<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>rawitat.com &#124; Rawitat Pulam</title>
	<atom:link href="http://www.rawitat.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rawitat.com</link>
	<description>Simplicity within Complexity, and Vice-Versa</description>
	<pubDate>Tue, 25 Nov 2008 13:16:56 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.6.2</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>25 พฤศจิกายน &#8230; วันที่มีความหมายที่สุดในชีวิต</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/11/25/25-%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/11/25/25-%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Nov 2008 13:15:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Personal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/11/25/25-%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</guid>
		<description><![CDATA[วันมหาธีรราชเจ้า วันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 6 &#8220;เสด็จพ่อ&#8221; ของ &#8220;ลูกวชิราวุธ&#8221; ทุกคน
ในฐานะของลูกวชิราวุธคนหนึ่ง &#8230; ผมผูกพันกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ท่านอย่างมาก ผมตั้งใจมาเป็นอาจารย์ เป็นนักการศึกษา ส่วนหนึ่งก็เพราะอุดมการณ์ ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็นลูกวชิราวุธ ดังที่ปรากฏชัดในเพลงประจำโรงเรียน

พระทรงมุ่งบำรุงการศึกษา เพื่อพสกถ้วนหน้าสโมสร สมบูรณ์พูนพิทยาวราภรณ์ ธำรงธรรมบวรวิเศษไกร

เฉกเช่นเดียวกันที่ เหตุผลหนึ่ง ที่ผมเลือกมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็เพื่ออยู่ใกล้กับพระราชวังสนามจันทร์ (ซึ่งเป็นชื่อคณะผม ตอนที่ผมเข้าไปเรียนวชิราวุธด้วย)
ลูกวชิราวุธทุกคน ถือว่าโชคดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มีคำสั่งสอนของพ่อ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นเข็มทิศของชีวิต ที่อยู่ในใจลูกวชิราวุธทุกคนตลอดไป

เจ้าเหล่านี้ ข้าถือเหมือนลูกของข้า ส่วนตัวเจ้า เจ้าก็ต้องรู้สึกว่าข้าเป็นพ่อเจ้า ธรรมดาพ่อกับลูก พ่อย่อมอยากให้ลูกดีเสมอ ถ้าลูกประพฤติตัวดีสมใจพ่อ พ่อก็มีใจยินดี ถ้าลูกเหลวไหลประพฤติแต่ความเสื่อมเสีย พ่อก็โทมนัส ลูกคนใดที่ประพฤติตนเลวทรามต่ำช้า เป็นเหตุให้พ่อได้ความโทมนัส ลูกคนนั้นเป็นลูกเนรคุณพ่อ

และ

ข้าไม่ต้องการนักเรียนตัวอย่างที่สอบไล่ได้คะแนนขั้นเกียรตินิยมทุกๆครั้ง ข้าไม่ต้องการตำราเรียนที่เดินได้ 
ข้าอยากได้ยุวชนที่เป็นสุภาพบุรุษ ซื่อสัตย์สุจริต มีอุปนิสัยใจคอดี

แม้แต่วันที่ผมไปเรียนต่างประเทศ ก็ยังนึกถึงคำพูดของพระองค์ท่านเสมอ

I would return to Siam more Siamese than when I left it.

ซึ่งท่าน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันมหาธีรราชเจ้า วันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 6 &#8220;เสด็จพ่อ&#8221; ของ &#8220;ลูกวชิราวุธ&#8221; ทุกคน</p>
<p>ในฐานะของลูกวชิราวุธคนหนึ่ง &#8230; ผมผูกพันกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ท่านอย่างมาก ผมตั้งใจมาเป็นอาจารย์ เป็นนักการศึกษา ส่วนหนึ่งก็เพราะอุดมการณ์ ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็นลูกวชิราวุธ ดังที่ปรากฏชัดในเพลงประจำโรงเรียน</p>
<blockquote><p>
พระทรงมุ่งบำรุงการศึกษา เพื่อพสกถ้วนหน้าสโมสร สมบูรณ์พูนพิทยาวราภรณ์ ธำรงธรรมบวรวิเศษไกร
</p></blockquote>
<p>เฉกเช่นเดียวกันที่ เหตุผลหนึ่ง ที่ผมเลือกมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็เพื่ออยู่ใกล้กับพระราชวังสนามจันทร์ (ซึ่งเป็นชื่อคณะผม ตอนที่ผมเข้าไปเรียนวชิราวุธด้วย)</p>
<p>ลูกวชิราวุธทุกคน ถือว่าโชคดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มีคำสั่งสอนของพ่อ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นเข็มทิศของชีวิต ที่อยู่ในใจลูกวชิราวุธทุกคนตลอดไป</p>
<blockquote><p>
เจ้าเหล่านี้ ข้าถือเหมือนลูกของข้า ส่วนตัวเจ้า เจ้าก็ต้องรู้สึกว่าข้าเป็นพ่อเจ้า ธรรมดาพ่อกับลูก พ่อย่อมอยากให้ลูกดีเสมอ ถ้าลูกประพฤติตัวดีสมใจพ่อ พ่อก็มีใจยินดี ถ้าลูกเหลวไหลประพฤติแต่ความเสื่อมเสีย พ่อก็โทมนัส ลูกคนใดที่ประพฤติตนเลวทรามต่ำช้า เป็นเหตุให้พ่อได้ความโทมนัส ลูกคนนั้นเป็นลูกเนรคุณพ่อ
</p></blockquote>
<p>และ</p>
<blockquote><p>
ข้าไม่ต้องการนักเรียนตัวอย่างที่สอบไล่ได้คะแนนขั้นเกียรตินิยมทุกๆครั้ง ข้าไม่ต้องการตำราเรียนที่เดินได้ </p>
<p>ข้าอยากได้ยุวชนที่เป็นสุภาพบุรุษ ซื่อสัตย์สุจริต มีอุปนิสัยใจคอดี
</p></blockquote>
<p>แม้แต่วันที่ผมไปเรียนต่างประเทศ ก็ยังนึกถึงคำพูดของพระองค์ท่านเสมอ</p>
<blockquote><p>
I would return to Siam more Siamese than when I left it.
</p></blockquote>
<p>ซึ่งท่าน ม.ล. ปิ่น ได้นำความนั้นมาแต่งเป็นคำประพันธ์ว่า</p>
<blockquote><p>
พระมหาธีรราชประกาศไว้<br />
ที่อังกฤษสมัยทรงศึกษา<br />
ว่าเมื่อใดได้เสด็จกลับพารา<br />
จะเป็นไทยยิ่งกว่าเมื่อมาเยือน
</p></blockquote>
<p>ซึ่งเป็นเหมือนสิ่งที่คอยเตือนสติผมอยู่ตลอดเวลาที่ร่ำเรียนต่างประเทศ และผมอยากจะให้น้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนที่กำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศ ที่กำลังจะไป &#8230; และที่ได้สำเร็จการศึกษากลับมาแล้ว ระลึกไว้ว่า เราต้องเป็นไทย ให้ยิ่งกว่าวันที่เราจากบ้านเกิดไป</p>
<p>ผมหวังเสมอ ตั้งแต่ยังเด็ก ตั้งแต่วันที่ก้าวเท้าเข้าไปในวชิราวุธ วันที่ก้าวเท้าออกมายังโลกภายนอก &#8230; ว่าจะเป็นลูกคนหนึ่ง ที่ทำให้พ่อมีใจยินดี ที่จะไม่เป็นตำราเรียนที่เดินได้ และในวันที่ผมไปเรียนต่างประเทศ ผมจะต้องกลับมาเป็นไทยยิ่งกว่าวันที่จากไป</p>
<p>เป็นลูกวชิราวุธคนหนึ่ง ที่อยากให้พ่อได้ภูมิใจ &#8230; เช่นเดียวกับที่ลูกๆ ทุกคน ภูมิใจที่ได้เป็น &#8220;ลูกวชิราวุธ&#8221;</p>
<p>ปล. เพื่อนๆ รุ่น OV70 ครับ &#8230;. เว็บใหม่ของรุ่นกำลังทำอยู่นะครับ แล้วก็ &#8230; ปีหน้ามาวางพวงมาลากันเยอะๆ หน่อยนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/11/25/25-%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Panasonic Lumix LX3 Review #1</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/11/14/panasonic-lumix-lx3-review-1/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/11/14/panasonic-lumix-lx3-review-1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Nov 2008 17:20:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Review]]></category>

		<category><![CDATA[กล้อง/เลนส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/11/14/panasonic-lumix-lx3-review-1/</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากไม่ได้เขียน blog มานานพอสมควร (ครึ่งเดือนได้ล่ะมั้ง) ก็ขอเขียนต่อเรื่องเดิมก็แล้วกัน ก็คือ เรื่องกล้องติดตัว ตัวใหม่ Panasonic Lumix LX3 ซึ่งถือได้ว่าเป็น serious compact ที่อยู่ในความสนใจของหลายๆ คน (เป็นคำถามที่เห็นได้ตามบอร์ดทั่วไป ว่าจะเอา LX3, P6000, G10 หรือว่า GX200 ดี) และก็คิดว่าคงจะมีหลายอัน ก็เลยแปะป้าย #1 เอาไว้ก่อน (จริงๆ อาจจะมีแค่อันเดียวก็ได้)
แต่บอกไว้อีกอย่าง ผมจะขอรีวิวในลักษณะเล่าการใช้งานให้ฟังนะครับ ถ้าอยากจะอ่านรีวิวแบบละเอียดและเป็นเชิงเทคนิคมากๆ หรือว่าที่วิเคราะห์กันละเอียดสุดๆ เทียบๆ กับตัวอื่นๆ ด้วย ก็อ่านจากเว็บอื่นดีกว่าครับ (dpreview ก็ได้ครับ ที่ไหนก็ได้ เขียนกันเยอะแยะ)
เอาเรื่องที่ขัดใจก่อน ก็ยังคงยืนยันจากรีวิวก่อนหน้านี้ของผม ที่ว่ามีเรื่องขัดใจไม่กี่เรื่องคือ

