รีวิวสั้น: iPad air

ไม่ได้เขียนรีวิวอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากกล้อง/เลนส์ หรือว่าเขียนบทความแนวอื่นๆ นอกจากถ่ายรูปซะนานเลย แต่วันนี้ต้องเขียนซะหน่อย เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ทำมาได้ใจมากที่สุดในรอบหลายปีของ Apple นั่นก็คือ “iPad air”

ผมใช้ iPad มาแทบทุกรุ่น ตั้งแต่ iPad รุ่นแรก และผมเคยเป็นคนที่แฮปปี้กับ iPad 2 มากมาย ด้วยความลงตัวของทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนาด น้ำหนัก จอ ฯลฯ ตอนนั้นนี่เรียกได้ว่าหลายต่อหลายครั้งที่ต้องออกไปไหนต่อไหน นี่ผมแทบจะเอาไปแต่ iPad 2 ไม่ได้เอาคอมพิวเตอร์ไปด้วยซ้ำ เพราะว่า iPad 2 มันบางและเบาพอที่จะเอาไปไหนมาไหนด้วยแบบไม่ต้องคิดมาก และมีหน้าจอที่ใหญ่พอที่จะใช้ทำงานได้สบายๆ

แต่… แทบทุกอย่างเปลี่ยนไปกับ iPad with Retina Display …… ในทางที่ค่อนข้างจะแย่ลง


DSCF1154.jpg

iPad air on a Macbook Pro

ด้วยความที่ชอบจอ Retina Display ของ iPhone มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาอ่าน Text หรืออ่านหนังสือต่างๆ มันคมจนให้ความรู้สึกไม่ใช่ดูกับจอดิจิทัลอยู่ และด้วยความที่ตัวเองใช้ iPad อ่านหนังสือเยอะ ทั้งหนังสือและ Magazine ดังนั้นตอน iPad with Retina Display รุ่นแรกออกมาก็เลยรีบซื้อมา เพราะคิดว่าจะทำให้อ่านหนังสือ อ่าน Magazine และทำงานแบบ Casual มีความสุขขึ้น

แต่ที่ไหนได้ … ด้วยความที่มันหนาและหนักขึ้นมาก จาก iPad 2 ทำให้ทุกอย่างไม่เป็นแบบนั้น iPad with Retina Display เป็น iPad ที่ถือแล้วไม่มีความสุขเอาซะเลย มันหนาจนถือไม่สะดวก และหนักจนถือไม่สบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าชอบถือมือเดียวเป็นหลัก ถึงหน้าจอจะสวยขึ้น คมขึ้น ชัดขึ้น แต่ถ้าการถือมันไม่มีความสุข มันจะไปมีประโยชน์อะไร ซึ่งนั่นทำให้ผมแทบไม่ได้เอา iPad with Retina Display ออกไปไหนเลย เอาไว้บ้านเกือบตลอด … ส่วนเรื่องถ้าจะใช้ทำงาน จะแบกหนักขนาดนั้น แบกคอมพิวเตอร์เลยดีกว่า! … ไม่แค่นั้นนะ Magazine บน iPad นี่แทบจะเลิกอ่านไปเลย ส่วนหนังสือก็กลับมาอ่านแบบเป็นเล่มๆ หรือบน Kindle ซะเป็นส่วนมาก


DSCF1155.jpg

iPad air: One Hand Mode

ซึ่งนั่นเป็นเหตุว่าทำไมผมไม่เคยสนใจ iPad with Retina Display อีกเลย ไม่ว่าจะอัพเดทใหม่อีกกี่ครั้ง ปรับปรุงประสิทธิภาพหรือสเปคอีกกี่รอบ อะไรจะดีขึ้นแค่ไหน ถ้ามันไม่เบาลง ไม่บางลงจนกลับมาถือได้อย่างสบาย ไม่มีทางซะล่ะ

และพอ iPad mini ออกมา ผมก็จัดมาเล่นอีก ซึ่งถึงตัวนี้จะไม่ใช่ Retina Display แต่ด้วยความที่หน้าจอมันเล็ก และความละเอียดเท่ากับ iPad 2 ทำให้ขนาดพิกเซลมันเล็กพอที่จะได้ความคมชัดน้องๆ Retina อยู่บ้าง ก็ทำให้อ่านหนังสือมีความสุขขึ้นนิดหน่อย …… แต่ว่า ….

