ฝนตก กิ่งไม้หัก รถบุบ

เรื่องมันเกิดมาพักหนึ่งแล้วล่ะ แต่ว่าเพิ่งจะมีโอกาสเขียนถึง

วันนึงเราจอดรถตรงที่จอดประจำที่ข้างสถาบันวิจัยและพัฒนาในมหาวิทยาลัย (ที่ตั้ง lab + office ปัจจุบัน) พอดีโรงรถมันเต็ม ก็เลยต้องจอดนอกโรงรถ (== ไม่มีหลังคา) ซึ่งปกติก็จอดประจำนะ

แต่ว่าวันนั้นฝนฟ้าคงจะแรงมั้ง ฝนตกหนักค่อนข้างมาก เรานั่งอยู่ใน lab ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรหรอกนะ แต่ว่าพอออกมาดูรถ ปรากฏว่ามีกิ่งไม้เบ้อเริ่มพาดอยู่ที่ฝั่งซ้ายของรถตรงประตูหลัง …​ กิ่งใหญ่นะ ยาวประมาณ 2 เมตรกว่าได้ เลยรีบรื้อกิ่งไม้ออกดูสภาพรถ …..

เป็นรอยบุบชัดเจนมากสามรอยติดๆ กัน (เหมือนกับโดนใส่สนับมือต่อย) ตรงเหนือฝาปิดถังน้ำมัน เซ็งสุดๆ เลย นี่เป็นครั้งแรกที่โดนกิ่งไม้หล่นใส่แบบนี้ แต่ว่าก็ยังดีนะ เพราะว่าถ้ามันหล่นใส่กลางหลังคานี่ ท่าทางจะหนักกว่านี้ อันนี้คงจะหล่นมาข้างๆ รถ แล้วก็ล้มลงมาฟาดใส่ด้านข้างมากกว่า ถ้าหล่นมาตรงๆ กลางหลังคานี่ ยุบ ยวบ แน่ๆ

ฟาดเคราะห์น่า ฟาดเคราะห์ แต่ว่าหาเวลาทำบุญสักทีก็คงจะดีเหมือนกันนะเนี่ย

ขี้ลืม กับ ซวยสองต่อ

เมื่อวานไปประชุมที่ใดที่หนึ่งมา .. แต่ว่าเรื่องของเรื่องคือผมลืม power adaptor ของ MacBook Pro ผมไว้ที่ lab (อีกแล้ว…. แย่จัง ให้ตาย) แต่ว่าด้วยความที่เรามี battery สองก้อน ก็เลยคิดว่า ไม่เป็นไรน่า พออยู่แล้ว

แต่ว่าให้ตายเถอะนะ ดันใช้ battery เกิน (คือใช้ computing power เกินความเหมาะสมของการใช้ battery ไปพอควร) ก็เลยเกลี้ยงเร็วหน่อย ทีนี้ ผมก็เลยทำไงได้ล่ะ เออ เอาวะ กัดฟันซื้อ power brick ก้อนใหม่ไปเลยก็ได้ …​ สนนราคาก็เอาเรื่องอยู่นะ ตั้ง 4,xxx บาท แน่ะ

ด้วยความชะล่าใจ ลืม check ของ และแล้วก็เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเสียบปลั๊ก ก็ตกใจสุดๆ ซวยซ้ำสองว่ะ มันไปเอาปลั้กมาจากไหนวะ ..​รูปร่างหน้าตาไม่คุ้นเลย ไม่เคยพบไม่เคยเจอในประเทศไทย เดี๋ยวต้องวิ่งหาซื้อ adaptor มาต่ออีกตัวสินะ เฮ้อ

สงสัยตัวนี้คงจะต้องทิ้งไว้ที่ lab ล่ะ เพราะว่าแบกไปไหนคงจะไม่ได้ ลำพังสายไฟของ power brick รุ่นนี้ก็หนักอยู่แล้ว ไหนเลยหัวปลั๊กจะใหญ่โตมโหฬาร แล้วไหนเลยจะ adaptor ของมันอีก ไม่งั้นคงจะต่อปลั๊กไฟ 99.99% ของประเทศไทยไม่ได้….

