
<li>อย่าคิดว่า &#8220;ก็ให้นักภาษาแปลก่อน จะได้แปลถูกหลักภาษา แล้วค่อยให้คนมี Domain Knowledge แก้ไขทีหลัง&#8221; ให้คิดกลับกันว่า &#8220;ให้คนมี Domain Knowledge เขียนจากต้นฉบับภาษาต่างประเทศก่อน แล้วค่อยให้นักภาษาเกลาทีหลัง&#8221; จะดีกว่ามาก
</ul>
</p>
<p>&#8220;เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย&#8221; ยังคงใช้ได้เสมอกับกรณีเช่นนี้ หลายคนกลัวกับการ &#8220;เสียคำบางคำ&#8221; หรือว่า &#8220;เสียความถูกต้องของประโยคบางประโยค&#8221; ไป ก็จะพยายามมากมายก่ายกอง เพื่อรักษาตรงนี้เอาไว้ แต่ว่าลงเอยด้วยหนังสือทั้งเล่มที่มันอ่านไม่รู้เรื่อง ผิดเจตนารมณ์ดั้งเดิมของผู้แต่งหนังสือ ไม่สามารถสื่อวิญญาณของมันออกมาได้ &#8230; และที่สำคัญ เมื่อมองไม่ภาพรวม ภาษาที่แปลถูกต้องเป็นคำๆ นั้น รวมกันแล้วอาจไม่ใช่เนื้อความที่ถูกต้องก็ได้</p>
<p>ปิดท้ายละกัน ผมเจอประโยคนี้ &#8220;It takes all you&#8217;ve got to keep safe&#8221; &#8230;. ซึ่งในบริบทของเนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือเล่มนั้น มันหมายถึงว่า &#8220;เราต้องทำทุกวิถีทางให้รอดจากอันตรายทั้งหลายแหล่&#8221; &#8230;.​ ดันไปแปลว่า &#8220;มันจะเอาทุกอย่างที่เราได้มา ไปเก็บไว้ในตู้เซฟ&#8221;</p>
<p>สุดตรีนมากครัฟ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2011/01/14/589/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2011 Resolution</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2011/01/13/586/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2011/01/13/586/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Jan 2011 10:46:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Personal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2011/01/13/586/</guid>
		<description><![CDATA[ผ่านมาจะ 2 อาทิตย์อยู่แล้ว เขียนมันซะหน่อย &#8230; ไว้เป็นเครื่องเตือนใจ ทุกปีที่ผ่านมา ก็เขียนมันทุกปี ย้อนกลับไปดู ก็พบว่าทำได้น้อยกว่าที่คิดไว้ทุกปี ปีนี้จะ back-to-basic ล่ะ เอาแค่เท่าที่ทำได้ และคิดว่าจะทำได้จริงๆ ลด-ละ-เลิก การเล่น twitter &#8230; ถ้าอยากรู้ว่าทำไม ลองอ่านที่ผมเขียนเรื่อง Tron Legacy และเหตุผลส่วนตัวอื่นๆ ร้อยแปด กลับมาเขียน blog อย่าง active มากกว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เลิกทำสิ่งที่มันไม่ใช่ตัวเองซะ ไม่ว่าจะยังไงก็เถอะ ชีวิตมันสั้น ไอ้พวกงานบริหารอะไรเนี่ย ลาออกมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ และอยู่ภายใต้สัญญาลูกผู้ชายที่ได้ให้ไว้กับใครบางคน กลับมาเป็นตัวของตัวเอง 100% &#8230; เลิกทุกสิ่งที่ทุกอย่างที่มันฝืนตัวเอง ไม่ว่าจะฝืนมากฝืนน้อย ไร้สาระและเสียเวลา &#8230; ลองมา 6 ปีเต็ม ไม่เวิร์กหรอก สังคมยอมรับ แล้วไง รับตัวเองไม่ได้โว้ย .. ช่วงหลังมีบางครั้งที่เผยความเป็นตัวเองแบบ &#8220;ดิบ&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผ่านมาจะ 2 อาทิตย์อยู่แล้ว เขียนมันซะหน่อย &#8230; ไว้เป็นเครื่องเตือนใจ</p>
<p>ทุกปีที่ผ่านมา ก็เขียนมันทุกปี ย้อนกลับไปดู ก็พบว่าทำได้น้อยกว่าที่คิดไว้ทุกปี ปีนี้จะ back-to-basic ล่ะ เอาแค่เท่าที่ทำได้ และคิดว่าจะทำได้จริงๆ</p>
<ol>
<li>ลด-ละ-เลิก การเล่น twitter &#8230; ถ้าอยากรู้ว่าทำไม ลองอ่านที่ผมเขียนเรื่อง <a href="http://www.rawitat.com/2011/01/03/555/">Tron Legacy</a> และเหตุผลส่วนตัวอื่นๆ ร้อยแปด
<li>กลับมาเขียน blog อย่าง active มากกว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
<li>เลิกทำสิ่งที่มันไม่ใช่ตัวเองซะ ไม่ว่าจะยังไงก็เถอะ ชีวิตมันสั้น ไอ้พวกงานบริหารอะไรเนี่ย ลาออกมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ และอยู่ภายใต้สัญญาลูกผู้ชายที่ได้ให้ไว้กับใครบางคน
<li>กลับมาเป็นตัวของตัวเอง 100% &#8230; เลิกทุกสิ่งที่ทุกอย่างที่มันฝืนตัวเอง ไม่ว่าจะฝืนมากฝืนน้อย ไร้สาระและเสียเวลา &#8230; ลองมา 6 ปีเต็ม ไม่เวิร์กหรอก สังคมยอมรับ แล้วไง รับตัวเองไม่ได้โว้ย .. ช่วงหลังมีบางครั้งที่เผยความเป็นตัวเองแบบ &#8220;ดิบ&#8221; มาบ้าง ก็พบว่าคนที่รับได้ก็มี คนที่ชอบก็มี &#8220;ไม่น้อยเสียด้วย&#8221;
<li>ทุ่มเทเรี่ยวแรงการทำงานทั้งหมดที่มี ให้กับ &#8220;โปรเจคสุดท้ายในชีวิต&#8221;
<li>นอกนั้น หนังสือ iOS Development เล่มแรกต้องเสร็จ และถ้าฟลุ๊ค อาจจะมีเล่มสอง
<li>เขียน app, สอนเขียน app, เขียนหนังสือสอนเขียน app, ถ่ายรูป &#8230; ชีวิตเหลือแค่นี้ จะมีความสุขมาก
</ol>