ฝาปิดเลนส์ &#8230; นี่มันสมัยไหนกันแล้วล่ะคุณเอ๋ย ขนาด G10 ยังทำฝาเลื่อนอัตโนมัติเลย
command dial ที่เลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งง่ายไปหน่อย
ตัวเลื่อนปรับ aspect ratio ที่ขัดใจผมจริงๆ (เพราะว่าผมถ่าย 3:2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากไม่ได้เขียน blog มานานพอสมควร (ครึ่งเดือนได้ล่ะมั้ง) ก็ขอเขียนต่อเรื่องเดิมก็แล้วกัน ก็คือ เรื่องกล้องติดตัว ตัวใหม่ Panasonic Lumix LX3 ซึ่งถือได้ว่าเป็น serious compact ที่อยู่ในความสนใจของหลายๆ คน (เป็นคำถามที่เห็นได้ตามบอร์ดทั่วไป ว่าจะเอา LX3, P6000, G10 หรือว่า GX200 ดี) และก็คิดว่าคงจะมีหลายอัน ก็เลยแปะป้าย #1 เอาไว้ก่อน (จริงๆ อาจจะมีแค่อันเดียวก็ได้)</p>
<p>แต่บอกไว้อีกอย่าง ผมจะขอรีวิวในลักษณะเล่าการใช้งานให้ฟังนะครับ ถ้าอยากจะอ่านรีวิวแบบละเอียดและเป็นเชิงเทคนิคมากๆ หรือว่าที่วิเคราะห์กันละเอียดสุดๆ เทียบๆ กับตัวอื่นๆ ด้วย ก็อ่านจากเว็บอื่นดีกว่าครับ (dpreview ก็ได้ครับ ที่ไหนก็ได้ เขียนกันเยอะแยะ)</p>
<p>เอาเรื่องที่ขัดใจก่อน ก็ยังคงยืนยันจากรีวิวก่อนหน้านี้ของผม ที่ว่ามีเรื่องขัดใจไม่กี่เรื่องคือ</p>
<ul>
<li>ฝาปิดเลนส์ &#8230; นี่มันสมัยไหนกันแล้วล่ะคุณเอ๋ย ขนาด G10 ยังทำฝาเลื่อนอัตโนมัติเลย
<li>command dial ที่เลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งง่ายไปหน่อย
<li>ตัวเลื่อนปรับ aspect ratio ที่ขัดใจผมจริงๆ (เพราะว่าผมถ่าย 3:2 เป็นหลัก และดันอยู่ตรงกลาง ผิดหลัก Fitt&#8217;s law ในการใช้งานของผม แต่ว่าถ้าคุณถ่าย 16:9 หรือว่า 4:3 เป็นหลักก็ไม่เป็นไร)
<li>autofocus บางทีจะพลาดแบบไม่น่าพลาด โดยเฉพาะกรณีถ่ายคน มันไปชัดข้างหลังอย่างไม่น่าให้อภัย ทั้งๆ ที่ถ่ายก็โฟกัสที่หน้าดีหรอกนะ แต่ว่าทำไมมันไปชัดด้านหลังก็ไม่รู้ และผมท่าทางจะไม่ใช่คนเดียวที่เจอปัญหานี้ เคยอ่านในเว็บเมืองนอก มีคนเจอปัญหานี้เหมือนกัน
</ul>
<p>ส่วนเรื่องลักษณะการใช้งานทั่วไปๆ ของผม และ impression ของมันนอกเหนือจากนี้คือ</p>
<ul>
<li>ทำได้ดีพอสมควร ในเรื่อง noise (ตามคาด) ถึงจะไม่ดีเท่า DSLR แน่ๆ แต่ว่าก็ดีกว่าที่ผมหวังไว้อยู่หน่อย ยิ่งมีเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้าง (f/2) ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ใช้งานในที่แสงค่อนข้างน้อยได้พอสมควร (แต่ว่าไม่มีอะไรสู้ D700 กับ 50mm 1.4 ที่ ISO 3200 ได้หรอก &#8212; ขนาด ISO 6400 ยังไม่น่าเกลียดเลย ตัวนั้นน่ะ)
<li>ค่อนข้าง &#8220;ทน&#8221; พอสมควร ทดสอบแล้วด้วยการทำตกจากโต๊ะความสูงกว่าเมตร (ใส่กระเป๋าไว้แล้วไม่ได้รูดซิบ &#8230;​น้องเกดสุดที่รักก็เลยทดสอบความทนทานให้ ด้วยความซุ่มซ่ามส่วนตัว) ก็ไม่เป็นอะไร มีรอยเล็กๆ น้อยๆ ที่ตัวกล้องเท่านั้น (แต่ว่าก็คงจะขึ้นกับมุมในการตกด้วย)
<li>film mode หลายอันมีให้งงเล่นมากมาย ตอนแรกๆ ผมจะใช้ standard เป็นหลัก แต่ว่าไปๆ มาๆ ก็ลองเล่นอย่างอื่นบ้าง พบว่า nostalgic ให้อารมณ์ฟิล์มเก่าๆ ได้พอสมควร และเป็นโหมดที่ถ่ายคนสวยที่สุด ส่วน vibrant ก็เข้ม ฉูดฉาด สมชื่อโหมด ส่วน dynamic ไม่เคยใช้ smooth เหมือนจะดีเวลาถ่ายคน แต่ว่าสู้ nostalgic ไม่ได้
<p>ลองดูหน่อย ถ่ายภายในร้าน Cafe dot com ใต้ตึกวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ ม.เกษตร ครับ อันนี้โหมด vibrant</p>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2008/11/p1000520.jpg" width="480" height="320" alt="P1000520.jpg" /></p>
<p>ส่วนอันนี้ที่เดียวกันเป๊ะ แต่ว่าเป็น nostalgic ครับ &#8230; เป็นไง ฟิล์มเก่าๆ ดีมั้ย</p>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2008/11/p1000522.jpg" width="480" height="320" alt="P1000522.jpg" /></p>
<li>ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้นิดๆ หน่อยๆ เพราะว่าได้เลนส์ที่รูรับแสงกว้าง ถึงแม้ว่าขนาดของเซนเซอร์จะเล็กก็เถอะ แต่ว่าก็ยังใหญ่กว่ากล้อง compact ทั่วๆ ไปพอควร ก็เลยยิ่งทำให้ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ง่าย เมื่อเทียบกับกล้อง compact ทั่วๆ ไป ยิ่งซูมออกนิดหน่อย จะยิ่งช่วยได้
<p>ภาพนี้ถ่ายคนโดยใช้โหมด nostalgic นายแบบคือ อ.ยศวี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ครับ ถ่ายที่ 9.3mm สำหรับเซนเซอร์ตัวนี้ ซึ่งเทียบเท่า 44mm บน 35mm ถ่ายที่ f/2.5 (กว้างสุดสำหรับทางยาวโฟกัสนี้ &#8212; สำหรับกว้างที่สุดสำหรับเลนส์คือ f/2 ที่เทียบเท่า 24mm)</p>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2008/11/p1000510.jpg" width="480" height="320" alt="P1000510.jpg" /></p>
<li>แต่ว่าไปๆ มาๆ สิ่งที่ผมใช้กล้องตัวนี้ทำมากที่สุดคือ &#8220;ถ่ายขาวดำ&#8221; (B&#038;W) โดยใช้โหมด Dynamic B&#038;W ให้ความเป็นขาวดำที่สวยมากๆ สุดยอดมากๆ เลยถ่ายแต่โหมดนี้เป็นหลักเลย ให้ดูสองรูป จากโหมดนี้ครับ ทั้งสองภาพเป็นภาพตอนที่ผมไปดูงานศูนย์คอมพิวเตอร์ ที่วิทยาเขตเพชรบุรี โดยนายแบบหลักทั้งสองภาพ คือ พี่ฉลอง จากศูนย์คอมพิวเตอร์ ม.ศิลปากรครับ
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2008/11/p1000686.jpg" width="480" height="320" alt="P1000686.jpg" /></p>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2008/11/p1000666.jpg" width="480" height="320" alt="P1000666.jpg" />
</ul>
<p>ค่อนข้างจะพอใจมากๆ กับกล้องตัวนี้ ทำให้ถ่ายรูปสนุกขึ้นอีกเยอะ โดยเฉพาะรูปขาว-ดำ จริงๆ อยากจะถ่ายขาว-ดำมานานแล้ว.. แต่ว่ากล้องที่มีอยู่ แม้แต่ D700 มันถ่ายขาว-ดำ &#8220;จากกล้อง&#8221; ไม่ค่อยจะถูกใจเท่าไหร่ และผมเป็นคนที่ไม่ชอบทำ post-process เท่าไหร่ด้วย ยิ่งต้องมาทำทุกรูปก็ไม่ไหว ก็มาเจอตัวนี้แหละครับ ที่ถ่ายขาว-ดำจากกล้องได้โดนใจมากๆ เลยตั้งไว้ถ่ายแต่โหมดนี้เลย แล้วเวลาอยากจะถ่ายคนที่ไม่ใช่ขาวดำ ก็สลับไปใช้ nostalgic เอา</p>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2008/11/p1000606.jpg" width="480" height="320" alt="P1000606.jpg" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/11/14/panasonic-lumix-lx3-review-1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ของเล่นใหม่ ในที่สุดก็มี Leica กับเค้า!</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/10/28/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/10/28/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Oct 2008 17:47:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Review]]></category>