ด้วยความที่หน้าจอมันเล็ก ทำให้ผมอ่านหนังสือแนว Technical ไม่สะใจเลย (จริงๆ แล้วอ่านลำบากมาก) โดยเฉพาะหนังสือแนว Programming/Software Development หลายเล่ม ที่เต็มไปด้วย Source Code แต่ต้นทางทำ Formatting มาไม่ดีพอ ทำให้อ่านยาก ต้องเพ่ง ต้องอะไร และที่สำคัญสำหรับคนเขียนโปรแกรมอย่างผมก็คือ มันไม่สามารถที่จะวางตั้งไว้บนโต๊ะ เปิด Document/หนังสือ ขณะนั่งทำงานไปด้วยได้อย่างสะดวกเหมือนกับ iPad ตัวเต็มๆ


DSCF1157.jpg

นี่คือ Setup ปกติเวลานั่งทำงาน (รูปนี้จัดฉากเพื่อเขียนรีวิวนะ เปิดงานเก่ามั่วๆ และเปิดหนังสือแบบสุ่มๆ)
iPad mini จอเล็กไป iPad with Retina หนาไปสำหรับฐานเสียบที่ผมมี T_T

ไม่ใช่แค่นั้น มันยังไม่เหมาะเลยกับการอ่าน Magazine อ่านไปต้องซูมไป ต้องขยับหน้าจอไปทีละส่วน เพราะตัวหนังสือมันเล็กไปและไม่คมพอสำหรับการอ่านทีละหน้า …. สรุปว่า iPad mini ก็มีไว้อ่าน e-book แบบ epub หรือ Kindle (mobi) กับเว็บ แล้วก็เล่นพวก Social นิดหน่อย นอกนั้นยาก ทำงานก็เล็กไป

พอ Apple ประกาศ iPad air ออกมาในแบบ “iPad mini ขยายส่วน” ก็เลยสนใจมาก แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนขนาดรีบหาของหิ้วจาก MBK นะ แต่อย่างน้อยๆ ก็ได้ของจาก iStudio ตั้งแต่วันแรกที่มันวางขายในไทยอย่างเป็นทางการล่ะน่า

ความรู้สึกแรกเลยกับ iPad air ก็คือ “นี่มันใช่เลย” ทั้งขนาดและน้ำหนัก ขอบจอที่บางลงมากในแบบเดียวกับ iPad air ทำให้ถือใช้งานทั่วไปสบายมือมากขึ้น (เพราะว่ามันทำให้อัตราส่วนของเครื่อง เป็นสีเหลี่ยมผืนผ้ามากขึ้น) ความรู้สึกเวลาอ่านหนังสือ เวลาอ่าน Magazine ได้เต็มหน้าแบบสบายๆ ไม่ต้องซูม ไม่ต้องอะไร แบบที่เคยใช้ iPad 2 กลับมาอีกครั้ง และที่สำคัญคือมีจอ Retina Display ที่ทำให้การอ่านหนังสือกับ Magazine มีความสุขขึ้นอีก

ด้วยขนาด ด้วยน้ำหนัก และขนาดจอของมัน ทำให้ผมคิดว่าผมอาจจะเริ่มกลับมาทำงานบางอย่างบน iPad (เช่น Casual App Design, Sketch, ฯลฯ) มากขึ้นอีกครั้งก็เป็นได้ หลังจากที่ทำทุกอย่างบนคอมพิวเตอร์อย่างเดียวมาพักใหญ่ๆ


DSCF1156.jpg

Another Book on Stack

ผมคงจะไม่พูดถึงสเปค สีสัน หรือเรื่องอื่นๆ นะ ว่ามันใช้ CPU อะไร ความเร็วเทียบกับตัวเก่าแล้วเป็นไง เล่นเกมเป็นไง หรือว่าสีใหม่สวยหรือแย่กว่าเก่า เพราะว่าเรื่องแบบนั้นหาอ่านได้จากที่อื่นทั่วไป อีกอย่าง สเปคมันเพียงพอต่อการใช้งานของผมมานานแล้ว แต่ Form Factor และน้ำหนักมันไม่เคยได้ใจขนาดนี้ …. iPad with Retina Display มีจอที่ใช่มาก กับขนาดและน้ำหนัก ที่ไม่ได้เลย ส่วน iPad mini ก็ตรงกันข้าม และเล็กเกินไปสำหรับอ่านหนังสือ Technical และ Magazine ด้วย ซึ่งสำหรับ iPad air บอกได้แค่ว่า มันบาลานซ์สิ่งเหล่านี้ได้ลงตัวที่สุด ระหว่าง Price-Performance-Form Factor

รีวิวนี้คงจบแต่เพียงเท่านี้ครับ สำหรับคนที่มีลักษณะความต้องการในการใช้งานแบบเดียวกับผม และรู้สึกกับ iPad with Retina Display/iPad mini แบบเดียวกับผม และงบประมาณเอื้ออำนวย iPad air เป็น iPad ที่ “ใช่” ที่สุดครับ

Post Navigation