<p>ไม่ขออะไรมากกว่านี้แล้ว โดยเฉพาะข้อ 3,4,5 &#8220;ต้องทำให้ได้&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2011/01/13/586/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>#Petdo (Talkshow)</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2010/07/05/465/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2010/07/05/465/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Jul 2010 12:30:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Personal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2010/07/05/465/</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 24 เดือนกรกฎาคมนี้ จะมีงาน talkshow ในชื่อ #petdotalkshow ที่หอประชุมปรีดีย์ฯ ซอยทองหล่อ กรุงเทพนะครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอเล่าประวัติเรื่องนี้สักเล็กน้อย ตอน &#8220;ไม่ได้จ้างมาสร้างบั๊ก&#8221; &#8220;Petdo&#8221; (@petdo ใน twitter หรือที่เว็บไซต์ iampetdo.com) เป็นการ์ตูน 4 ช่องจบในตอน (เป็นส่วนมาก มีเป็นตอนต่อบ้างเป็นบางครั้ง) ที่มาจากผลงานสร้างสรรค์ของน้องๆ ที่เพิ่งจบการศึกษาจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่มีความฝันและมาก่อตั้งทีมงานด้วยกันในชื่อบริษัท Urchin Image โดยได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ ม.ศิลปากร ซึ่งตัวผมเองเคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการอยู่ในระยะหนึ่ง โดยน้องต้น (@bluefrog_su) เป็นตัวตั้งตัวตีและเรี่ยวแรงหลัก มาพร้อมกับๆ เพื่อนอีกหลายคน คือ น้องสิงห์ น้องกก น้องฟลุ๊ค น้องลี น้องจุ๊บ (ชื่อจริงชื่อ น้องบริสุทธิ์ &#8230; แต่เป็นผู้ชายนะ หน้าโหดหนวดเฟิ้ม &#8230; &#8220;ตาหนวด&#8221; ในเรื่อง Petdo [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 24 เดือนกรกฎาคมนี้ จะมีงาน talkshow ในชื่อ #petdotalkshow ที่หอประชุมปรีดีย์ฯ ซอยทองหล่อ กรุงเทพนะครับ</p>
<p>ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอเล่าประวัติเรื่องนี้สักเล็กน้อย</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2010/07/p7.png" width="480" height="362" alt="p7.png" /><br />
<i>ตอน &#8220;ไม่ได้จ้างมาสร้างบั๊ก&#8221;</i><br />
</center></p>
<p>&#8220;Petdo&#8221; (<a href="http://www.twitter.com/petdo">@petdo</a> ใน twitter หรือที่เว็บไซต์ <a href="http://www.iampetdo.com">iampetdo.com</a>) เป็นการ์ตูน 4 ช่องจบในตอน (เป็นส่วนมาก มีเป็นตอนต่อบ้างเป็นบางครั้ง) ที่มาจากผลงานสร้างสรรค์ของน้องๆ ที่เพิ่งจบการศึกษาจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่มีความฝันและมาก่อตั้งทีมงานด้วยกันในชื่อบริษัท Urchin Image โดยได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ ม.ศิลปากร ซึ่งตัวผมเองเคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการอยู่ในระยะหนึ่ง โดยน้องต้น (<a href="http://www.twitter.com/bluefrog_su">@bluefrog_su</a>) เป็นตัวตั้งตัวตีและเรี่ยวแรงหลัก มาพร้อมกับๆ เพื่อนอีกหลายคน คือ น้องสิงห์ น้องกก น้องฟลุ๊ค น้องลี น้องจุ๊บ (ชื่อจริงชื่อ น้องบริสุทธิ์ &#8230; แต่เป็นผู้ชายนะ หน้าโหดหนวดเฟิ้ม &#8230; &#8220;ตาหนวด&#8221; ในเรื่อง Petdo จริงๆ ก็ได้แบบมาจากคนนี้นี่แหละ ไม่ใช่ผม) น้องโหน่ง โดยมีความฝันอยากจะทำ Digital Content เกม งานออกแบบ งาน animation ฯลฯ ตามสาขาที่จบมา</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2010/07/p4.png.jpg" width="480" height="363" alt="p4.png.jpg" /><br />
<i>ตอน &#8220;ยุบองค์กรหนี&#8221;</i><br />
</center></p>
<p>แต่ด้วยความที่เป็นทีมงานใหม่ ประสบการณ์ไม่มี ผลงานไม่มี ก็ดิ้นรนกันไป รับงานกันไปเรื่อยๆ โดยแต่ละงาน ก็ได้เรียนรู้โลกความเป็นจริง ส่วนมากจะ under-budget, over-expectation แต่ไม่เป็นไร ได้เรียนรู้ และก็ประสบการณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีโปรดักท์เป็นของตัวเองสักทีหนึ่ง</p>
<p>สักพัก ก็ได้ทีมงานเพิ่มขึ้น คือ น้องเกด ที่อยากทำงานออกแบบเว็บไซต์ และน้องเพชร ที่เคยรับงานทำเว็บและเขียนโปรแกรมมาบ้าง มาอยู่ในทีมด้วย แต่งานหลักก็ยังคงเป็นการรับงานเล็กๆ น้อยๆ เป็นหลัก</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2010/07/p1.png.jpg" width="480" height="363" alt="p1.png.jpg" /><br />
<i>ตอน &#8220;Petdy ที่รัก&#8221;</i><br />
</center></p>