		<category><![CDATA[กล้อง/เลนส์]]></category>

		<category><![CDATA[ของเล่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/10/28/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a1/</guid>
		<description><![CDATA[อ่อ ยังไม่ถึงขนาดจะไปถอย Leica M มาเล่นหรอกครับ (เห็นราคา M8 แล้วกุมกระเป๋าตังค์แน่นต่อไป และไม่คิดจะไปขอลองกดชัตเตอร์เล่นด้วย) แต่ว่าเป็นหมอนี่ครับ

ครับ Panasonic Lumix LX3 ซึ่งจริงๆ ก็เป็นฝาแฝดกับ Leica D-Lux 4 น่ะแหละครับ (ต่างกันแค่ Image processing engine เท่านั้นเอง)
ผมก็เลยมี Leica กับเค้าซะที &#8230; มียังไงเหรอ? ถึงมันจะเป็นฝาแฝดกับ D-Lux 4 แต่ว่ามันก็ยังเป็น Lumix ไม่ใช่เหรอ?
อ่าฮะ ไม่ผิดๆ แต่ว่าเหตุผลที่ผมเลือก LX3 เพราะเหตุผล 4 ข้อครับ

นโยบายสวนทิศทางของความเชื่อสาธารณะ: ไม่เพิ่ม pixel count!
นโยบายที่ถูกทิศทาง แม้ตลาดส่วนมากจะไม่รู้: เพิ่มขนาด sensor!
รูปร่างหน้าตาที่ลอกแบบ Rangefinder หรือกล้องโบราณๆ อีกหลายตัว
เลนส์ Leica DC Vario-Summicron 24-60mm (35mm eq.) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อ่อ ยังไม่ถึงขนาดจะไปถอย Leica M มาเล่นหรอกครับ (เห็นราคา M8 แล้วกุมกระเป๋าตังค์แน่นต่อไป และไม่คิดจะไปขอลองกดชัตเตอร์เล่นด้วย) แต่ว่าเป็นหมอนี่ครับ</p>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2008/10/lumix-lx3011.jpg" width="480" height="319" alt="lumix_lx3011.jpg" /></p>
<p>ครับ Panasonic Lumix LX3 ซึ่งจริงๆ ก็เป็นฝาแฝดกับ Leica D-Lux 4 น่ะแหละครับ (ต่างกันแค่ Image processing engine เท่านั้นเอง)</p>
<p>ผมก็เลยมี Leica กับเค้าซะที &#8230; มียังไงเหรอ? ถึงมันจะเป็นฝาแฝดกับ D-Lux 4 แต่ว่ามันก็ยังเป็น Lumix ไม่ใช่เหรอ?</p>
<p>อ่าฮะ ไม่ผิดๆ แต่ว่าเหตุผลที่ผมเลือก LX3 เพราะเหตุผล 4 ข้อครับ</p>
<ol>
<li>นโยบายสวนทิศทางของความเชื่อสาธารณะ: ไม่เพิ่ม pixel count!
<li>นโยบายที่ถูกทิศทาง แม้ตลาดส่วนมากจะไม่รู้: เพิ่มขนาด sensor!
<li>รูปร่างหน้าตาที่ลอกแบบ Rangefinder หรือกล้องโบราณๆ อีกหลายตัว
<li>เลนส์ Leica DC Vario-Summicron 24-60mm (35mm eq.) f/2.0-2.8
</ol>
<p>อย่างน้อยๆ ก็มีเลนส์เป็น Leica ล่ะน่า (ฮาฮา) จริงๆ Panasonic ก็ใช้เลนส์ Leica ใน Lumix หลายรุ่นนะครับ แต่ที่พิเศษกับรุ่นนี้ ก็คือ การเลือกทางยาวโฟกัสที่สั้น เพื่อให้ได้คุณภาพที่มากขึ้นในแต่ละช่วง และมีขนาดรูรับแสงที่กว้างมาก (f/2.0-2.8) ซึ่งเมื่อประกอบกับการที่มี sensor ที่มีขนาดใหญ่กว่า compact ทั่วไป (ถึงแม้จะยังเล็กกว่า DSLR รวมถึงพวกที่ sensor เล็กๆ อย่าง 4/3 format หรือ compact ที่ยัด DSLR-class sensor อย่าง Sigma DP1 อยู่มากโข) ทำให้เพิ่มโอกาสได้ภาพค่อนข้างมากทีเดียว และพอจะเล่นกับ Depth-of-Field สวยๆ ได้บ้างเล็กน้อย (เอาไว้ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้นิดหน่อย)</p>
<p>เท่าที่ทดสอบเล่นๆ มา ก็เข้าท่าทีเดียว กล้องตัวนี้กลายเป็นกล้องติดรถ ติดกระเป๋าถือ ใส่กระเป๋ากางเกง ฯลฯ สำหรับกรณี &#8220;เผื่อมีภาพอยู่เบื้องหน้า&#8221; จะได้ไม่พลาดการได้ภาพเหล่านั้น</p>
<p>การตอบสนองถือว่าทำได้ดีพอสมควร ในเรื่องของประสิทธิภาพและการใช้งาน การตอบสนองเยี่ยม เสียงเงียบมาก มีข้อเสียนิดๆ หน่อยๆ ตรง command dial ด้านบนมันเปลี่ยนตำแหน่งง่ายไปนิด กับ lens cap ที่น่ารำคาญหน่อยๆ (ทำให้ใช้งานมือเดียวลำบากมากๆ เมื่อเทียบกับพวกที่ใช้การเปิดปิดเลนส์แบบอัตโนมัติ) อ่อ แล้วก็อยากให้มี optical viewfinder หน่อยนึงด้วย (เดี๋ยวซื้อ optional เพิ่มเอาก็ได้) </p>
<p>อ่อ มีอีกหน่อย แล้วก็การเลือก aspect ratio ที่มีตัวเลื่อนตรง lens ซ้ายสุดเป็น 4:3 ตรงกลางเป็น 3:2 และขวาสุดเป็น 16:9 ซึ่งมันก็เปลี่ยนไปมาค่อนข้างง่าย คนชอบถ่าย 3:2 อย่างผมก็เลยเซ็งหน่อย เพราะว่าเวลาเอาใส่กระเป๋ากางเกง บางทีมือไปโดนนิดหน่อยพวกก็ชอบเลื่อนไปซ้ายทีขวาที เช่นเดียวกับ Focus mode แต่ว่าอันนี้ยังดีหน่อย ที่ AF อยู่บนสุด แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าอยู่ล่างสุดมันจะดีกว่าหรือเปล่า (กดลง ง่ายกว่าดันขึ้น ดังนั้นถ้า AF อยู่ล่างสุด มันก็จะกดลงไม่ได้อีกแล้ว)</p>
<p>ส่วนเรื่องคุณภาพของภาพ ถือว่าทำได้เยี่ยมเกินคาด แต่อย่างหวังเอาไปเทียบกับ DSLR มากมายนัก แต่ว่าถ้ากรณีทั่วๆ ไป และเอาไว้ถ่าย street หรือว่าถ่ายเล่นถ่ายเที่ยว รับรองว่าคุณภาพไม่น่าเกลียดแน่นอน เรียกได้ว่าสวยเลยล่ะ โดยเฉพาะสีสันดีมาก ถึงจะใช้ Film mode เป็น standard ถ้าใช้ Film mode เป็น smooth ก็ถ่ายคนได้เนียนดี</p>
<p>แถมให้รูปนึงละกันนะครับ นอกนั้นเจอกันใน multiply รูปนี้ถ่ายที่หน้าวิหารเซียน ตอนบรรยากาศอึมครึมสุดๆ ระหว่างฝนตกหนักระลอกแรก กับก่อนฝนหนักๆ ระลอกถัดไปจะเทลงมา ใช้ Auto White Balance ตั้ง Film mode เป็น standard แล้วเพิ่ม sharpness ไป +1 ในกล้อง นอกนั้นไม่ได้ทำอะไรเลย ทั้งสีทั้งคอนทราสท์ และไม่ได้ post-process ทั้งสิ้น (ปกติผมไม่ post-process รูปอยู่แล้ว อันนี้คนรู้จักรู้กันดี) ย่อแล้วลงเลย ไม่ได้ทำการ sharpen เพิ่มเติมก่อนหรือหลังย่อ</p>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2008/10/lumix-lx3012.jpg" width="480" height="320" alt="lumix_lx3012.jpg" /></p>
<p>พอใจกับภาพและสีสันที่ได้มากมายครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/10/28/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สูตร</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/10/04/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/10/04/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Oct 2008 06:37:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Education]]></category>

		<category><![CDATA[Math]]></category>

		<category><![CDATA[Rant]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/10/04/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/</guid>
		<description><![CDATA[สิ่งที่พบบ่อยเวลาที่มีการนำเสนองานหรือว่าพูดถึงอะไรก็ตามที่มีแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (Mathematical Model) คนนำเสนอมักจะพูดกันว่า
&#8220;สูตร&#8221; (เช่น &#8220;เป็นไปดังสูตร&#8221; เป็นต้น)
ผมไม่ได้เรื่องมากหรือว่าจ้องจับผิดคนหรือว่า Picky มากกว่าไปกับเรื่องพวกนี้หรอกนะ แต่ว่าผมเชื่อว่ามันให้ความรู้สึกต่างกัน ระหว่าง

แบบจำลองทางคณิตศาสตร์
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ ในเชิงคณิตศาสตร์
การมองคณิตศาสตร์เป็นภาษาๆ หนึ่ง