เพลงเก่าๆ

ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ ขุด/หาเพลงเก่าๆ มาฟังเยอะแยะไปหมด สงสัยเริ่มแก่ โรคชราเริ่มถามหา หรือว่าเราเป็นแบบนี้อยู่แล้วหว่า … อืมม ขนาดเพลงญี่ปุ่นยังไม่ค่อยฟังเพลงใหม่ๆ เลยนี่นา หาแต่ J-Pops รุ่น 80s มาฟังแทบจะทั้งนั้น (เก่ากว่านั้นก็มีนะ) ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไปญี่ปุ่นปี 98 แน่ะนะ

เพลงไทยเหรอ ไม่ได้ซื้อเพลงใหม่ฟังมาชาตินึงแล้วมั้ง ซื้อเทปครั้งสุดท้ายนี่ Two album ที่ 2 นะ ถ้าจำไม่ผิด ตอนนี้ก็หาพวก CD ที่เอาเพลงรุ่นนั้นมาทำใหม่เก็บไว้หลายแผ่นแล้ว พวก Micro ทั้งชุด อะไรทำเนี้ย

รุ่นนั้นว่าเก่าแล้วนะ (Micro, Nuvo, บิลลี่ ฯลฯ) แต่ว่่วาตอนนี้เริ่มย้อนเวลาหาอดีตไปอีกหน่อย จริงๆ ก็คาบๆ กันน่ะแหละ รุ่น Forever ชอบเพลง ความหวังหลังรอยยิ้ม กับ หัวใจเธอมีหรือเปล่า (ก๊อปเพลงญี่ปุ่น) ตั้งแต่เด็กแล้ว แล้วก็พวกวงเพื่อน วงพลอย ทำนองนี้แหละ … ซื้อมาเป็นตั้ง ฟังแล้วมีความสุข

เฮ้อ แก่แล้วก็เงี้ย … คิดถึงโน่นนี่ตอนเด็กๆ

Farewell, “Fame”

Farewell, my friend. You had been one of my most beloved dogs and true friends over years.

I still remember days when you were young and I was still mostly home. A fine looking white dog you were. Yes, your sister, who gone before you, was there too. Maybe it’s good for you to see her again, huh? You miss her, don’t you?

Or will you miss me? I remember days after days, months after months, and years after years, you were among those who waited for me to get home. You were among those who were the happiest just hearing the engine noise from my car coming near the house.

Those were the days that had gone by. You don’t have to wait for me anymore, you can always come to me whenever you want to.

As with my other friends who passed away before you, you will always be remembered. There’s always a place right there, right here, for you.

Farewell, Fame, a great friend you were. Rest in Peace.

(Sorry I couldn’t find a better picture of you right off my harddrive now. You looked much better than the picture. I will find better one and repost it later.)

Fame2-1

รถคันใหม่

*** นี่เป็น version ที่ไม่ใช่การแต่งเรื่องเปรียบเทียบรถเป็นแฟน content เดียวกับ entry เก่าที่ลบไป ***

หลังจากที่ใช้รถคันเก่า Volvo 850 (เป็นรถเก่าที่รับต่อมาจากคุณแม่) มา 5 ปีเต็มๆ ก็มาถึงวันนั้นจนได้สิ เวลาที่จะต้องบอกลามันเป็นทางการเสียที

จริงๆ ก็รู้ใจกันดีนะ เธอเป็นรถที่ดีที่สุดในชีวิตที่เคยขับมา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เธอตอบสนองได้หมด ผมอยากจะไปไหน เธอก็ไปกับผม และผมอยากจะไปถึงไหน อยากจะทำอะไร เธอก็ไม่เคยขัดใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้กระทั่งเวลาจำเป็นต้องฝ่าไฟแดง เธอก็ตอบสนองได้เต็มที่ เวลาที่ผมโมโห โกรธ อารมณ์เสีย ผมก็มีเธอนี่แหละ ขับรถเล่นตอนอารมณ์เสีย ไปไหนมาไหนสักพัก บางทีผมก็หายแล้ว

แต่ว่าวันเวลาผ่านไป เธอเองก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เริ่มไม่สบายบ่อย เริ่มเสียบ่อย เดี๋ยวก็ช่วงล่าง เดี๋ยวก็เครื่อง เดี๋ยวก็ฯลฯ เริ่มงอแง จังหวะการเร่งเครื่องเริ่มแปลก เริ่มมีเสียงดังจากเครื่องที่ไม่คุ้นเคย เริ่มเฉยชามากขึ้นทุกที บางทีที่ผมมีความต้องการความเร็วสูงและแซงในระยะกระชั้น เธอก็ตอบสนองไม่ได้