<p>ตัวผมเอง ก็เหมือนอยู่ในฐานะ &#8220;พี่เลี้ยง&#8221; ของน้องๆ กลุ่มนี้ ซึ่งข่วยด้วยความที่อยากเห็นความฝันของน้องๆ เป็นจริง ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น และพยายามจะช่วยคิดหาโปรดักท์ของน้องๆ เอง ขึ้นมาให้ได้สักตัว ก็คิดหลายอย่าง ลองผิดลองถูกอยู่หลายอย่าง แต่สุดท้ายก็ยังไม่เห็นทางสว่าง (ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร) ทรัพยากรเวลา ที่น้องๆ เหล่านี้ขอทางบ้านมา เพื่อขอลองผิดลองถูกกับชีวิต ก็ร่อยหรอไปทุกวัน</p>
<p>และแล้ววันหนึ่ง ผมเดินเข้ามาในออฟฟิสของน้องๆ เพื่อช่วยคิดหาทางและให้กำลังใจต่อไป ก็เห็นตัวการ์ตูนตัวหนึ่ง ที่น้องกก (<a href="http://www.twitter.com/yoshikokvin">@yoshikokvin</a>) วาดเอาไว้เล่น ก็เลยเกิดไอเดีย &#8220;ไอ้นี่แหละ! โปรดักท์ล่ะ!&#8221; ซึ่งก็เหมือนกับฟางเส้นสุดท้ายอีกเส้นครับ อะไรคว้าได้ ลองได้ ก็ลองไปเลย และแล้ว &#8220;Petdo&#8221; ก็เกิดขึ้น ด้วยคอนเซปท์ที่อยากเป็นการ์ตูนแบบ Dilbert หรือ Garfield</p>
<p>ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ใกล้กับงาน Twiter BKK ครั้งที่ 3​ ซึ่งตัวผมเองก็ได้เสนอตัวไปพูดไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ก็เลยคิดว่าจะใช้ตัวการ์ตูนนี้ในงานนั้น เพื่อช่วยเหลือน้องๆ ในการโปรโมทงานที่เกิดจากความคิดของน้องๆ เค้า การตอบรับจาก Twitter BKK ดีพอสมควร ถึงโดยส่วนตัวผมจะยอมรับเลยว่า performance ผมบนเวทีวันนั้น &#8220;ห่วยมาก&#8221; ถึง &#8220;มากที่สุด&#8221; ก็ตาม</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2010/07/p2.png.jpg" width="480" height="362" alt="p2.png.jpg" /><br />
<i>ตอน &#8220;นี่แหละ ปัญหา&#8221;</i><br />
</center></p>
<p>ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทำให้ Urchin Image เกิดการ &#8220;แพแตก&#8221; ไประดับหนึ่ง น้องๆ หลายคนที่ร่วมสร้างฝันมาด้วยกัน ก็ไปหางานทำ งานที่เหมาะและได้ทำสิ่งที่เค้าต้องการจะทำจริงๆ ซึ่งที่ Urchin Image ยังไม่มี scale พอที่จะรับงานระดับนั้นได้ แต่ก็ยังมีน้องอีกไม่กี่คนเหลืออยู่ ที่ยังคงอยากจะสู้ต่อไปกับหนึ่งโปรดักท์ที่พวกเขาสร้างขึ้นมา ในขณะเดียวกันก็คือรับงานอื่นๆ ช่วยเรื่องทุนทรัพย์ต่อไปเรื่อยๆ</p>
<p>ทุกวันนี้ การ์ตูน Petdo วาดมาแล้วถึง 118 ตอน โดยออกทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ โดยคนทำงานหลักๆ คือ น้องสิงห์ (<a href="http://www.twitter.com/singya_cosmo">@singya_cosmo</a> คนที่วิ่งเอาตุ๊กตามาให้ผมไหว้ บนเวที #igniteTH) ซึ่งทำโดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้นจากงานนี้ ตั้งแต่วันแรกจนถึงทุกวันนี้ น้องสิงห์ก็ยังคงทำและตั้งใจทำอยู่เหมือนเดิม</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2010/07/p3.png.jpg" width="480" height="360" alt="p3.png.jpg" /><br />
<i>ตอน &#8220;คอมพิวเตอร์มันเร็ว&#8221;</i><br />
</center></p>
<p>ผมเองอยากจะให้ Petdo เป็นโปรดักท์ที่อยู่รอดได้ด้วยตัวมันเอง และให้น้องๆ ที่สร้างสรรค์งานนี้ขึ้นมา หาเลี้ยงชีพได้จากผลงานของตัวเอง ที่เป็นผลงานที่เค้าภูมิใจ ซึ่งส่วนหนึ่งก็อาจจะสร้างเสียงหัวเราะให้กับใครหลายๆ คน</p>
<p>ผมเคยพูดกับน้องๆ เหล่านี้เสมอ ว่าเราควรจะมีเงินพอมีพอใช้ ไม่ต้องถึงกับรวย ด้วยการทำให้คนอื่นมีความสุข เงินที่เราได้ ควรเป็นอัตราส่วนแปรผันตรงกับความสุข/เสียงหัวเราะที่เราได้สร้างให้กับคนอื่น</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2010/07/p5.png.jpg" width="480" height="364" alt="p5.png.jpg" /><br />
<i>ตอน &#8220;โรงเรียนของเราน่าอยู่&#8221;</i><br />
</center></p>
<p>Petdo ไม่ใช่ผลงานของผม ถึงหลายๆ คนจะเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น และยกย่องให้ผมเป็น &#8220;ผู้สร้าง&#8221; ก็ตาม แต่ Petdo เป็นผลงานของน้องๆ ใน Urchin Image ตั้งแต่ต้น จนถึงตอนนี้ และก็จะยังคงเป็นต่อไป อยากให้หลายๆ คนเข้าใจด้วย ว่าทำไมผมไม่ &#8220;ทำการกุศล&#8221; กับงานชิ้นนี้ &#8230;. (ถ้างานชิ้นนี้เป็นงานส่วนตัวของผม ผมคงจะทำการกุศลกับงาน Petdo นี้ได้ไม่ยาก และไม่ต้องคิดมากเท่าใดนัก)</p>
<p>ผมเป็นเพียงพี่เลี้ยงของน้องๆ กลุ่มนี้เท่านั้น โปรดักท์ของ Petdo ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา Talkshow หมวก เสื้อ น้องกลุ่มนี้ทำเอง โดยผมมีหน้าที่แค่ให้คำปรึกษา ซึ่งผมขอยอมรับตามตรงเลยครับ ว่าผมอยากเห็นน้องๆ กลุ่มนี้อยู่รอดให้ได้ ด้วยสิ่งที่เค้าอยากสร้างขึ้น ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน และไม่ทราบเลยจริงๆ ว่าจะได้อีกนานแค่ไหน ด้วยสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (ที่ยังไม่มีโปรดักท์หลัก ที่สามารถทำเงินเลี้ยงตัวเองกันได้)</p>
