<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.6.2" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>rawitat.com &#124; Rawitat Pulam</title>
	<link>http://www.rawitat.com</link>
	<description>Simplicity within Complexity, and Vice-Versa</description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 Nov 2008 13:16:56 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>25 พฤศจิกายน &#8230; วันที่มีความหมายที่สุดในชีวิต</title>
		<description>วันมหาธีรราชเจ้า วันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 6 "เสด็จพ่อ" ของ "ลูกวชิราวุธ" ทุกคน

ในฐานะของลูกวชิราวุธคนหนึ่ง ... ผมผูกพันกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ท่านอย่างมาก ผมตั้งใจมาเป็นอาจารย์ เป็นนักการศึกษา ส่วนหนึ่งก็เพราะอุดมการณ์ ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็นลูกวชิราวุธ ดังที่ปรากฏชัดในเพลงประจำโรงเรียน

พระทรงมุ่งบำรุงการศึกษา เพื่อพสกถ้วนหน้าสโมสร สมบูรณ์พูนพิทยาวราภรณ์ ธำรงธรรมบวรวิเศษไกร

เฉกเช่นเดียวกันที่ เหตุผลหนึ่ง ที่ผมเลือกมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็เพื่ออยู่ใกล้กับพระราชวังสนามจันทร์ (ซึ่งเป็นชื่อคณะผม ตอนที่ผมเข้าไปเรียนวชิราวุธด้วย)

ลูกวชิราวุธทุกคน ถือว่าโชคดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มีคำสั่งสอนของพ่อ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นเข็มทิศของชีวิต ที่อยู่ในใจลูกวชิราวุธทุกคนตลอดไป

เจ้าเหล่านี้ ข้าถือเหมือนลูกของข้า ส่วนตัวเจ้า เจ้าก็ต้องรู้สึกว่าข้าเป็นพ่อเจ้า ธรรมดาพ่อกับลูก พ่อย่อมอยากให้ลูกดีเสมอ ถ้าลูกประพฤติตัวดีสมใจพ่อ พ่อก็มีใจยินดี ถ้าลูกเหลวไหลประพฤติแต่ความเสื่อมเสีย พ่อก็โทมนัส ลูกคนใดที่ประพฤติตนเลวทรามต่ำช้า เป็นเหตุให้พ่อได้ความโทมนัส ลูกคนนั้นเป็นลูกเนรคุณพ่อ


และ

ข้าไม่ต้องการนักเรียนตัวอย่างที่สอบไล่ได้คะแนนขั้นเกียรตินิยมทุกๆครั้ง ข้าไม่ต้องการตำราเรียนที่เดินได้ 

ข้าอยากได้ยุวชนที่เป็นสุภาพบุรุษ ซื่อสัตย์สุจริต มีอุปนิสัยใจคอดี


แม้แต่วันที่ผมไปเรียนต่างประเทศ ก็ยังนึกถึงคำพูดของพระองค์ท่านเสมอ

I would return to Siam more Siamese ...</description>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/11/25/25-%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Panasonic Lumix LX3 Review #1</title>
		<description>หลังจากไม่ได้เขียน blog มานานพอสมควร (ครึ่งเดือนได้ล่ะมั้ง) ก็ขอเขียนต่อเรื่องเดิมก็แล้วกัน ก็คือ เรื่องกล้องติดตัว ตัวใหม่ Panasonic Lumix LX3 ซึ่งถือได้ว่าเป็น serious compact ที่อยู่ในความสนใจของหลายๆ คน (เป็นคำถามที่เห็นได้ตามบอร์ดทั่วไป ว่าจะเอา LX3, P6000, G10 หรือว่า GX200 ดี) และก็คิดว่าคงจะมีหลายอัน ก็เลยแปะป้าย #1 เอาไว้ก่อน (จริงๆ อาจจะมีแค่อันเดียวก็ได้)

แต่บอกไว้อีกอย่าง ผมจะขอรีวิวในลักษณะเล่าการใช้งานให้ฟังนะครับ ถ้าอยากจะอ่านรีวิวแบบละเอียดและเป็นเชิงเทคนิคมากๆ หรือว่าที่วิเคราะห์กันละเอียดสุดๆ เทียบๆ กับตัวอื่นๆ ด้วย ก็อ่านจากเว็บอื่นดีกว่าครับ (dpreview ก็ได้ครับ ที่ไหนก็ได้ เขียนกันเยอะแยะ)