แต่ว่าก็ยังทู่ซี้ใช้มาได้เรื่อยๆ ก็คนมันรักนี่นา ถึงพ่อแม่จะยุให้ซื้อรถใหม่เสียที ผมก็ยังยืนกรานเสียงแข็งกับพวกท่านมาเรื่อยๆ ไม่รู้นะ ถึงเธอจะเริ่มงอแงง้องแง้งมากขึ้น ผมก็ยังรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยตลอดเวลา (850 เป็นรถที่เหล็กแข็งมาก ความรู้สึกบางทีเหมือนกับขับรถถัง แต่ว่ามันไม่อีดนะ)

และแล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่เธอไม่สามารถจะตอบสนองความต้องการของผมได้อีกต่อไป มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นเรื่องหรอกนะ มีวันนึงที่ผมกำลังจะกดคันเร่ง (ติดไฟแดงที่ราชดำเนิน) เธอดันเกียร์หลุด shift เกียร์ไม่ได้ และทุกอย่างก็หยุดอยู่กับที่ … ผมพยายามที่จะ restart เครื่องใหม่ (ด้วยสันดานวิศวกรคอมพิวเตอร์ — ทุกปัญหาแก้ไขได้ด้วยการ restart) และลากสังขารเธอไปได้จนถึงศูนย์ที่นครปฐม

เกียร์พังทั้งระบบ… ผมพยายามที่จะพาเธอกลับบ้านที่สระบุรี วิ่งๆ ดับๆ ไปเรื่อยๆ ช่วงที่เครื่องเริ่มร้อน เกียร์จะหลุดง่ายมาก ดังนั้นเมื่อวิ่งเกือบถึงสระบุรี ผมแทบจะต้องดับเครื่องใหม่ทุก 5 กิโลเมตร และเมื่อถึงจุดจริงๆ ก็ไม่สามารถที่จะ shift เกียร์ได้อีก (ผมก็ลืมไปว่า จริงๆ มันก้ยังบังคับให้วิ่งที่เกียร์ 1 ได้อยู่ มันจะได้ไม่ shift) และสุดท้ายก็ต้องโทรให้หน่วยกู้ภัยมาลากไปส่งที่บ้าน

เธอคงจะถึงจุดอิ่มตัวจริงๆ แล้วล่ะ และคราวนี้ซ่อมนานเสียด้วย เผลอๆ จะเป็นเดือน

ผมก็เลยต้องเอา CR-V คันเก่าที่น้องสาวใช้อยู่ (แต่ว่าจริงๆ ก็ไม่ค่อยได้ใช้หรอก จอดทิ้งไว้ที่บ้านเป็นส่วนมาก) แต่รู้สึกว่ายิ่งขับยิ่งใช้ ยิ่งรู้สึกว่าไม่ใช่ ไม่ใช่จริงๆ ในหลายๆ แง่หลายๆ มุม เธอตอบสนองเราไม่ได้เลย เวลาจะเร่ง เวลาจะแซง เวลาจำเป็นต้องใช้ความเร็วสูง จะมีเสียงโอดครวญจากเครื่องดังมาก เหมือนกำลังโดนทรมานอยู่ นั่งก็ค่อนข้างจะอึดอัดไม่สบายใจ วิ่งก็ไม่ค่อยจะนิ่ม ฯลฯ

สรุปได้ว่า ยิ่งขับยิ่งคิดถึงรถตัวเอง ทุกครั้งที่ขับ CR-V คันนั้น ก็จะบ่นถึง 850 ว่าถ้าเป็นเธอนะ คงจะลื่นกว่านี้ smooth กว่านี้ นิ่มกว่านี้ นิ่งกว่านี้ ฯลฯ

แต่ว่าสุดท้าย เราก็ตัดสินใจที่จะซื้อรถใหม่ เพราะว่าไม่รู้ว่าเธอจะต้องซ่อมไปนานแค่ไหน แล้วจริงๆ แล้วก็คงจะถึงเวลาที่จะซื้อใหม่เสียที เราก็ขับรถเยอะมาก แป๊บๆ หมื่นกิโลฯ ตอนนี้ก็เริ่มซ่อมไม่คุ้มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วด้วย ไหนเลยจะความปลอดภัยอีก (วันก่อนที่เกียร์จะหลุด เพิ่งขับกลับจากขอนแก่น ถ้าไปหลุดแถวลำตะคอง นี่ตายลูกเดียว)

คนเรานะ พบเพื่อพราก จากเพื่อเจอ ฉันใดฉันนั้น และแล้ววันนี้ก็มีเรื่องที่ทำให้ผมนึกถึงเพลงเก่าๆ เพลงหนึ่งขึ้นมาได้

ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว เจอะแล้วคนที่มาแทนเธอ

ตอนนี้ก็ตัดสินใจเลือกไปแล้วครับ เป็น Accord ตัวปัจจุบัน รุ่น 2.4 EL สีเงิน ตัวที่เค้าว่ากันว่าบั้นท้ายขัดตาน่ะแหละครับ (บั้นท้ายเหมือน Benz แต่ว่ามีหยดน้ำแบบ Soluna — แต่ว่าตอนนี้ผมเริ่มคิดว่ามันก็สวยดีแล้วล่ะ ตอนแรกอยากได้สีดำนะ แต่ว่าบั้นท้ายใหม่นี่ สีเงินสวยกว่า ส่วนสีขาวที่อยากได้ที่สุดนี่ …​ ต้อง 3.0 limited edition … ไม่ไหวว่ะ) อืมม เทียบกับ 850 ก็ยังไงดีล่ะ ก็เฉี่ยวดีนะ เปรี้ยวดี ก็อย่างว่าแหละ มันเป็นสปอร์ตซีดานนี่นา ดูไปดูมาก็คิดว่าสวยดี ทำนองว่าไม่ใช่น้องหมวยหน้าหวาน หรือว่าสาวใต้หน้าคม แต่ว่าเป็นสาวไทยหน้าดุ เธอตอบสนองความต้องการพื้นฐานในการขับรถของผมได้ดีมาก เวลาที่ต้องเร่ง ต้องแซง ต้องใช้กำลังเครื่อง เธอทำได้ดีอย่างเหลือเชื่อ และทำได้อย่างนิ่งและนิ่มนวล (ตบขึ้น 200 km/h ได้อย่างนิ่มและนิ่งมากๆ และวิ่งที่ความเร็วคงที่ 180 km/h ได้แบบไม่รู้สึกอะไรเลย) ทุกอย่างเนียนไปหมด

ผมยังรักและรู้สึกดีกับ Volvo 850 คันเก่าอยู่นะ แต่ว่าเวลาของเรามันคงจะเป็นอดีตไปแล้วจริงๆ หวังว่าเธอคงจะมีความสุบกับการไปไหนมาไหนกับแม่และน้องสาวของผมบ้างนะ

*** ถ้าต้องการอ่าน version นิยาย …​กรุณาติดต่อผมนะครับ จะไม่ post ลง blog อีกแล้ว แต่ว่าให้อ่านเป็นการส่วนตัวได้ ***

blog กับ content บน blog

บางทีผมเขียน blog ด้วยความรู้สึกอารมณ์พาไป บางทีก็สนุก บางทีก็อยากระบาย ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

บางทีผมเขียน blog ด้วยความร้อนวิชา ด้วยความอยากแบ่งปัน ด้วยความอยากให้คนอื่นรู้ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

บางทีผมเขียน blog ด้วยไร้เดียงสา ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เมื่อคืน post blog ไป entry หนึ่ง เรื่องเกี่ยวกับรถยนต์คันใหม่ ดันไปทำให้ใครต้องรู้สึกไม่ดีเข้า ด้วยความที่ผมนึกสนุกกับการเขียนเรื่องการเปลี่ยนรถ กับความร้อนวิชาการแต่งเรื่อง ด้วยความไร้เดียงสาที่ตัวเองและคนใกล้ตัวหลายคนอ่านแล้วสนุก

กราบขออภัยงามๆ สักครั้ง และผมคงจะไม่เขียน blog ไปอีกสักพัก

เบื่อยัยอังศนา (ใหม่) จะบ้าตาย

บางทีเราใช้ชื่อ MSN แบบนี้อ่ะนะ แล้วก็มีคนถามเยอะแยะเลย ว่าแม่อังศนา นี่ใครกัน ชื่อไม่คุ้นเลย … บางคนคิดเลยเถิดว่าเป็นแฟน เป็นกิ๊ก เป็นเพื่อนร่วมงาน เป็นคนที่เราทะเลาะด้วย ฯลฯ

เฉลยครับ …. font ครับ font … ชื่อ Angsana New ครับ ไม่ใช่อะไรเลย

[update 1] ป้าหน่อย request ว่าทำไมถึงเบื่อล่ะ รูปทรงไม่เร้าใจเหรอ หรือว่าอะไร แหม ไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังละกัน แต่ว่าแค่เธออยู่ทุกที่ทุกทาง เสนอหน้าได้ทุกเรื่องทุกวงการ แค่นี้เราก็เบื่อเธอจะแย่แล้วล่ะ จะทำอะไรเป็นต้องมีรายการบังคับให้เจอเธอหมดเลย