<p>และอยากจะบอกว่า งานนี้ &#8220;ผมไม่ได้อะไรแม้แต่บาทเดียว!&#8221; เพราะว่าผมได้สิ่งที่ผมต้องการแล้ว นั่นคือ แค่ได้เป็นพี่เลี้ยงของน้องกลุ่มนี้ ที่ทำเพื่อฝันของตัวเอง สนุกกับงานที่ทำ และเห็นน้องๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นความสุขและเป็นเกียรติที่สุดของผม ในฐานะพี่ชาย ในฐานะอาจารย์ แล้ว &#8230;</p>
<p>ดังนั้น <font color="red">&#8220;รักการ์ตูน Petdo ชอบการ์ตูน Petdo &#8230;​&#8221; พบกันที่ Petdo Talkshow</font> นะครับ! (Click <a href="http://www.iampetdo.com/petdotalkshow">ที่นี่</a> หรือ Banner ด้านบนเลยครับ)</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2010/07/p8.png.jpg" width="480" height="361" alt="p8.png.jpg" /><br />
<i>ตอน &#8220;ก็หนูจะเอาง่ะ&#8221;</i><br />
</center></p>
<p>ป.ล. เนื้อหาของ Talkshow จะมีดังนี้ครับ (ขอรับรองด้วยเกียรติของ[อดีตโคตรๆ] ลูกเสือ ว่าเน้น &#8220;ฮา&#8221; และ &#8220;สร้างสรรค์&#8221; ไอ้ด่ากันน่ะ &#8220;ผมไม่เอาด้วย&#8221;</p>
<ul>
<li>User vs. Developer
<li>ขำขันการศึกษา
<li>เก็บตกจากร้านขายของ IT
</ul></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2010/07/05/465/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>rawitat.com: 2009 และทิศทางใน 2010</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2009/12/15/293/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2009/12/15/293/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Dec 2009 04:54:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Personal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2009/12/15/293/</guid>
		<description><![CDATA[ปี 2009 เป็นปีที่ผมอัพเดท weblog ส่วนตัวน้อยที่สุด ตั้งแต่เริ่มเขียน blog มาที่ blogspot, exteen, เว็บไซต์ที่ภาควิชา ก่อนจะย้ายมาที่นี่ .. นั่นคือ แทบไม่ได้อัพเดทเลย และหายไปทีละหลายๆ เดือน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเริ่มเล่น social network ต่างๆ มากขึ้น อะไรหลายๆ อย่าง แทนที่มาเขียนในนี้ ก็ไปเขียนใน twitter (@rawitat) ซะเป็นส่วนมาก แต่ด้วยเหตุผลส่วนตัวหลายๆ อย่าง ทำให้ผมเลิกเล่น twitter พร้อมกับ instant messaging ทุกอย่าง ซึ่งนั่นแปลว่า ต่อจากนี้ผมอาจจะกลับมาเขียน blog มากขึ้นมั้ง เช่น ตอนที่ผมเล่น twitter นั้น แทนที่จะมาเขียนรีวิวหนังที่ดูไปในนี้ ผมก็ไปบ่นๆ สามสี่ข้อความใน twitter ผมก็มีความรู้สึกว่า พอแล้ว นั่นทำให้ผมเป็นคนละเอียดน้อยลง ฉาบฉวยมากขึ้น กับการเขียนรีวิวอะไรต่างๆ ซึ่งเรื่องอื่นๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2009 เป็นปีที่ผมอัพเดท weblog ส่วนตัวน้อยที่สุด ตั้งแต่เริ่มเขียน blog มาที่ blogspot, exteen, เว็บไซต์ที่ภาควิชา ก่อนจะย้ายมาที่นี่ .. นั่นคือ แทบไม่ได้อัพเดทเลย และหายไปทีละหลายๆ เดือน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเริ่มเล่น social network ต่างๆ มากขึ้น อะไรหลายๆ อย่าง แทนที่มาเขียนในนี้ ก็ไปเขียนใน twitter (<a href="http://www.twitter.com/rawitat">@rawitat</a>) ซะเป็นส่วนมาก</p>
<p>แต่ด้วยเหตุผลส่วนตัวหลายๆ อย่าง ทำให้ผมเลิกเล่น twitter พร้อมกับ instant messaging ทุกอย่าง ซึ่งนั่นแปลว่า ต่อจากนี้ผมอาจจะกลับมาเขียน blog มากขึ้นมั้ง</p>
<p>เช่น ตอนที่ผมเล่น twitter นั้น แทนที่จะมาเขียนรีวิวหนังที่ดูไปในนี้ ผมก็ไปบ่นๆ สามสี่ข้อความใน twitter ผมก็มีความรู้สึกว่า พอแล้ว นั่นทำให้ผมเป็นคนละเอียดน้อยลง ฉาบฉวยมากขึ้น กับการเขียนรีวิวอะไรต่างๆ</p>
<p>ซึ่งเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนังสือ โปรแกรม ภาษาโปรแกรม ไลบรารี่ ของเล่นต่างๆ ก็เข้าประเด็นเดียวกันทั้งนั้นเลย &#8230; อ่อ รวมถึงเรื่องกล้องเรื่องเลนส์ด้วย</p>
<p>ผมเคยคิดจะทำ blog เฉพาะทางมากขึ้น นอกจากที่ <a href="http://www.thaimacgeeks.com">Thai Mac Geeks</a> ซึ่งตัวหนึ่งก็ทำเกือบเสร็จแล้ว ทดสอบแล้ว เหลือแต่ปรับนิดปรับหน่อยเท่านั้น แต่ว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทำ และจากประสบการณ์ที่ทำ Thai Mac Geeks ก็พบว่า การผลักดัน community เฉพาะทางนั้น ไม่ง่าย โดยเฉพาะเมื่อไม่มีกิจกรรมอะไรอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ผมก็ยังคิดว่าจะทำ blog เฉพาะทาง แต่ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้</p>
<p>ดังนั้นก็เลยมาถึงทิศทางของ blog นี้ในปี 2010</p>
<ul>