กับการใช้คำว่า &#8220;สูตร&#8221; ซึ่งมักจะให้ความรู้สึกในเชิงคำนวณ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ผิดทั้งหมด เพราะว่าในท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์เชิงคณิตศาสตร์ (Mathematical Relation) นั้นท้ายที่สุดมักถูกนำไปใช้ในการคำนวณหา Output จาก Input หรือว่าในทำนอง R(Input) = Output อยู่แล้ว
แต่ว่าจุดมุ่งหมายในการพูดถึงความสัมพันธ์นั้นๆ น่ะ มันไม่ใช่ความรู้สึกที่อยากได้ผลลัพธ์แต่ถ่ายเดียว แต่ว่าหมายถึงความต้องการที่จะบอกว่าอะไรสัมพันธ์กับอะไรอย่างไร อะไรส่งผลถึงอะไรอย่างไร มากกว่า
มันเป็นเรื่องของ ภาษาของเหตุและผล ซึ่งเป็นแบบจำลองในลักษณะ abstraction จากความเป็นจริง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ implied มาจาก &#8220;ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์&#8221; และ &#8220;แบบจำลองทางคณิตศาสตร์&#8221;
ไม่ใช่การมุ่งจะเอาผลโดยไม่คิดถึงเหตุ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ผมมีกับคำว่า &#8220;สูตร&#8221;
มีเรื่องขำๆ อีกเรื่อง เคยมีอยู่ครั้งที่ผมไปคอมเมนท์การใช้คำว่า &#8220;สูตร&#8221; ที่เป็นอสมการ (เป็น constraint ของปัจจัยบางปัจจัย) แล้วน้องคนที่นำเสนอ ก็เลยเลี่ยงไปใช้คำว่า &#8220;ดังสมการ&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สิ่งที่พบบ่อยเวลาที่มีการนำเสนองานหรือว่าพูดถึงอะไรก็ตามที่มีแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (Mathematical Model) คนนำเสนอมักจะพูดกันว่า</p>
<p>&#8220;สูตร&#8221; (เช่น &#8220;เป็นไปดังสูตร&#8221; เป็นต้น)</p>
<p>ผมไม่ได้เรื่องมากหรือว่าจ้องจับผิดคนหรือว่า Picky มากกว่าไปกับเรื่องพวกนี้หรอกนะ แต่ว่าผมเชื่อว่ามันให้ความรู้สึกต่างกัน ระหว่าง</p>
<ul>
<li>แบบจำลองทางคณิตศาสตร์
<li>ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ ในเชิงคณิตศาสตร์
<li>การมองคณิตศาสตร์เป็นภาษาๆ หนึ่ง
</ul>
<p>กับการใช้คำว่า &#8220;สูตร&#8221; ซึ่งมักจะให้ความรู้สึกในเชิงคำนวณ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ผิดทั้งหมด เพราะว่าในท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์เชิงคณิตศาสตร์ (Mathematical Relation) นั้นท้ายที่สุดมักถูกนำไปใช้ในการคำนวณหา Output จาก Input หรือว่าในทำนอง R(Input) = Output อยู่แล้ว</p>
<p>แต่ว่าจุดมุ่งหมายในการพูดถึงความสัมพันธ์นั้นๆ น่ะ มันไม่ใช่ความรู้สึกที่อยากได้ผลลัพธ์แต่ถ่ายเดียว แต่ว่าหมายถึงความต้องการที่จะบอกว่าอะไรสัมพันธ์กับอะไรอย่างไร อะไรส่งผลถึงอะไรอย่างไร มากกว่า</p>
<p>มันเป็นเรื่องของ ภาษาของเหตุและผล ซึ่งเป็นแบบจำลองในลักษณะ abstraction จากความเป็นจริง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ implied มาจาก &#8220;ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์&#8221; และ &#8220;แบบจำลองทางคณิตศาสตร์&#8221;</p>
<p>ไม่ใช่การมุ่งจะเอาผลโดยไม่คิดถึงเหตุ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ผมมีกับคำว่า &#8220;สูตร&#8221;</p>
<p>มีเรื่องขำๆ อีกเรื่อง เคยมีอยู่ครั้งที่ผมไปคอมเมนท์การใช้คำว่า &#8220;สูตร&#8221; ที่เป็นอสมการ (เป็น constraint ของปัจจัยบางปัจจัย) แล้วน้องคนที่นำเสนอ ก็เลยเลี่ยงไปใช้คำว่า &#8220;ดังสมการ&#8221; ทั้งๆ ที่เป็น &#8220;เครื่องหมายมากกว่า&#8221; อย่างชัดเจน เลยต้องคอมเมนท์ไปอีกที</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/10/04/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>The way I see the world through lens</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/10/02/the-way-i-see-the-world-through-lens/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/10/02/the-way-i-see-the-world-through-lens/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Oct 2008 13:41:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Just-a-Thought]]></category>

		<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/10/02/the-way-i-see-the-world-through-lens/</guid>
		<description><![CDATA[I just noticed how I see the world through my lens and record it on a photo:

This is a snapshot from my multiply front page. Can you see how many of the album cover have a &#8216;line&#8217; (either &#8216;actual line&#8217; or some sort of &#8216;imaginary line&#8217;) from approximately lower left corner to approximately upper right [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>I just noticed how I see the world through my lens and record it on a photo:</p>
<p><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2008/10/howiseetheworld.jpg" width="453" height="480" alt="howiseetheworld.jpg" /></p>
<p>This is a snapshot from my multiply front page. Can you see how many of the album cover have a &#8216;line&#8217; (either &#8216;actual line&#8217; or some sort of &#8216;imaginary line&#8217;) from approximately lower left corner to approximately upper right corner?</p>
<p>I guess I will have to look a bit deeper into my photo library to see if this is just coincident or I really see the world this way.</p>
<p>When you have lots of data and you start looking at them. Just look at them together, sometime you see &#8216;patterns&#8217;.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/10/02/the-way-i-see-the-world-through-lens/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;กี่ล้านดีคะ&#8221;</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/09/30/%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/09/30/%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Sep 2008 03:01:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Article]]></category>