เปิดเทอม

เปิดเทอมใหม่แล้ว .. คงจะยุ่งกับเรื่องโน้นนี้ที่เกี่ยวๆ กับเรื่องสอนๆ กันอีกซักพัก อืมมม อย่างว่าแหละ อะไรๆ มันยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ ไหนเลยจะเรื่องย้ายตารางสอน ไหนเลยจะเรื่องตารางสอบชนกัน ไม่ใช่เฉพาะนักศึกษานะ คนสอนอย่างเราๆ ก็วุ่นกันไปด้วย

เทอมนี้ผมคิดว่าจะสอนไม่กี่ตัว แต่ว่าพอมานับจริงๆ เออ เยอะเหมือนกันแฮะ

  • Intro. to Artificial Intelligence ครึ่งหลัง จะเป็นพวก Evolutionary Computation นะ กับพวก tricks ในเกมต่างๆ
  • User Interface จริงๆ แล้วจะไปทาง HCI กับ Usability Design มากกว่า
  • Programming Platform and Environments เป็นวิชาที่ชื่อไม่สื่อที่สุดล่ะ คนเขียนหลักสูตรอยากจะให้สอนอะไรหว่า? IDE? หรือว่าพวก platform สำหรับพัฒนาโปรแกรมอย่าง .NET? อืมมม ไม่เอาล่ะ เราจะมองว่า Web as a Platform :-P
  • Information Technology for Forensic Science อันนี้ของ ปริญญาโทนิติวิทยาศาสตร์ ก็คงไม่มีอะไรมากนอกจากแนะนำ IT เบื้องต้นให้กับพวกคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แล้วก็คงขายฝันเรื่อง application ที่อยากให้มีล่ะนะ
  • Visual Simulation อันนี้ของ ป.ตรี คณะ ICT …​ คงจะสอนเรื่องพวก modeling techniques แล้วก็ simulation ด้วย ทำไงให้มันเหมือนปรากฏการณ์และวัตถุทางธรรมชาติมากที่สุด อันนี้น่าจะเป็นของถนัดของผมด้วย

อืมมม เยอะเหมือนกันแฮะ

มีนักศึกษาถามว่า ปีนี้ไม่เปิด Computer Graphics เหรอ .. อืมมม ให้ผมแก้โง่ตัวเอง แล้วก็เปิดกาละที่หัวหน่อยนะ เพราะว่าผมคงจะสอนได้แค่แบบสมัย OpenGL 1.x เท่านั้นแหละ (ก็คือ อย่างที่เห็นในหนังสือ Textbooks เรื่อง Computer Graphics ทั่วไปน่ะแหละ) ตอนนี้โลกมันไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ อยากจะเล่น GPU กับพวก Shading Language เหมือนกัน ขอเวลา update กับแก้ความล้าหลังให้ตัวเองสักเทอมหรือสักปีนะ

กลับมาแล้ว…

หลังจากหายกันไปนาน เพราะว่า thaimacdev เกิดอาการงอแง (domain หมดอายุ ลืมต่อ พอจะจัดการ คนที่เกี่ยวข้องแจ้งว่าคนที่เกี่ยวข้องอีกทีงอแง ไม่ค่อยจะทำตาม จี้ตามแล้วก็หาย ฯลฯ) ก็เลย .. นะ จดมันใหม่เลยอีกอัน

ส่วนอันนี้ ก็อย่างที่เข้าใจกัน ว่านี่เป็น blog ส่วนตัว (อีกแล้ว) หลังจากย้ายกันมาหลายบ้านแล้ว (blogspot, exteen, web ภาควิชา, thaimacdev) ก็คิดว่าจะหยุดใจไว้ที่เธอคนนี้ซักที (ก็แน่นอน มันใช้ชื่อตัวเองแล้วนี่หว่า)

คิดถึงการเขียน blog จังเลยแฮะ กลับมาคราวนี้ เพราะหัวใจมันขอมาจริงๆ ครับ

ส่วนที่ thaimacdev น่ะ ผมยังจะไม่ทิ้งหรอกนะ แต่ว่าจะเขียน focus ไปกับเรื่องการพัฒนาโปรแกรมบน Mac จริงๆ จังๆ อย่างที่ชื่อ web มันสื่อเสียที หลังจากใช้เป็น blog ส่วนตัวแบบหน้าไม่อายมานานแล้ว