<li>จะกลับมาเขียนให้บ่อยขึ้น จริงๆ ก็สัญญาแบบนี้ทุกปีน่ะแหละ แต่ปีนี้คงจะทำได้น่ะแหละ เพราะว่าเลิกเล่น social network (อาจจะนอกจาก multiply ทั้ง แต่อาจขยับไปเล่น flickr แทน) แต่หลายอย่างอาจจะไม่ละเอียดเท่าเดิม เพราะว่าติดนิสัยเขียนทวิตเตอร์พอสมควร
<li>เนื้อหาคงแบ่งเป็นไม่กี่ประเภท เรื่องถ่ายรูป อุปกรณ์ถ่ายรูป คงเป็นหลัก จนกระทั่งตัดสินใจกลับมาทำวันละรูป และคนเล่นกล้อง ต่ออีกครั้ง ส่วนเรื่อง Mac คงเขียนลง Thai Mac Geeks เรื่องการพัฒนาโปรแกรมคงไม่ค่อยมี เพราะไม่ค่อยได้เขียนเอง เรื่องอื่นๆ คงมีบ้าง
<li>อยากจะทำ Photo Blog มากมาย ดังนั้น blog นี้จะกลายเป็น Photo Blog ส่วนตัวของผมครับ ซึ่งจะพยายามโพสท์ให้ได้สัปดาห์ละรูป
</ul></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2009/12/15/293/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Wish List 2010 ในฐานะ &#8220;ผู้บริโภค&#8221;</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2009/12/09/291/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2009/12/09/291/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Dec 2009 10:28:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Just-a-Thought]]></category>
		<category><![CDATA[Personal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2009/12/09/291/</guid>
		<description><![CDATA[ถึงจะยังไม่สิ้นปี &#8230; แต่ว่าก็คิด wish list สำหรับปีหน้าไว้หน่อยนึง นี่ไม่ใช่การตั้งเป้าหมายของตัวเองนะ แต่เป็นสิ่งที่อยากได้ อยากให้เกิดขึ้น หรืออยากให้มี ไม่ใช่อุดมคติ ไม่ใช่หวังลมๆ แล้งๆ (เช่น อยากให้โลกสงบสุข อยากให้ทุกคนรักกัน อยากให้ตัวเองสุขภาพดี อยากให้ น.ศ. ตั้งใจเรียน ฯลฯ) เรียกว่า เป็น wish list ในฐานะ &#8220;ผู้บริโภค&#8221; ละกัน ที่บอกว่า ปีหน้า เพราะว่าปีนี้ ให้ตายยังไงๆ ก็คงไม่เกิดขึ้น หรือเกิดแต่คงไม่ทันแน่ๆ Nikon ขอร้องเถอะนะ ช่วยออก 28/1.4, 35/1.4, 135/1.8 VR (เรียงลำดับความอยากได้) มาหน่อยเถอะ รอเลนส์ Wide ไวแสงมานานแล้ว (อ่อ ตัวสุดท้ายไม่ Wide แต่อยากได้มากๆ)! Apple ขอร้องเถอะนะ ข่วยทำให้ Magic Mouse [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถึงจะยังไม่สิ้นปี &#8230; แต่ว่าก็คิด wish list สำหรับปีหน้าไว้หน่อยนึง นี่ไม่ใช่การตั้งเป้าหมายของตัวเองนะ แต่เป็นสิ่งที่อยากได้ อยากให้เกิดขึ้น หรืออยากให้มี ไม่ใช่อุดมคติ ไม่ใช่หวังลมๆ แล้งๆ (เช่น อยากให้โลกสงบสุข อยากให้ทุกคนรักกัน อยากให้ตัวเองสุขภาพดี อยากให้ น.ศ. ตั้งใจเรียน ฯลฯ) เรียกว่า เป็น wish list ในฐานะ &#8220;ผู้บริโภค&#8221; ละกัน</p>
<p>ที่บอกว่า ปีหน้า เพราะว่าปีนี้ ให้ตายยังไงๆ ก็คงไม่เกิดขึ้น หรือเกิดแต่คงไม่ทันแน่ๆ</p>
<ul>
<li>Nikon ขอร้องเถอะนะ ช่วยออก 28/1.4, 35/1.4, 135/1.8 VR (เรียงลำดับความอยากได้) มาหน่อยเถอะ รอเลนส์ Wide ไวแสงมานานแล้ว (อ่อ ตัวสุดท้ายไม่ Wide แต่อยากได้มากๆ)!
<li>Apple ขอร้องเถอะนะ ข่วยทำให้ Magic Mouse มันใช้งาน Middle Button แบบ official ได้หน่อยเถอะ รับไม่ได้อย่างรุนแรง
<li>Sigma ขอร้องเถอะนะ ช่วยทำ DP ให้มันใช้งานได้หน่อย และอยากได้เลนส์สัก 35/2 อ่ะ (แต่ว่าถ้ายากไป 50/2 ก็ยังดี &#8230; 41/2.8 มัน focal length ประหลาดๆ) ถ้าอันนี้ยาก ก็อันถัดไป ..ง
<li>Ricoh ขอร้องเถอะนะ ช่วยเพิ่มขนาด sensor ให้กับ GR-DIII หน่อย ทุกอย่างโดนใจหมดเลย แต่ว่า sensor มันเล็กไปอ่ะ (แต่ว่าถ้ามันใหญ่ขึ้น ก็แลกกับขนาดที่จะใหญ่ขึ้นอ่ะนะ &#8230;.) จริงๆ ทำเป็น module 28/2 ที่มี sensor ใหญ่หน่อยนึง (ไม่ต้องถึงกับ APS-C หรือ 4/3 หรอก) สำหรับ GXR ก็ได้
<li>Leica ขอร้องเถอะนะ ลดราคา M9 ลงมาหน่อยเถอะ ได้โปรด! (อยากได้มากๆ แต่ไม่มีตังค์พออ่ะ เพราะว่าคิดว่าจะต้องหาเลนส์ ASPH สักตัวด้วย)
<li>ไม่รู้เป็นไรนะ แต่อยากได้ 25/1.4 บน m4/3 มากๆ เลย (17/2.8, 20/1.7 เอาจริงๆ มันยังไม่โดนอ่ะ &#8230; แต่ว่าเลนส์คงจะตัวใหญ่หน่อยแฮะ ไม่เป็นไรมั้ง ขนาด 50/1.4 ของ Sigma ยังคิดว่าตัวมันเป็น 85mm ได้เลย) หรือว่าสุดท้ายต้องหา 24/1.4 แล้วใช้ converter เอา? &#8230; ไอ้ option นี้ก็ดันมีแต่ Summilux ซะด้วยสิ แพงโคตร
<li>ผู้ผลิตกล้องทั้งหลาย ขอร้องเถอะ จบ MegaPixels War ซะที (แต่ว่าสงครามนี้ก็เหมือนจะจบลงไปเรียบร้อยแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ในตลาด compact และไม่มีผู้ชนะซะด้วย มีแต่ผู้แพ้) แต่กันมาเพิ่มขนาด sensor แทน หรือไม่ก็เน้นเรื่อง lens หรือ innovation ใหม่ๆ ที่เป็น innovation เกี่ยวกับ &#8220;การถ่ายรูป&#8221; แทน (ไอ้พวกฟีเจอร์ที่มันเป็นเรื่องบ้าเทคโนโลยี ไม่ต้องมากนักก็ได้ มากจนน่าเบื่อ)