เอาเรื่องที่ขัดใจก่อน ก็ยังคงยืนยันจากรีวิวก่อนหน้านี้ของผม ที่ว่ามีเรื่องขัดใจไม่กี่เรื่องคือ

ฝาปิดเลนส์ ... นี่มันสมัยไหนกันแล้วล่ะคุณเอ๋ย ขนาด G10 ยังทำฝาเลื่อนอัตโนมัติเลย
command dial ที่เลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งง่ายไปหน่อย
ตัวเลื่อนปรับ ...</description>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/11/14/panasonic-lumix-lx3-review-1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ของเล่นใหม่ ในที่สุดก็มี Leica กับเค้า!</title>
		<description>อ่อ ยังไม่ถึงขนาดจะไปถอย Leica M มาเล่นหรอกครับ (เห็นราคา M8 แล้วกุมกระเป๋าตังค์แน่นต่อไป และไม่คิดจะไปขอลองกดชัตเตอร์เล่นด้วย) แต่ว่าเป็นหมอนี่ครับ



ครับ Panasonic Lumix LX3 ซึ่งจริงๆ ก็เป็นฝาแฝดกับ Leica D-Lux 4 น่ะแหละครับ (ต่างกันแค่ Image processing engine เท่านั้นเอง)

ผมก็เลยมี Leica กับเค้าซะที ... มียังไงเหรอ? ถึงมันจะเป็นฝาแฝดกับ D-Lux 4 แต่ว่ามันก็ยังเป็น Lumix ไม่ใช่เหรอ?

อ่าฮะ ไม่ผิดๆ แต่ว่าเหตุผลที่ผมเลือก LX3 เพราะเหตุผล 4 ข้อครับ

นโยบายสวนทิศทางของความเชื่อสาธารณะ: ไม่เพิ่ม pixel count!
นโยบายที่ถูกทิศทาง แม้ตลาดส่วนมากจะไม่รู้: เพิ่มขนาด sensor!
รูปร่างหน้าตาที่ลอกแบบ Rangefinder หรือกล้องโบราณๆ อีกหลายตัว
เลนส์ Leica ...</description>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/10/28/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>สูตร</title>
		<description>สิ่งที่พบบ่อยเวลาที่มีการนำเสนองานหรือว่าพูดถึงอะไรก็ตามที่มีแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (Mathematical Model) คนนำเสนอมักจะพูดกันว่า

"สูตร" (เช่น "เป็นไปดังสูตร" เป็นต้น)

ผมไม่ได้เรื่องมากหรือว่าจ้องจับผิดคนหรือว่า Picky มากกว่าไปกับเรื่องพวกนี้หรอกนะ แต่ว่าผมเชื่อว่ามันให้ความรู้สึกต่างกัน ระหว่าง

แบบจำลองทางคณิตศาสตร์
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ ในเชิงคณิตศาสตร์
การมองคณิตศาสตร์เป็นภาษาๆ หนึ่ง

กับการใช้คำว่า "สูตร" ซึ่งมักจะให้ความรู้สึกในเชิงคำนวณ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ผิดทั้งหมด เพราะว่าในท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์เชิงคณิตศาสตร์ (Mathematical Relation) นั้นท้ายที่สุดมักถูกนำไปใช้ในการคำนวณหา Output จาก Input หรือว่าในทำนอง R(Input) = Output อยู่แล้ว

แต่ว่าจุดมุ่งหมายในการพูดถึงความสัมพันธ์นั้นๆ น่ะ มันไม่ใช่ความรู้สึกที่อยากได้ผลลัพธ์แต่ถ่ายเดียว แต่ว่าหมายถึงความต้องการที่จะบอกว่าอะไรสัมพันธ์กับอะไรอย่างไร อะไรส่งผลถึงอะไรอย่างไร มากกว่า

มันเป็นเรื่องของ ภาษาของเหตุและผล ซึ่งเป็นแบบจำลองในลักษณะ abstraction จากความเป็นจริง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ implied มาจาก "ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์" และ "แบบจำลองทางคณิตศาสตร์"

ไม่ใช่การมุ่งจะเอาผลโดยไม่คิดถึงเหตุ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ผมมีกับคำว่า "สูตร"

มีเรื่องขำๆ อีกเรื่อง เคยมีอยู่ครั้งที่ผมไปคอมเมนท์การใช้คำว่า "สูตร" ที่เป็นอสมการ (เป็น ...</description>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/10/04/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/</link>
			</item>
	<item>
		<title>The way I see the world through lens</title>
		<description>I just noticed how I see the world through my lens and record it on a photo:



This is a snapshot from my multiply front page. Can you see how many of the album cover have a 'line' (either 'actual line' or some sort of 'imaginary line') from approximately lower left ...</description>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/10/02/the-way-i-see-the-world-through-lens/</link>
			</item>
	<item>
		<title>&#8220;กี่ล้านดีคะ&#8221;</title>
		<description>เมื่อวานเดินผ่านแผนกกล้องของ Power Buys ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ก็เลยเดินๆ แวะๆ เข้าไปดู compact ซะหน่อยเผื่อจะมีอะไรน่าสนใจ (จริงๆ กำลังมองหา Panasonic Lumix LX3 อยู่)

พนักงานสาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามาทักทาย ยิ้มแย้มแจ่มใส

พนักงาน: "พี่ชื่ออะไร ขอเบอร์ได้มั้ยคะ"

ไม่ใช่ล่ะ อันนี้ล้อเล่น อันนี้สิของจริง

พนักงาน: "ดูเป็นกี่ล้านดีคะ"

เล่นเอาเอ๋อกินไปพักนึง พร้อมกับหัวเราะดังๆ ในใจ

ผม (คิด): "โห เล่นถามกันแบบนี้เลย"
พนักงาน: "พี่ จะดูเป็นกี่ล้านดีคะ"
ผม (คิด): "นี่ถ้าบอกไปว่า 30MP นี่จะเอา Hasselblad  ออกมาให้มั้ยเนี่ย"
ผม: "ขอดูเรื่อยๆ ก่อนครับ"

ถึงผมจะไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่านี้ เพราะว่าไม่อยากไปต่อล้อต่อเถียงกับพนักงานมากกว่านี้ และไม่มีเวลาถามเล่นอะไรมากมาย แต่ว่าเราคงจะจินตนการ conversation มาตรฐานต่อไปนี้ออก

พนักงาน: "ดูเป็นกี่ล้านดีคะ"
ลูกค้า: "เอ่อ อยากได้ที่คุณภาพของภาพดีๆ ไฟล์สวยๆ คมๆ น่ะครับ"
พนักงาน: "งั้นนี่เลยค่ะ รุ่นนี้ออกใหม่ ...</description>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/09/30/%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b0/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon</title>
		<description>ไม่ได้เขียนรีวิวหนังซะนานมากเลย จริงๆ ยังมีเรื่องที่ดูไปแล้วและอยู่ในคิวจะเขียนอีกเยอะ โดยเฉพาะ Batman: The Dark Knight แต่ว่าเรื่องนั้นขอดูอีกสักเที่ยวสองเที่ยวก่อน เพราะว่ามีข้อคิดเยอะมากๆ แต่ว่าเอาเรื่องนี้ก่อนละกัน เพราะว่าท่าทางจะสั้นที่สุด และคงไม่จำเป็นต้องดูเที่ยวที่สอง

จริงๆ เป็นหนังที่อยากจะดูตั้งแต่อยู่ในโรงหนังแล้ว แต่ไม่มีโอกาสไปดู เผลอๆ จะอยากดูเรื่องนี้มากกว่า Red Cliff ซะอีก เพราะว่าบ้าสามก๊กอยู่เป็นทุนเดิมด้วย และมีเรื่องสามก๊กนี่ตัวละครที่ผมชอบที่สุด ชอบเสียยิ่งกว่าชอบ คือ "จูล่ง" (Zhao Yun) ยิ่งอ่านหนังสือ "จูล่ง สุภาพบุรุษจากเสียงสาน" จากสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบแล้วยิ่งชอบมากเข้าไปอีก

ดังนั้นหนังที่เอาจูล่งมาเป็นพระเอก และเอาพระเอกฮ่องกงที่ผมชอบที่สุดคนหนึ่ง คือ หลิวเต๋อหัว มารับบทนี้ด้วยแล้ว ยิ่งอยากดูเข้าไปใหญ่