		<category><![CDATA[Just-a-Thought]]></category>

		<category><![CDATA[Technology]]></category>

		<category><![CDATA[กล้อง/เลนส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/09/30/%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b0/</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวานเดินผ่านแผนกกล้องของ Power Buys ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ก็เลยเดินๆ แวะๆ เข้าไปดู compact ซะหน่อยเผื่อจะมีอะไรน่าสนใจ (จริงๆ กำลังมองหา Panasonic Lumix LX3 อยู่)
พนักงานสาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามาทักทาย ยิ้มแย้มแจ่มใส
พนักงาน: &#8220;พี่ชื่ออะไร ขอเบอร์ได้มั้ยคะ&#8221;
ไม่ใช่ล่ะ อันนี้ล้อเล่น อันนี้สิของจริง
พนักงาน: &#8220;ดูเป็นกี่ล้านดีคะ&#8221;
เล่นเอาเอ๋อกินไปพักนึง พร้อมกับหัวเราะดังๆ ในใจ
ผม (คิด): &#8220;โห เล่นถามกันแบบนี้เลย&#8221;
พนักงาน: &#8220;พี่ จะดูเป็นกี่ล้านดีคะ&#8221;
ผม (คิด): &#8220;นี่ถ้าบอกไปว่า 30MP นี่จะเอา Hasselblad  ออกมาให้มั้ยเนี่ย&#8221;
ผม: &#8220;ขอดูเรื่อยๆ ก่อนครับ&#8221;
ถึงผมจะไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่านี้ เพราะว่าไม่อยากไปต่อล้อต่อเถียงกับพนักงานมากกว่านี้ และไม่มีเวลาถามเล่นอะไรมากมาย แต่ว่าเราคงจะจินตนการ conversation มาตรฐานต่อไปนี้ออก
พนักงาน: &#8220;ดูเป็นกี่ล้านดีคะ&#8221;
ลูกค้า: &#8220;เอ่อ อยากได้ที่คุณภาพของภาพดีๆ ไฟล์สวยๆ คมๆ น่ะครับ&#8221;
พนักงาน: &#8220;งั้นนี่เลยค่ะ รุ่นนี้ออกใหม่ ขายดี 14.5MP นะคะ ยิ่งทำให้ภาพคมชัดมาก ถ่ายออกมาสวยค่ะ&#8221;
ครับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวานเดินผ่านแผนกกล้องของ Power Buys ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ก็เลยเดินๆ แวะๆ เข้าไปดู compact ซะหน่อยเผื่อจะมีอะไรน่าสนใจ (จริงๆ กำลังมองหา Panasonic Lumix LX3 อยู่)</p>
<p>พนักงานสาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามาทักทาย ยิ้มแย้มแจ่มใส</p>
<p>พนักงาน: &#8220;พี่ชื่ออะไร ขอเบอร์ได้มั้ยคะ&#8221;</p>
<p>ไม่ใช่ล่ะ อันนี้ล้อเล่น อันนี้สิของจริง</p>
<p>พนักงาน: &#8220;ดูเป็นกี่ล้านดีคะ&#8221;</p>
<p>เล่นเอาเอ๋อกินไปพักนึง พร้อมกับหัวเราะดังๆ ในใจ</p>
<p>ผม (คิด): &#8220;โห เล่นถามกันแบบนี้เลย&#8221;<br />
พนักงาน: &#8220;พี่ จะดูเป็นกี่ล้านดีคะ&#8221;<br />
ผม (คิด): &#8220;นี่ถ้าบอกไปว่า 30MP นี่จะเอา Hasselblad  ออกมาให้มั้ยเนี่ย&#8221;<br />
ผม: &#8220;ขอดูเรื่อยๆ ก่อนครับ&#8221;</p>
<p>ถึงผมจะไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่านี้ เพราะว่าไม่อยากไปต่อล้อต่อเถียงกับพนักงานมากกว่านี้ และไม่มีเวลาถามเล่นอะไรมากมาย แต่ว่าเราคงจะจินตนการ conversation มาตรฐานต่อไปนี้ออก</p>
<p>พนักงาน: &#8220;ดูเป็นกี่ล้านดีคะ&#8221;<br />
ลูกค้า: &#8220;เอ่อ อยากได้ที่คุณภาพของภาพดีๆ ไฟล์สวยๆ คมๆ น่ะครับ&#8221;<br />
พนักงาน: &#8220;งั้นนี่เลยค่ะ รุ่นนี้ออกใหม่ ขายดี 14.5MP นะคะ ยิ่งทำให้ภาพคมชัดมาก ถ่ายออกมาสวยค่ะ&#8221;</p>
<p>ครับ ไม่ใช่ความผิดของพนักงานครับ แต่ว่าอย่างที่พวกเราทุกคนทราบกันเป็นอย่างดี ว่านี่คือ &#8220;Megapixel Myth&#8221; อีกหนึ่งผลงานที่น่าภาคภูมิใจของ number marketing และส่งผลให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า &#8220;Megapixel Race&#8221; หรือการแข่งกันปั๊มตัวเลข MP ของกล้องของบรรดาผู้ผลิตต่างๆ</p>
<p>Number marketing พูดง่ายๆ เป็นวิธีการทำการตลาดโดยอาศัย &#8220;ความไม่รู้&#8221; ของผู้บริโภคให้เป็นประโยชน์ โดยการ &#8220;บอกความจริงไม่หมด&#8221; หรือ &#8220;ไม่บอกปัจจัยทั้งหมด&#8221; และข้อความที่บอกนั้น &#8220;เป็นจริงในระดับหนึ่ง&#8221; ในขั้นต้น</p>
<p>เช่น มีครั้งหนึ่งเช่นกันในอดีตกาลอันไกลโพ้น ที่จำนวน MP มากกว่านั้นมักจะส่งผลให้ได้คุณภาพของภาพที่ดีกว่า นั่นคือสมัยที่กล้องยังมี MP น้อยๆ เกินไปอยู่ เช่นการเพิ่มจาก 1.3MP เป็น 2MP นี่น่าจะได้ภาพที่มีคุณภาพสูงขึ้นจริง <span style="text-decoration: underline;">และยังคงอยู่ในความสามารถของเซนเซอร์ที่จะรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p>แต่ว่ามันกลายเป็นความเชื่อทางการตลาด การพัฒนาจาก 7.1MP เป็น 8MP ก็ยังคงพอว่า แต่ว่าการพัฒนากันในปัจจุบัน ที่ยัดเยียดกันถึง 12-15MP ลงไปในเซนเซอร์ที่ไม่ได้มีขนาดเพิ่มขึ้น นี่ทำให้คุณภาพมันดีขึ้นเหรอ? มันเกินลิมิทของเซนเซอร์ขนาดเล็กของกล้อง compact ทั่วไปจะรับได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว</p>
<p>ผมจะไม่พูดถึงเรื่อง &#8220;ฟิสิกส์ของแสงและอิเลคทรอนิกส์ในการรับภาพของเซนเซอร์กล้องดิจิทัล&#8221; ตรงนี้ เพราะว่าอันนั้นทำเป็นบทความวิชาการยาวๆ ได้เลย แต่ว่าเทียบง่ายๆ แบบนี้</p>
<p>ถ้าแสงที่เข้ามา (โฟตอน) เหมือนกับฝนที่ตกมาล่ะก็ การถ่ายรูปก็เหมือนกับการรองรับน้ำฝนน่ะแหละ เซนเซอร์ก็เหมือนกับภาชนะที่เอาไปรองน้ำฝน พวกกล้องแพงๆ อย่างพวก Medium format ก็เหมือนกันเอาอ่างอาบน้ำไปรับน้ำฝน พวก DSLR Full-frame ก็คงจะประมาณโอ่ง พวก DSLR ที่มี crop-factor ทั้งหลายก็คงอารมณ์กาละมังใหญ่ๆ</p>
<p>แต่ว่าพวกกล้อง compact เนี่ย ถ้าเป็น sensor ขนาด 1/1.7&#8243; (หรือ 1/1.72&#8243;) ก็คงจะอารมณ์เดียวกับอ่างล้างหน้า ส่วนขนาด 1/2.33&#8243; นี่คงจะขันน้ำ</p>
<p>นั่นคือขนาดเซนเซอร์ทั้งหมดนะครับ แล้วต้องมา &#8220;แบ่ง&#8221; ออกตามปริมาณ MP อีก ดังนั้นยิ่ง MP มาก ปริมาณน้ำที่แบ่งออกไปได้สำหรับแต่ละส่วนก็ยิ่งน้อยลงไปอีก</p>
<p>เช่น ถ้าเราจะแบ่งน้ำอาบนึง หรือว่าโอ่งนึง ออกเป็น 100 แก้ว เราคงจะได้น้ำล้นแก้ว หรือว่าได้แก้วใหญ่ๆ แต่ว่าถ้าเราจะต้องแบ่งน้ำขันนึงออกเป็น 100 แก้วเท่ากันล่ะ? คงได้กันแก้วละไม่กี่หยด</p>
<p>แล้วมัน matter ตรงไหนเนี่ย?</p>
<p>ไม่ต้องแปลกใจเลยครับ ที่กล้องที่มี sensor ใหญ่กว่าจะเก็บรายละเอียดของสีสันและแสง ได้ดีกว่ากล้องที่มี sensor เล็ก เพราะว่าถึงแม้ว่า pixel จะเป็นหน่วยย่อยที่สุดของภาพดิจิทัลและเป็นที่ทราบกันดีกว่า ยิ่ง pixel เยอะ ยิ่งเอามาต่อกันเป็นภาพใหญ่ได้เนียนมากขึ้น และน่าจะเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ดียิ่งขึ้น &#8230; ภาพที่ได้จากกล้อง MP สูงแต่ sensor เล็กมักจะมีพลวัตของแสงและสีสัน (Dynamic range) ที่น่าผิดหวัง ไม่พอ ด้วยเหตุผลทางฟิสิกส์และอิเลคทรอนิกส์ &#8230; ยังทำให้มีสัญญาณรบกวน (noise) มากขึ้นอีกด้วย</p>
<p>เป็นหนึ่งในอีกเรื่อง ที่สุดท้ายแล้ว การนำปัจจัยเดียวจากหลายๆ ปัจจัย (เช่น MP อย่างเดียว ในหลายปัจจัยอื่นๆ เช่น Image processing engine, sensor, ฯลฯ หรือการนำ clock speed อย่างเดียวในเรื่องของ CPU design) มาทำการตลาดและโฆษณา ส่งผลให้เกิด Number marketing ที่ลงท้ายด้วย Number myth</p>
<p>และกำลังทำงาน against ตัวเองอย่างมากมาย</p>
<p>ผู้ผลิต CPU ยักษ์ใหญ่อย่าง Intel เคยเจอปัญหานี้มาแล้ว กับตอนที่ออก Pentium-M ที่สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า Pentium-4 ด้วย clock speed ที่ต่ำกว่า แต่ตลาดไม่ยอมเชื่อว่า CPU ความเร็ว 1.7 จะทำงานเร็วกว่า CPU ความเร็ว 2.0</p>
<p>ตอนนี้ผมเชื่อว่าผู้ผลิตกล้องหลายรายก็กำลังเจอกันอยู่ ว่าจะตอบโจทย์ยังไงดี ว่ากล้อง 10MP ดีกว่า 14MP</p>
<p>ขนาด sensor เล็กที่กล้อง compact ส่วนมากใช้กันน่ะครับ 10MP ก็โคตรจะเต็มกลืนแล้ว แต่ว่าก็ยังมี MP bump กันเรื่อยๆ เมื่อรุุ่นใหม่ๆ ออกมา และผมก็ต้องผิดหวังทุกทีเมื่อเข้าไปดู spec แบบละเอียดใน web ที่ไม่มีการเพิ่มขนาด sensor เลย (เช่น Nikon Coolpix S710 14.5MP 1/1.72&#8243; sensor เทียบกับรุ่นก่อนมัน S700 12MP 1/1.72&#8243; sensor เท่ากัน) แล้วก็ต้องไปพยายามแก้ที่การพัฒนา Image processing engine แทน เพื่อจัดการกับ dynamic range และจัดการกับ noise หลังจากรับภาพเข้ามาเรียบร้อยแล้ว</p>
<p>แต่ว่ามันแก้ขีดจำกัดทางฟิสิกส์ของเซนเซอร์ไม่ได้หรอก รับเข้ามาดี ก็ยิ่งดีขึ้น (ยกตัวอย่างเช่น ทำไมกล้อง Nikon ซึ่งใช้ EXPEED Image processing concept engine เหมือนกัน ภาพจาก D700 ซึ่งเป็นกล้อง 12.3MP ถึงดีกว่า Nikon Coolpix S710 ซึ่งเป็นกล้อง 14.5MP แบบฟ้ากับเหว?)</p>
<p>แต่ก็ยังดีใจหน่อยนึง ที่รู้สึกจะมีหลายผู้ผลิต ให้ความสำคัญและความสนใจกับเรื่องนี้พอสมควร อย่างน้อยๆ ก็ Panasonic ที่ออก LX3 ด้วยการไม่เพิ่ม MP แต่ว่าไปเพิ่มขนาด sensor แทน ถึงแม้จะไม่ได้ใหญ่กว่าเดิมมากมายก็เถอะ แล้วก็ยังมี Sigma ที่ทำ DP1, DP2 ออกมาด้วยขนาด sensor ที่ใหญ่ผิดวิสัย compact</p>
<p>ผมหวังว่า แนวทางนี้คงจะยังไม่หายไป และหวังว่าเมื่อ &#8220;compact เปลี่ยนเลนส์ได้&#8221; (u4/3 ของ Olympus) ออกมาจริง จะดีขึ้น</p>
<p>และหวังว่าผู้ผลิตรายใหญ่ๆ เช่น Nikon, Canon, Sony จะกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น มันเป็นการ back-to-basic สำหรับปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากๆ เลยทีเดียว หลังจากทำสงคราม MP ที่ไม่มีใครชนะ และเกินขอบเขตที่ผู้บริโภคทั่วไป (ซึ่งเป็นตลาดของ compact) จะได้ประโยชน์แล้ว</p>
<p>การจัดการกับ MP สูงๆ ก็ทำได้แล้ว Image processing engine ที่ฉลาด จัดการกับ noise ได้ดี และจัดการกับ dynamic range ได้ดี ถึงจะเป็นภาพจากเซนเซอร์เล็ก ก็มีกันทุกคนทุกค่ายแล้ว ถ้าเปลี่ยนขนาดเซนเซอร์ ภาพที่ได้ก็น่าจะดีขึ้นเยอะเลย ไม่ใช่เหรอ</p>
<p>อีกอย่าง มันก็ยังคงเป็น &#8220;Number&#8221; ไม่ใช่เหรอ พวกทำ Number marketing ก็ยังคงทำได้นี่นา</p>
<p>ผมหวังว่าในอนาคต ผมจะได้ยิน conversation นี้ ถึงแม้โอกาสที่มันจะเกิดขึ้นจะน้อยมากๆ</p>
<p>พนักงาน: &#8220;จะดูเป็นแบบไหนดีคะ&#8221;<br />
ลูกค้า: &#8220;อยากได้กล้อง compact ตัวเล็กๆ หน่อย พกสะดวกหน่อยครับ เอาไว้เที่ยวๆ เล่นๆ ถ่ายเรื่อยเปื่อยน่ะแหละครับ&#8221;<br />
พนักงาน: &#8220;พี่ต้องใช้รูปใหญ่แค่ไหนคะ&#8221;<br />
ลูกค้า: &#8220;แค่ดูในจอคอมพ์ 20&#8243; หรือว่าขึ้นจอทีวี 30&#8243; ที่บ้าน แล้วก็ถ้าจะอัดก็คงไม่เกิน A4 ครับ&#8221;<br />
พนักงาน: &#8220;อืมมม งั้นใช้กล้อง 10MP คงพอค่ะ&#8221;<br />
ลูกค้า: &#8220;ครับ งั้นสองตัวนี้ตัวไหนดีกว่ากันครับ&#8221;<br />
พนักงาน: &#8220;ตัวนี้ sensor ใหญ่กว่าค่ะ ตัวนี้ 1/1.63&#8243; อีกตัว 1/2.33&#8243; ให้สีให้แสงดีกว่า noise น้อยกว่าค่ะ&#8221;<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>ฝันกันต่อไป</p>
<p>ปล. เขียนไปเขียนมา ยาวกว่าที่คิดแฮะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/09/30/%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/09/29/three-kingdoms-resurrection-of-the-dragon/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/09/29/three-kingdoms-resurrection-of-the-dragon/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Sep 2008 04:32:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Movies]]></category>