<li>Canon ขอร้องเถอะ ช่วยลงมาเล่นเกม compact sensor ใหญ่กับเค้าซะที (Nikon มี patent เรื่องนี้หลุดมาเรื่อยๆ แต่ว่ารู้สึกว่า sensor จะเล็กกว่าชาวบ้าน &#8212; เล็กที่สุดในบรรดา compact sensor ใหญ่ทั้งหมด)
<li>Apple ขอร้องเถอะนะ &#8230; ช่วยทำ MacBook Pro แบบจอขอบดำ และ Matte ทีเถอะ (ชอบจอขอบดำ .. แต่ว่าชอบ Matte ซึ่งตอนนี้อยากจะได้ Matte ก็ต้องเป็นขอบเทา &#8212; เอาแบบ official นะ)
<li>ใช่ &#8230; Apple ขอร้องอีกแล้ว ทำอะไรก็ได้ ที่มันอ่านหนังสือง่ายๆ หน่อย จะเป็น Tablet, Big iPhone หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ออกมาด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูง จะต่อคิวซื้อคนแรกเลย
</ul>
<p>เห็นว่าเป็น Wish list แบบ Consumer ชัดๆ แต่ว่าออกมาหมด ก็ใช่ว่าจะซื้อหมดหรอกนะ ไม่ไหวหรอก แค่ &#8220;มันคงสนุกดี&#8221; สำหรับหลายๆ กรณี ก็แค่นั้นแหละ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2009/12/09/291/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนที่นี่เป็น Photo Blog ดีมั้ยนะ</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2009/12/08/290/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2009/12/08/290/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Dec 2009 14:59:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Just-a-Thought]]></category>
		<category><![CDATA[Personal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2009/12/08/290/</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากอยากจะทำ Photo Blog มานาน &#8230; แต่ว่าไอ้โปรเจคที่คิดๆ ไว้หลายตัว ก็แป้กๆ จะเป็นส่วนมาก จากหลายปัจจัย (เช่น ไม่ว่างทำ และผู้ช่วยทำก็ยังไม่ว่าง งานเข้ากันวุ่นวาย) ก็เลยคิดว่า งั้นเฉพาะส่วนตัวเอง ก็มาทำที่นี่เลยก็แล้วกัน เพราะว่าไหนๆ ก็ไม่มีที่ไปแล้ว อืมมมม ต่อไปคงพยายาม post รูปที่ถ่ายๆ ไปจากวันเวลาต่างๆ ลงที่นี่บ้าง จะพยายามให้ได้ &#8220;วันละรูป&#8221; จาก concept เดิมที่เคยคิดจะทำเว็บๆ หนึ่งเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่ว่าคงจะไม่เริ่มพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้หรอกนะ รอหารือกับทีมงานก่อน ว่าจะทำโปรเจค &#8220;วันละรูป&#8221; ได้มั้ย ถ้าได้ จะรอไปเขียนที่นั่นเลย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากอยากจะทำ Photo Blog มานาน &#8230; แต่ว่าไอ้โปรเจคที่คิดๆ ไว้หลายตัว ก็แป้กๆ จะเป็นส่วนมาก จากหลายปัจจัย (เช่น ไม่ว่างทำ และผู้ช่วยทำก็ยังไม่ว่าง งานเข้ากันวุ่นวาย) ก็เลยคิดว่า งั้นเฉพาะส่วนตัวเอง ก็มาทำที่นี่เลยก็แล้วกัน เพราะว่าไหนๆ ก็ไม่มีที่ไปแล้ว</p>
<p>อืมมมม ต่อไปคงพยายาม post รูปที่ถ่ายๆ ไปจากวันเวลาต่างๆ ลงที่นี่บ้าง จะพยายามให้ได้ &#8220;วันละรูป&#8221; จาก concept เดิมที่เคยคิดจะทำเว็บๆ หนึ่งเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว</p>
<p>แต่ว่าคงจะไม่เริ่มพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้หรอกนะ รอหารือกับทีมงานก่อน ว่าจะทำโปรเจค &#8220;วันละรูป&#8221; ได้มั้ย ถ้าได้ จะรอไปเขียนที่นั่นเลย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2009/12/08/290/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2009</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2009/12/08/286/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2009/12/08/286/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Dec 2009 06:20:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Just-a-Thought]]></category>
		<category><![CDATA[Personal]]></category>
		<category><![CDATA[Rant]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2009/12/08/286/</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ได้เขียน Blog มานาน และคิดว่าคงไม่ได้เขียนอีกนาน ไหนๆ เขียนแล้ว ก็ขอเขียน Year in Review ของตัวเองหน่อยก็แล้วกัน แบบไม่เรียงลำดับนะ คิดอะไรออกก็เขียน และจะให้เวลาตัวเองในการเขียน Blog นี้แค่ 20 นาที เป็นอย่างมาก ปรับตัวเข้ากับการบริหารงานแบบราชการๆ ได้มากขึ้น (แปลว่า ปลงตกมากขึ้น) การปรับแนวคิดให้เป็นแบบ Project-based มากกว่า Function-based หรือ Department-based คงเป็นได้แค่แนวคิด เพราะอย่างไรก็ตาม คนยังคิดแยกฝักแยกฝ่าย มากกว่าการช่วยกันทำงาน งานองค์กร หลายอย่างคิด เริ่ม แต่ไม่เดินหน้า เพราะติดปัจจัยหลายอย่างที่คงไม่เหมาะที่จะเขียนลง Blog และเป็นปัจจัยนอกการควบคุม แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะ ความคิดที่ไม่เป็น Project-based หรือ Project-oriented ที่พูดเมื่อกี้น่ะแหละ งานหลายอย่าง ที่เราเคยวาง priority ไว้ลำดับแรกๆ พอทำไปทำมา และหารือไปมากับหลายๆ ฝ่าย (ภายนอกองค์กร) กลับกลายเป็นว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ได้เขียน Blog มานาน และคิดว่าคงไม่ได้เขียนอีกนาน ไหนๆ เขียนแล้ว ก็ขอเขียน Year in Review ของตัวเองหน่อยก็แล้วกัน แบบไม่เรียงลำดับนะ คิดอะไรออกก็เขียน และจะให้เวลาตัวเองในการเขียน Blog นี้แค่ 20 นาที เป็นอย่างมาก</p>