ดูแล้วรู้สึกยังไงบ้าง เอาล่ะ ไม่พูดพร่ามมากล่ะครับ เอาไปเป็นข้อๆ เลย

การเลือกตัวละครมารับบทต่างๆ ที่เราคุ้นเคยกันอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกวนอู เตียวหุย เล่าปี่ ขงเบ้ง ม้าเฉียว ทำได้ดีมากพอสมควร การออกแบบอาวุธก็สวยดี อลังการดี (โดยเฉพาะง้าวของกวนอู ...</description>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/09/29/three-kingdoms-resurrection-of-the-dragon/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Tamron Depth-of-Field Tool</title>
		<description>ไม่ค่อยได้เข้าเว็บของ Tamron แฮะ วันนี้เข้าไปดู spec ของ AF28-300mm F/3.5-6.3 XR Di VC LD Aspherical (IF) Macro ชื่อยาวเป็นบ้า .... (กำลังหา walkabout lens แบบตัวเดียวเที่ยวทั่วไทยอยู่ สำหรับวันที่ไม่อยากพกเลนส์เยอะ -- เมื่อวานมีเวลา 20 นาทีไปนั่งลองเล่นมา ใช้ได้เลย แต่ไม่ได้เอาไฟล์กลับมานั่งส่องที่บ้าน) ก็ไปเจออันนี้เข้า

Tamron Depth of Field comparison tool




เจ๋งดีครับ เลยเอามาแชร์กันต่อ </description>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/09/26/tamron-depth-of-field-tool/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ปรับปรุงซ่อมแซม multiply ตัวเอง</title>
		<description>ปรับ concept ใหม่น่ะครับ จาก "ถ่ายรูปแฟน แทนบันทึกการเดินทาง" ไปเป็น "กดชัตเตอร์ ตามใจ ไปเรื่อยเปื่อย" คราวนี้จะเป็น trip-centric มากขึ้น รวมถึงอัลบั้มเฉพาะกิจ ที่มีรูปเพิ่มไปเรื่อยๆ เช่น ภาพม้านั่งตามที่ต่างๆ เป็นต้น (อันนี้เก็บไว้เยอะพอควร) ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าจริงๆ ตัวเองเป็นคนชอบถ่ายรูปทั่วๆ ไป หรือว่าถ่าย street photography, life candid, life portrait มากกว่า portrait อยู่แล้ว แต่ว่า landscape หรือว่า architecture นี่ยังต้องหัดอีกเยอะครับ (ไอ้ที่บอกๆ มาก่อนอันนี้ก็ใช่ว่าเก่งหรอกนะ)

แก้แล้วก็ประเดิมใหม่ด้วยสองอัลบั้มจากการลองจับ D700 เป็นวันแรกในชีวิต

ลอง D700 ที่งานสัปดาห์วิทย์ มศก. (8/20/51)
ลอง D700 ที่วัดพระแก้ว (8/20/51)


ก็ฝากบ้านที่ซ่อมใหม่ ทาสีใหม่ด้วยก็แล้วกันครับ </description>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/09/26/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%a1-multiply-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>อัพเดทก็แก้แมลงกัดได้</title>
		<description>จาก post ก่อนของผม เรื่อง Wordpress 2.6.1 กับปัญหา Categories หาย (จริงๆ ไม่หายหรอก แต่ว่าว่างเปล่าเฉยๆ และความสัมพันธ์ระหว่าง post-categories ก็ว่างไปด้วย)

สรุปว่า เมื่อวานลองเอา WP 2.6.2 ลงไป ก็ไม่คิดว่าจะแก้อะไรได้ เพราะว่าพอลงเสร็จแล้วดูหน้าเว็บก็ยังเป็นอยู่ ก็เลยถอดใจจะมานั่งแก้แบบ manual เพราะว่าอาการไข้เริ่มทรุดแล้ว แถมปวดโน่นปวดนี่มากมาย เป็นอะไรก็ไม่รู้

วันนี้ลองดูอีกที อ่าว .... ปกติซะแล้ว สงสัยเมื่อคืนหน้าเดิมมันค้างอยู่ใน cache

ไม่สบายเริ่มดีขึ้นแล้ว หลังจากฉีดยาไปสองเข็ม (เมื่อคืนตอนเกือบตีสาม ...​ขอบคุณน้ององ katanyoo ที่พาไปโรงพยาบาล)

อ่อ มีฟาดเคราะห์อีกเรื่อง หน้ารถครูด สีถลอกนิดหน่อยอีกแล้ว เฮ้อ พอไม่สบาย เบลอจัดๆ แล้วการกะระยะมันแย่ลงแบบนี้เอง แต่ไม่เป็นไร แค่สีถลอกนิดเดียว </description>
		<link>http://www.rawitat.com/2008/09/24/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