		<category><![CDATA[Review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/09/29/three-kingdoms-resurrection-of-the-dragon/</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ได้เขียนรีวิวหนังซะนานมากเลย จริงๆ ยังมีเรื่องที่ดูไปแล้วและอยู่ในคิวจะเขียนอีกเยอะ โดยเฉพาะ Batman: The Dark Knight แต่ว่าเรื่องนั้นขอดูอีกสักเที่ยวสองเที่ยวก่อน เพราะว่ามีข้อคิดเยอะมากๆ แต่ว่าเอาเรื่องนี้ก่อนละกัน เพราะว่าท่าทางจะสั้นที่สุด และคงไม่จำเป็นต้องดูเที่ยวที่สอง
จริงๆ เป็นหนังที่อยากจะดูตั้งแต่อยู่ในโรงหนังแล้ว แต่ไม่มีโอกาสไปดู เผลอๆ จะอยากดูเรื่องนี้มากกว่า Red Cliff ซะอีก เพราะว่าบ้าสามก๊กอยู่เป็นทุนเดิมด้วย และมีเรื่องสามก๊กนี่ตัวละครที่ผมชอบที่สุด ชอบเสียยิ่งกว่าชอบ คือ &#8220;จูล่ง&#8221; (Zhao Yun) ยิ่งอ่านหนังสือ &#8220;จูล่ง สุภาพบุรุษจากเสียงสาน&#8221; จากสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบแล้วยิ่งชอบมากเข้าไปอีก
ดังนั้นหนังที่เอาจูล่งมาเป็นพระเอก และเอาพระเอกฮ่องกงที่ผมชอบที่สุดคนหนึ่ง คือ หลิวเต๋อหัว มารับบทนี้ด้วยแล้ว ยิ่งอยากดูเข้าไปใหญ่
ดูแล้วรู้สึกยังไงบ้าง เอาล่ะ ไม่พูดพร่ามมากล่ะครับ เอาไปเป็นข้อๆ เลย