<ul>
<li>ปรับตัวเข้ากับการบริหารงานแบบราชการๆ ได้มากขึ้น (แปลว่า ปลงตกมากขึ้น) การปรับแนวคิดให้เป็นแบบ Project-based มากกว่า Function-based หรือ Department-based คงเป็นได้แค่แนวคิด เพราะอย่างไรก็ตาม คนยังคิดแยกฝักแยกฝ่าย มากกว่าการช่วยกันทำงาน
<li>งานองค์กร หลายอย่างคิด เริ่ม แต่ไม่เดินหน้า เพราะติดปัจจัยหลายอย่างที่คงไม่เหมาะที่จะเขียนลง Blog และเป็นปัจจัยนอกการควบคุม แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะ ความคิดที่ไม่เป็น Project-based หรือ Project-oriented ที่พูดเมื่อกี้น่ะแหละ
<li>งานหลายอย่าง ที่เราเคยวาง priority ไว้ลำดับแรกๆ พอทำไปทำมา และหารือไปมากับหลายๆ ฝ่าย (ภายนอกองค์กร) กลับกลายเป็นว่า มีอย่างอื่นที่สำคัญกว่า และผมเห็นด้วย ว่าสำคัญกว่าจริงๆ แต่ตอนแรกเรายังมองไม่เห็นงานพวกนี้มากพอ เข้าใจมันดีพอ ไปๆ มาๆ ก็เลยกลายเป็นว่าต้องจัดลำดับความสำคัญของงานใหม่ งานบางตัวที่เริ่มไว้ ก็ต้องถูกลดความสำคัญลงไป
<li>ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร จะทำงาน 10 ตัวพร้อมกัน โดยทุกตัวเป็น Top-priority ไม่ได้หรอกครับ ยังไงๆ ก็ต้องตัดให้มันเหลือแค่ 2 ตัว และตัวนึงเป็น A-Must และอีกตัวเป็น Nice-to-have ถึงจะทำงานได้ ถ้าทุกตัว Top-priority หมด แบบนี้ยังไงก็ทำงานไม่ได้ครับ
<li>สุดท้ายก็ต้องเรียนรู้ที่จะพบกันระหว่างทางครับ และผมเองก็กำลังหาจุดที่อยู่ &#8220;ระหว่างทาง&#8221; นั้นอยู่ ว่าเรื่องไหน จุดไหนถึงจะเหมาะสม ซึ่งก็คงไม่มีจุดตายตัว จุดที่เหมาะสมที่สุด ฯลฯ อะไรทำนองนั้นแน่นอน
<li>แต่คนในองค์กรหลายคนดีครับ ทำให้ยังมีใจทำงานให้มหาวิทยาลัยอยู่ได้ (ย้ำนะครับ ทำงานให้มหาวิทยาลัย)
<li>เป็นปีที่ซวยพอสมควร มีเรื่อง Drama เกิดขึ้นเยอะหน่อย ไหนเลยจะโดนทุบรถ และอื่นๆ อีกพอควร จะสิ้นปีอยู่แล้ว ก็ยังไม่จบเรื่องจบราว
<li>ถ่ายรูปน้อยลงมากๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง พอคอมพิวเตอร์หายไป รูปที่ชอบๆ ที่คิดว่าถ่ายได้ดีๆ สวยๆ มันหายไปหมดเลย (เพราะว่าไม่ได้ Backup รูปไว้) เลยหมดกำลังใจไปพักนึง และก็ไม่สามารถหาเวลาถ่ายรูปได้เหมือนเดิม (และไม่ค่อยกล้าพกกล้องไว้ในรถ &#8220;เผื่อมีโอกาสถ่าย&#8221; เหมือนเดิม)
<li>แต่ก็ยังดี ที่งานที่ทำเล่นๆ ขำๆ เกิดพอจะได้เรื่องได้ราว ถ้าใครยังไม่ทราบ รบกวนดูที่ <a href="http://www.iampetdo.com">i sure, i cheer, i hear, i am petdo!</a>
<li>จากข้อเมื่อกี้ ขอบคุณน้องๆ ทีมงาน Urchin Image นะ ที่ทำให้โลกมันน่าอยู่ขึ้นบ้าง สำหรับพี่ ไว้หมดวาระ หมดเวรหมดกรรมในปัจจุบันเมื่อไหร่ พี่จะไปช่วยงานที่บริษัทเต็มตัวนะ หวังว่าคงจะอยู่กันถึงวันนั้น
<li>ปลงตกมากขึ้นกับนักศึกษา การศึกษา และการเรียนการสอน
<li>แต่อย่างน้อยๆ งานหลายๆ อย่างที่เคยคิดว่าจะเริ่มทำ ก็ได้เริ่มทำแล้ว และก็ทำเรื่อยๆ น่ะแหละ ไม่ได้คิดว่าจะเสร็จเมืิ่อไหร่ ตอนนี้ก็มีหนังสือ Rails ที่สุดท้ายก็คงปล่อยฟรี ไม่เขียนขาย เพราะว่าตัวเองก็อ่านโน่นนี่ฟรีๆ บนเน็ตมาเยอะ ไม่ได้กะจะรวยอะไรกับเรื่องนี้อยู่แล้ว และไม่ชอบ ไม่ถนัด กับการเขียนอะไรแบบเป็นทางการมากเกินไป
<li>อ่อ iPhone Developer Camp ที่กรุงเทพ ก็ยังไม่ได้ทำสักที หวังว่าคงจะได้ทำบ้าง หลังปีใหม่ เพราะว่าอยากจะให้มันต่างจาก iPhone Training ที่ไปทำที่ Software Park ภูเก็ตบ้าง
<li>มีไอเดียทำ iPhone App เยอะแยะเลย แต่ไม่ทำ ไม่่ใช่ไม่มีเวลา แต่เพราะเครียดจากเรื่องอื่น และหมดแรงจะไปลงกับมัน ตอนนี้อยากกลับไปเป็นเหมือนเมื่อตอนปี 2001-2004 มากๆ ที่ตอนนั้น เวลามีเรื่องเครียด จะเขียน code แก้เครียด &#8230; เป็นช่วงที่ productivity สูงที่สุดในชีวิต
<li>แต่ว่า Cocoa Touch เป็นเฟรมเวิร์กที่สวยมากนะ ถ้าอยู่กับมันทั้งวันได้โดยไม่ต้องยุ่งกับอย่างอื่นเลยก็ดี อิจฉาหลายๆ คนที่สามารถใช้ชีวิตแบบนั้นได้
<li>ดูหนังน้อยลงมากๆ  และไม่ได้เขียนรีวิวหนังเลย มีหลายเรื่อง ที่จริงๆ ก็อยากจะเขียนถึง ถึงจะเป็นหนังที่เก่าหน่อย (เช่น Batman: Dark Knight) แต่ว่าไปๆ มาๆ ก็ไม่เขียน ขี้เกียจมั้ง