การเลือกตัวละครมารับบทต่างๆ ที่เราคุ้นเคยกันอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกวนอู เตียวหุย เล่าปี่ ขงเบ้ง ม้าเฉียว ทำได้ดีมากพอสมควร การออกแบบอาวุธก็สวยดี อลังการดี (โดยเฉพาะง้าวของกวนอู กับทวนของจูล่ง) เสียดายไม่ได้เห็นยอดกระบี่ในตำนาน &#8220;กระบี่ชิงกัง&#8221; (ฟันเหล็กเหมือนฟันหยวก) ชัดๆ
ตรงนี้มีที่คลาดเคลื่อนหน่อยนึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ได้เขียนรีวิวหนังซะนานมากเลย จริงๆ ยังมีเรื่องที่ดูไปแล้วและอยู่ในคิวจะเขียนอีกเยอะ โดยเฉพาะ Batman: The Dark Knight แต่ว่าเรื่องนั้นขอดูอีกสักเที่ยวสองเที่ยวก่อน เพราะว่ามีข้อคิดเยอะมากๆ แต่ว่าเอาเรื่องนี้ก่อนละกัน เพราะว่าท่าทางจะสั้นที่สุด และคงไม่จำเป็นต้องดูเที่ยวที่สอง</p>
<p>จริงๆ เป็นหนังที่อยากจะดูตั้งแต่อยู่ในโรงหนังแล้ว แต่ไม่มีโอกาสไปดู เผลอๆ จะอยากดูเรื่องนี้มากกว่า Red Cliff ซะอีก เพราะว่าบ้าสามก๊กอยู่เป็นทุนเดิมด้วย และมีเรื่องสามก๊กนี่ตัวละครที่ผมชอบที่สุด ชอบเสียยิ่งกว่าชอบ คือ &#8220;จูล่ง&#8221; (Zhao Yun) ยิ่งอ่านหนังสือ &#8220;จูล่ง สุภาพบุรุษจากเสียงสาน&#8221; จากสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบแล้วยิ่งชอบมากเข้าไปอีก</p>
<p>ดังนั้นหนังที่เอาจูล่งมาเป็นพระเอก และเอาพระเอกฮ่องกงที่ผมชอบที่สุดคนหนึ่ง คือ หลิวเต๋อหัว มารับบทนี้ด้วยแล้ว ยิ่งอยากดูเข้าไปใหญ่</p>
<p>ดูแล้วรู้สึกยังไงบ้าง เอาล่ะ ไม่พูดพร่ามมากล่ะครับ เอาไปเป็นข้อๆ เลย</p>
<ul>
<li>การเลือกตัวละครมารับบทต่างๆ ที่เราคุ้นเคยกันอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกวนอู เตียวหุย เล่าปี่ ขงเบ้ง ม้าเฉียว ทำได้ดีมากพอสมควร การออกแบบอาวุธก็สวยดี อลังการดี (โดยเฉพาะง้าวของกวนอู กับทวนของจูล่ง) เสียดายไม่ได้เห็นยอดกระบี่ในตำนาน &#8220;กระบี่ชิงกัง&#8221; (ฟันเหล็กเหมือนฟันหยวก) ชัดๆ
<p>ตรงนี้มีที่คลาดเคลื่อนหน่อยนึง ในหนังให้จูล่งชิงกระบี่มาจากโจโฉ แต่ว่าจริงๆ แล้วเป็นการชิงมาจากแฮหัวเอี๋ยน</p>
<li>แปลกใจเล็กน้อยที่เห็น Maggie Q มารับบทเป็น Cao Yin ซึ่งในหนังให้เป็นหลานสาวโจโฉ เพราะว่าตามประวัติศาสตร์และเรื่องสามก๊กจริงๆ แล้ว Cao Yin นี่ถ้าผมจำไม่ผิดจะเป็นเจ้าชายน้อย ซึ่งตายตอนอายุได้ 1 ปีเท่านั้น คนที่ชื่อใกล้เคียงที่สุดคือ &#8220;โจหยิน&#8221; (Cao Ren) ซึ่งเป็นคนแซ่เดียวกับโจโฉ และเสียชีวิตก่อนสงครามครั้งนั้นของจูล่งแน่ๆ (223 AD)
<p>เพราะความใกล้เคียงกันของชื่อ &#8230; ทำให้หนังสือพรีวิวหนังหลายเล่มบอกว่า Maggie Q รับบทเป็น &#8220;โจหยิน&#8221; ซึ่งผิดนะครับผม</p>
<p>ดังนั้นตัวละครของ Maggie Q นี้จึงเป็น Fictional character แน่ๆ ครับผม และคงจะมีเข้ามาเพื่อสร้างโทนของหนังด้วย ไม่งั้นคงจะมีแต่ผู้ชาย รบราฆ่าฟัน ขิงไหวชิงพริบ แค่นั้น และเรื่องนี้ Maggie Q เด่นมากทีเดียว ยิ่งตอนเล่นดนตรีกำกับการรบนะ สุดยอดมากๆ ไม่เคยเห็นเลย dramatic ดี</p>
<li>ฉาก Action โดยเฉพาะ 1-on-1 ทำได้ดีและไม่เวอร์เกินจริง แบบหนังกำลังภายใน (ตอนแรกกลัวว่าจะออกมาเป็นแบบนั้นมากๆ)
<li>หนังเรื่องนี้เอา character ของจูล่งออกมาได้ดีมากพอสมควรเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความกล้าหาญ ความถ่อมตัว ความเยือกเย็น ความสุขุม ไหวพริบ ความน่าเกรงขามทั้งในและนอกสนามรบ และอื่นๆ และที่ขาดไม่ได้เลย นั่นก็คือเรื่องของฝีไม้ลายมือในการรบ ซึ่งแสดงให้เห็นตั้งแต่ต้นเรื่องว่าขนาดกวนอู และเตียวหุยสองคนช่วยกันรุม ยังได้เพียงแค่สูสีเท่านั้น ไม่พอ ยังปราบนายพลของวุ่ย 4 คนรุมกันได้อย่างง่ายๆ อีกด้วย ต้องเล่นลอบกัดสถานเดียว
<li>อ่านพรีวิวตอนแรก เห็นว่าหนังเน้นไปที่เรื่องของจูล่งในวัยชรา ไม่คิดว่าจะได้ดูจูล่งตอน <a href="http://3kok.igetweb.com/index.php?mo=3&#038;art=174815">&#8220;จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า&#8221;</a> ซึ่งเป็นตอนที่เด่นมาก ถึงกับเป็นหนึ่งในสองตอนที่อยู่ในหนังสือเรียนของประเทศไทยด้วย โดยคัดมาจากฉบับของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) (อีกตอนคือ ยุทธการณ์ผาแดง &#8212; เดี๋ยวผมไปหาดูแล้วจะมารีวิวนะ) ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ทำได้ดีพอสมควร
<li>เสียดายไม่ได้ดูตัวละครอื่นๆ เลย แต่ว่าไม่เป็นไร เพราะว่าเห็นใจคนทำและคนเขียนบทมากๆ เพราะว่าประวัติศาสตร์จริงมันตั้งกี่ปี ตัวละครที่ซับซ้อนมากๆ ตั้งกี่ตัว (ฉบับงิ้วของหลอกว้านจงใส่สีใส่ไข่ใส่ความซับซ้อนเข้าไปอีกเท่าไหร่ &#8212; ไม่นับการบิดเบือนประวัติศาสตร์และความพยายามอย่างแสนสาหัสที่จะทำให้ก๊กเล่าปี่เป็นพระเอก และโจโฉเป็นผู้ร้าย แต่นั่นนอกประเด็นของการรีวิวนี้) เอามาย่อได้ขนาดนี้ และให้จูล่งมีมิติได้แค่นี้ ผมก็ว่าเก่งแล้ว (ถึงมิติที่ว่านี่จะยังแบนๆ ราบๆ อยู่ก็เถอะ)
<li>อีกอย่างหนึ่งที่แสดงออกมาให้เห็นได้อย่างดีในหนัง ก็คือ ความสามารถของขุนพล ขุนพลรุ่นหลังของจ๊กก๊ก ที่ไม่สามารถจะเทียบกับขุนพลรุ่นก่อนได้ (ซึ่งอันนี้ตอนที่ผมอ่านเรื่องสามก๊ก ไม่ว่าจะฉบับไหน ก็รู้สึกแบบนั้น)
<li>อีกอย่างหนึ่งก็เรื่องของขงเบ้ง ที่ชอบวางแผนลึกลับ เขียนแผนใส่ถุงไถ้ไว้ให้ไปเปิดอ่านตามที่ต่างๆ ซึ่งคนที่จะทำแบบนี้ได้ แปลว่าลูกน้องต้องเชื่อใจอย่างมาก เพราะว่ามันเหมือนกับต้องเดินคลำทางในที่มืดเลย โดยต้องเชื่อว่าสิ่งที่ขงเบ้งคาดการณ์ไว้จะเป็นจริง และค่อยเปิดอ่าน
<p>เรื่องนี้ &#8220;สามก๊กฉบับคนเดินดิน&#8221; ของ เล่าชวนหัว (เล่ม &#8220;เปิดหน้ากากขงเบ้ง&#8221;) เขียนกัดไว้สุดยอดมาก แต่ว่าผมอ่านนานแล้วนะ (อ่านทั้งชุดของเล่าชวนหัว ตอนเรียน ป.4-5)</p>
<li>ฉากจบเท่ห์มากครับ เท่ห์สุดๆ ชอบมาก และหนังจบแบบนั้นโดยค้างไว้ว่าสรุปว่าจูล่งเป็นเช่นไรในสงครามครั้งนั้น ซึ่งในหนังจะผิดจากประวัติศาสตร์นิดหน่อยครับ จากในหนังนี่เราคิดว่าจูล่งโดนจับได้หรือตายชัวร์ (ไม่น่าจะรอดได้)
<p>แต่ว่าในประวัติศาสตร์จูล่งกับกองทหารกลุ่มหนึ่ง เอาตัวรอดจากกองทัพที่ใหญ่และดีกว่ามากของวุ่ยไปได้ เรียกว่ากองทัพวุ่ยขนาดมหึมา ก็ยังทำอะไรจูล่งไม่ได้เช่นเดิม ไม่พอยังรักษาเสบียงกลับมาที่แคว้นจ๊กได้อีกต่างหาก (แต่ว่าก็ยังนับเป็นศึกครั้งแรกกระมัง ที่จูล่งได้รับความ &#8220;พ่ายแพ้&#8221; แบบจริงๆ จังๆ ขนาดนั้น ) ฉบับยาขอบเขียนไว้ประมาณนี้มั้ง ว่ารบกันทั้งคืน ทหารวุ่ยก็ยังทำอะไรจูล่งในวัยชราคนเดียวไม่ได้ (ผมจำไม่ได้นะ)</p>
<p>อ่อ แต่ก็ยังตรงกับประวัติศาสตร์ (จริงไม่จริงไม่รู้) อยู่บ้าง เพราะว่าศึกครั้งนั้นนี่ ขงเบ้งวางหมากไว้ให้จูล่งเป็นตัวล่อกองทัพของวุ่ย เพื่อให้กองทัพหลักของตัวเองไปเข้าตีจุดยุทธศาสตร์อื่นๆ แต่ว่ากองทัพใหญ่ของขงเบ้งแพ้ราบคาบ ทำให้จูล่งต้องรักษาตัวรอด และรักษากองทัพที่เหลือและเสบียงไว้ด้วย</p>
<p>แต่ว่าถ้าจบแบบนี้ก็ไม่เท่ห์สิครับพี่น้อง</p>
<li>เพิ่มเติมนะครับ สำหรับผู้สนใจ จูล่งตายด้วยโรคชรา หรือไม่ก็ป่วยตายไม่กี่ปีหลังจากนั้นครับ (รู้สึกจะเป็นคนเดียวในขุนพลแคว้นจ๊ก ที่ตายดี)
<p>ซึ่งจริงๆ ตรงนี้หนังก็ทำทางออกให้ตัวเองไว้ เพราะว่าหนังเรื่องนี้ใช้วิธีการเล่าเรื่องจากมุมมองของบุคคลที่สามประกอบไปด้วย และบุคคลนั้น (ซึ่งตอนหลังคงจะโดนจับและโดนนำตัวไปแคว้นวุ่ยน่ะแหละ และคงจะรอดมาเล่าเรื่อง) ก็บอกว่า &#8220;นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นจูล่ง&#8221; ไม่ได้บอกว่าจูล่งเป็นหรือตายในสมรภูมินั้น</p>
<li>อ่อ เสียดายอีกอย่าง ที่ไม่ได้เห็นฝีมือการยิงธนูของจูล่งเลย
<li>มีที่ติสักหน่อย เรื่องการออกแบบเครื่องแต่งกาย &#8230; มันดูซามูไรญี่ปุ่นยังไงๆ ก็ไม่รู้แฮะ
<li>อ่อ ถึงจะโผล่มาแค่นาทีเดียว แต่ในหนังก็แสดงให้เห็นล่ะครับ ว่า พระเจ้าเล่าเสี้ยน (อาเต๊า) เป็นยังไง
</ul>
<p>ไปๆ มาๆ ไม่ใช่รีวิวหนังแล้วนะเนี่ย ฮาฮา สรุปว่าผมชอบครับ มีเก็บไว้ก็ดี DVD ลิขสิทธิ์ราคาไม่กี่ตังค์ แต่ว่าชอบขนาดที่จะต้องดูซ้ำไปซ้ำมามั้ย &#8230;. อืมมม ไม่ล่ะครับ</p>
<p>คะแนน: ผมให้ 7/10 ครับ หักไปเพราะว่าความตื้นของตัวละคร (แต่อันนี้เข้าใจ) การออกแบบเครื่องแต่งกาย การเล่าเรื่องการไม่ราบรื่น ตัวละครหลายตัวจู่ๆ ก็โผล่มาเลยมากเกินไป เพลงประกอบที่ไม่ dramatic สมกับเรื่อง</p>
<p>ปล. ถ้าใครเห็นหนังสือชุด &#8220;สามก๊กฉบับคนเดินดิน&#8221; ของ เล่าชวนหัว ที่ไหน กรุณาบอกผมด้วยจะเป็นพระคุณมากๆๆๆๆ เลย อยากอ่านอีกครั้ง อยากเก็บเลย ใครมีของเก่าทั้งชุดอยากจะขายต่อบอกนะครับ ให้ราคาดีมากๆ เลย สัญญา ทั้งชุดนี้จะมี &#8220;เปิดหน้ากากขงเบ้ง 1,2&#8243;, &#8220;ชำแหละกึ๋นเล่าปี่&#8221;, &#8220;ผ่าสมองโจโฉ&#8221; และ &#8220;แหวะหัวใจซุนกวน&#8221; ครับ ถ้าผมจำไม่ผิดนะ (ผมอ่านมัน 20 ปีแล้วครับ อาจลืมไปบ้างได้ตามกาลเวลา ขออภัยด้วย)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/09/29/three-kingdoms-resurrection-of-the-dragon/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Tamron Depth-of-Field Tool</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/09/26/tamron-depth-of-field-tool/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/09/26/tamron-depth-of-field-tool/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Sep 2008 03:52:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ของเล่น]]></category>