<li>กลับมาเรื่องเรียนเรื่องสอน ปีนี้ภาษาที่ใช้ หวยออกที่ Scheme เป็นหลักและ Ruby (เล็กน้อย) ก็คงจะแทรกๆ พวก Linux อะไรพวกนี้ลงไปบ้าง ตามสมควร คงไม่มีภาษาอะไรที่ syntax มันไม่ยุ่งยาก และ uniform ทั้งภาษา ได้เท่ากับ ​Scheme แล้วมั้ง
<li>เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการเรียนการสอนเหรอ? ย้ำอีกครั้ง ว่าปลงแล้วล่ะครับ
<li>Archievement เล็กน้อยส่วนตัว &#8230;​ ในที่สุด ก็หาวิธีอธิบาย Higher-Order Function ได้แบบเนียนๆ และเป็นธรรมชาติมากๆ ได้แล้ว
<li>โปรเจคเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายรูปหลายโปรเจค มีสถานะเป็น &#8220;ยังไม่มีการดำเนินการ&#8221; หรือ &#8220;หยุดกลางคัน&#8221; หรือ &#8220;ล้มเลิก&#8221; เช่น คนเล่นกล้อง วันละรูป ซึ่งตอนแรกจะทำเป็นเว็บแอพพลิเคชัน ส่วน Photographic Project ที่ทำอยู่หลายตัว ก็ค้างไปเฉยๆ เพราะว่ารูปหาย หมดแรงถ่ายใหม่ แต่ตอนนี้ก็เริ่มๆ กลับมาถ่ายบ้างแล้ว ได้รูปถูกใจบ้าง แต่ยังไม่มี Keeper หรือรูปแบบโคตรๆ  ได้อารมณ์ หรือ Decisive Moment เท่าไหร่
<li>นั่นสิะ Blog ก็แทบไม่ได้เขียน
<li>แก่ลงเยอะนะเนี่ย ขับรถเยอะๆ เดินทางไกลๆ แล้วร่างกายงอแง
<li>เวลาอากาศเปลี่ยน ก็จะชิงไม่สบายเป็นคนแรกๆ ขององค์กรเลยซะด้วยซ้ำ
<li>บ่นน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถติด เน็ตช้า บริการห่วย ฯลฯ เรื่องต่างๆ ที่เคยบ่นเวลาไปที่โน่นที่นี่ ส่วนหนึ่งก็คงเพราะว่าปลง อีกส่วนหนึ่งก็คงเพราะเข้าใจเรื่องต่างๆ มากขึ้น เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องธรรมชาติของคน เรื่องฯลฯ
<li>กินข้าวน้อยลงเยอะ &#8230;. ส่วนมากตอนนี้เหลือแค่วันละมื้อ คือ มื้อเย็น ไม่รู้อยู่ได้ยังไงเหมือนกัน แต่มันเกิดอาการเบื่ออาหาร และไม่ค่อยอยากจะกินอะไรเท่าไหร่ ใน 5 วันทำงาน จะกินข้าวเที่ยงกับเค้าอยู่ประมาณวันสองวันเท่านั้นแหละ
<li>เรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดกับผมก็คือ &#8230;. เดี๋ยวนี้ผมเริ่มต้นสัปดาห์ ด้วยการถามหาวันศุกร์ ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้เลยในชีวิต เคยแต่อาทิตย์นึงมี 7 วัน ก็ทำงานมันซะเต็มๆ และไม่เคยคิดว่าเหนื่อย ไม่เคยคิดว่าอะไรทั้งนั้น คิดแต่ว่า &#8220;สนุก&#8221;
<li>ถ้ากลับไปเป็นนายตัวเอง เต็มๆ ตัวอีกครั้ง &#8230; จะดีขึ้นหรือเปล่านะ?
</ul>
<p>เฮ้อ &#8230; ทำไมมีความรู้สึกว่า 30 ปีผ่านไป ชีวิตมันเพิ่งจะเริ่มต้นใหม่ ยังไงก็ไม่รู้ &#8230; entry นี้คงเขียนแค่นี้แหละครับ พบกันใหม่ สวัสดีครับ<br />
<img src="http://www.iampetdo.com/sites/default/files/imagecache/comic_node/ep04-4.png"><br />
<br/><br />
(ภาพจาก <a href="http://www.iampetdo.com/node/29">iampetdo.com ตอน &#8220;ขอ report&#8221;</a>)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2009/12/08/286/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เหนื่อย</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2009/10/14/282/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2009/10/14/282/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2009 09:03:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Personal]]></category>
		<category><![CDATA[Rant]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2009/10/14/282/</guid>
		<description><![CDATA[เหนื่อยครับ ทุกวันมีแต่เรื่องเหนื่อยๆ อะไรก็ไม่รู้ หลายอย่าง มากมายเกินไป ขอโทษด้วยที่ไม่ได้อัพเดท blog นี้มานาน จนไม่รู้ทุกวันนี้ยังจะมีคนอ่านมันอยู่หรือเปล่า และพออัพเดททีหนึ่ง ก็เอาเรื่องบ่นๆ มาอัพเดทกัน แต่ครั้งนี้ผมไม่รู้จะบ่นอะไร นอกจากบอกว่า &#8220;เหนื่อย&#8221; เหนื่อยกับหลายอย่างครับ เหนื่อยกับปัจจัยแทบทุกอย่างที่มันนอกเหนือการควบคุมของผมเองทั้งสิ้น ผิดเองครับที่เอาชีวิตไปยุ่งกับปัจจัยเหล่านี้ ขอใช้พื้นที่บนเว็บไซต์นี้ บ่น ระบาย และจบกันไป]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เหนื่อยครับ ทุกวันมีแต่เรื่องเหนื่อยๆ อะไรก็ไม่รู้ หลายอย่าง มากมายเกินไป</p>
<p>ขอโทษด้วยที่ไม่ได้อัพเดท blog นี้มานาน จนไม่รู้ทุกวันนี้ยังจะมีคนอ่านมันอยู่หรือเปล่า และพออัพเดททีหนึ่ง ก็เอาเรื่องบ่นๆ มาอัพเดทกัน</p>
<p>แต่ครั้งนี้ผมไม่รู้จะบ่นอะไร นอกจากบอกว่า &#8220;เหนื่อย&#8221;</p>
<p>เหนื่อยกับหลายอย่างครับ เหนื่อยกับปัจจัยแทบทุกอย่างที่มันนอกเหนือการควบคุมของผมเองทั้งสิ้น ผิดเองครับที่เอาชีวิตไปยุ่งกับปัจจัยเหล่านี้</p>
<p>ขอใช้พื้นที่บนเว็บไซต์นี้ บ่น ระบาย และจบกันไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2009/10/14/282/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