		<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>

		<category><![CDATA[ไปเจอมา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/09/26/tamron-depth-of-field-tool/</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ค่อยได้เข้าเว็บของ Tamron แฮะ วันนี้เข้าไปดู spec ของ AF28-300mm F/3.5-6.3 XR Di VC LD Aspherical (IF) Macro ชื่อยาวเป็นบ้า &#8230;. (กำลังหา walkabout lens แบบตัวเดียวเที่ยวทั่วไทยอยู่ สำหรับวันที่ไม่อยากพกเลนส์เยอะ &#8212; เมื่อวานมีเวลา 20 นาทีไปนั่งลองเล่นมา ใช้ได้เลย แต่ไม่ได้เอาไฟล์กลับมานั่งส่องที่บ้าน) ก็ไปเจออันนี้เข้า
Tamron Depth of Field comparison tool

เจ๋งดีครับ เลยเอามาแชร์กันต่อ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ค่อยได้เข้าเว็บของ Tamron แฮะ วันนี้เข้าไปดู spec ของ <a href="http://www.tamron.com/lenses/prod/28300_vc.asp">AF28-300mm F/3.5-6.3 XR Di VC LD Aspherical (IF) Macro</a> ชื่อยาวเป็นบ้า &#8230;. (กำลังหา walkabout lens แบบตัวเดียวเที่ยวทั่วไทยอยู่ สำหรับวันที่ไม่อยากพกเลนส์เยอะ &#8212; เมื่อวานมีเวลา 20 นาทีไปนั่งลองเล่นมา ใช้ได้เลย แต่ไม่ได้เอาไฟล์กลับมานั่งส่องที่บ้าน) ก็ไปเจออันนี้เข้า</p>
<p><a href="http://www.tamron.com/lenses/learning_center/tools/depth-of-field-comparison.php">Tamron Depth of Field comparison tool</a></p>
<p><a href="http://www.tamron.com/lenses/learning_center/tools/depth-of-field-comparison.php"><img src="http://www.rawitat.com/wp-content/uploads/2008/09/tamrondof.jpg" width="480" height="395" alt="tamrondof.png" /></a></p>
<p>เจ๋งดีครับ เลยเอามาแชร์กันต่อ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/09/26/tamron-depth-of-field-tool/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ปรับปรุงซ่อมแซม multiply ตัวเอง</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/09/26/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%a1-multiply-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/09/26/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%a1-multiply-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Sep 2008 03:06:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Personal]]></category>

		<category><![CDATA[งานอดิเรก]]></category>

		<category><![CDATA[ถ่ายรูป]]></category>

		<category><![CDATA[ประกาศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/09/26/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%a1-multiply-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/</guid>
		<description><![CDATA[ปรับ concept ใหม่น่ะครับ จาก &#8220;ถ่ายรูปแฟน แทนบันทึกการเดินทาง&#8221; ไปเป็น &#8220;กดชัตเตอร์ ตามใจ ไปเรื่อยเปื่อย&#8221; คราวนี้จะเป็น trip-centric มากขึ้น รวมถึงอัลบั้มเฉพาะกิจ ที่มีรูปเพิ่มไปเรื่อยๆ เช่น ภาพม้านั่งตามที่ต่างๆ เป็นต้น (อันนี้เก็บไว้เยอะพอควร) ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าจริงๆ ตัวเองเป็นคนชอบถ่ายรูปทั่วๆ ไป หรือว่าถ่าย street photography, life candid, life portrait มากกว่า portrait อยู่แล้ว แต่ว่า landscape หรือว่า architecture นี่ยังต้องหัดอีกเยอะครับ (ไอ้ที่บอกๆ มาก่อนอันนี้ก็ใช่ว่าเก่งหรอกนะ)
แก้แล้วก็ประเดิมใหม่ด้วยสองอัลบั้มจากการลองจับ D700 เป็นวันแรกในชีวิต

ลอง D700 ที่งานสัปดาห์วิทย์ มศก. (8/20/51)
ลอง D700 ที่วัดพระแก้ว (8/20/51)

ก็ฝากบ้านที่ซ่อมใหม่ ทาสีใหม่ด้วยก็แล้วกันครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปรับ concept ใหม่น่ะครับ จาก &#8220;ถ่ายรูปแฟน แทนบันทึกการเดินทาง&#8221; ไปเป็น &#8220;กดชัตเตอร์ ตามใจ ไปเรื่อยเปื่อย&#8221; คราวนี้จะเป็น trip-centric มากขึ้น รวมถึงอัลบั้มเฉพาะกิจ ที่มีรูปเพิ่มไปเรื่อยๆ เช่น ภาพม้านั่งตามที่ต่างๆ เป็นต้น (อันนี้เก็บไว้เยอะพอควร) ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าจริงๆ ตัวเองเป็นคนชอบถ่ายรูปทั่วๆ ไป หรือว่าถ่าย street photography, life candid, life portrait มากกว่า portrait อยู่แล้ว แต่ว่า landscape หรือว่า architecture นี่ยังต้องหัดอีกเยอะครับ (ไอ้ที่บอกๆ มาก่อนอันนี้ก็ใช่ว่าเก่งหรอกนะ)</p>
<p>แก้แล้วก็ประเดิมใหม่ด้วยสองอัลบั้มจากการลองจับ D700 เป็นวันแรกในชีวิต</p>
<ol>
<li><a href="http://rawitat.multiply.com/photos/album/141/141">ลอง D700 ที่งานสัปดาห์วิทย์ มศก. (8/20/51)</a>
<li><a href="http://rawitat.multiply.com/photos/album/139/139">ลอง D700 ที่วัดพระแก้ว (8/20/51)</a>
</ol>
<p>ก็ฝากบ้านที่ซ่อมใหม่ ทาสีใหม่ด้วยก็แล้วกันครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/09/26/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%a1-multiply-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อัพเดทก็แก้แมลงกัดได้</title>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/09/24/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.rawitat.com/2008/09/24/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Sep 2008 10:56:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rawitat</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Personal]]></category>

		<category><![CDATA[Software]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rawitat.com/2008/09/24/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/</guid>
		<description><![CDATA[จาก post ก่อนของผม เรื่อง Wordpress 2.6.1 กับปัญหา Categories หาย (จริงๆ ไม่หายหรอก แต่ว่าว่างเปล่าเฉยๆ และความสัมพันธ์ระหว่าง post-categories ก็ว่างไปด้วย)
สรุปว่า เมื่อวานลองเอา WP 2.6.2 ลงไป ก็ไม่คิดว่าจะแก้อะไรได้ เพราะว่าพอลงเสร็จแล้วดูหน้าเว็บก็ยังเป็นอยู่ ก็เลยถอดใจจะมานั่งแก้แบบ manual เพราะว่าอาการไข้เริ่มทรุดแล้ว แถมปวดโน่นปวดนี่มากมาย เป็นอะไรก็ไม่รู้
วันนี้ลองดูอีกที อ่าว &#8230;. ปกติซะแล้ว สงสัยเมื่อคืนหน้าเดิมมันค้างอยู่ใน cache
ไม่สบายเริ่มดีขึ้นแล้ว หลังจากฉีดยาไปสองเข็ม (เมื่อคืนตอนเกือบตีสาม &#8230;​ขอบคุณน้ององ katanyoo ที่พาไปโรงพยาบาล)
อ่อ มีฟาดเคราะห์อีกเรื่อง หน้ารถครูด สีถลอกนิดหน่อยอีกแล้ว เฮ้อ พอไม่สบาย เบลอจัดๆ แล้วการกะระยะมันแย่ลงแบบนี้เอง แต่ไม่เป็นไร แค่สีถลอกนิดเดียว
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จาก post ก่อนของผม เรื่อง Wordpress 2.6.1 กับปัญหา Categories หาย (จริงๆ ไม่หายหรอก แต่ว่าว่างเปล่าเฉยๆ และความสัมพันธ์ระหว่าง post-categories ก็ว่างไปด้วย)</p>
<p>สรุปว่า เมื่อวานลองเอา WP 2.6.2 ลงไป ก็ไม่คิดว่าจะแก้อะไรได้ เพราะว่าพอลงเสร็จแล้วดูหน้าเว็บก็ยังเป็นอยู่ ก็เลยถอดใจจะมานั่งแก้แบบ manual เพราะว่าอาการไข้เริ่มทรุดแล้ว แถมปวดโน่นปวดนี่มากมาย เป็นอะไรก็ไม่รู้</p>
<p>วันนี้ลองดูอีกที อ่าว &#8230;. ปกติซะแล้ว สงสัยเมื่อคืนหน้าเดิมมันค้างอยู่ใน cache</p>
<p>ไม่สบายเริ่มดีขึ้นแล้ว หลังจากฉีดยาไปสองเข็ม (เมื่อคืนตอนเกือบตีสาม &#8230;​ขอบคุณน้ององ katanyoo ที่พาไปโรงพยาบาล)</p>
<p>อ่อ มีฟาดเคราะห์อีกเรื่อง หน้ารถครูด สีถลอกนิดหน่อยอีกแล้ว เฮ้อ พอไม่สบาย เบลอจัดๆ แล้วการกะระยะมันแย่ลงแบบนี้เอง แต่ไม่เป็นไร แค่สีถลอกนิดเดียว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rawitat.com/2008/09/24/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
