Lens Design: อะไรคือ “X Elements in Y Group”

หลังจากตั้ง New Year Resolution ว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นรีวิวอุปกรณ์ การใช้งานอุปกรณ์ ข่าวต่างๆ หรือความรู้เชิงเทคนิค อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 บทความ … สัปดาห์ก่อนก็เขียนเรื่อง Nikon Df: Impression, Review, Feeling, and More! ไปล่ะ แต่สัปดาห์นี้จนวันนี้ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี

และแล้วเสียงสวรรค์ก็มาโปรด เมื่อมีคนถามผมใน Message หลังไมค์บท Facebook Page Photographed by Rawitat Pulam ว่า:


fbmessage.jpg

ก็เลยได้เรื่องเขียนล่ะ ต้องขอบคุณผู้ถามมาตรงนี้ด้วยนะครับ … และ เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

คนที่สนใจเล่นกล้องลองเลนส์ทั้งหลายก็คงจะคุ้นเคยกับ Spec ของเลนส์กันอยู่บ้าง ที่ผู้ผลิตเลนส์จะบอกอยู่เสมอว่า โครงสร้างของเลนส์ประกอบด้วยกี่ชิ้นเลนส์ (Elements) ในกี่กลุ่มเลนส์ (Groups) และพวกนี้มันมีไปทำไม ตัวเลขพวกนี้บ่งบอกอะไร ตัวเลขมากหรือน้อยดีกว่ากัน ทำไมเลนส์บางตัวมีโครงสร้างที่ดูไม่ค่อยซับซ้อนเลย แต่บางตัวซับซ้อนมาก ทำไมบางตัวที่คนเขาว่าดีๆ กัน กลับมีตัวเลขพวกนี้ดูน้อยกว่า เรียบง่ายกว่าตัวที่ตลาดๆ หลายตัวซะอีก แต่บางตัวก็ตัวเลขสูงมากมาย ฯลฯ

Continue Reading →

Nikon Df: Impression, Review, Feeling, and More!

[อัพเดท: 01/04/2014] เพิ่ม Section “One More Thing”
[อัพเดท: 01/15/2014] เพิ่มเรื่อง “เสียงชัตเตอร์”


กล้องที่ผมสนใจที่สุดในปี 2013 ที่ผ่านมา ไม่มีทางพ้น Nikon Df แน่นอน สนใจถึงขนาดที่ตอนที่มันยังไม่ออกมา ผมยังเขียนบทความที่เกี่ยวกับมันไปแล้วถึง 2 เรื่องด้วยกันคือ Reflection on “Nikon’s Pure Photography” และ ไม่ใช่รีวิว: Nikon Df

หลังจากรอแล้วรออีก … ตอนนี้มันก็อยู่ในมือผมเป็นที่เรียบร้อย จริงๆ แล้วผมแทบรอเขียนรีวิวมันไม่ไหว แต่ต้องรอจนกระทั่งใช้งานจริงเสียก่อนเพื่อให้รู้ว่ากับสถานการณ์จริงต่างๆ แล้วมันเป็นยังไงบ้าง ไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพของภาพ หรือการควบคุมภายนอกต่างๆ และตอนนี้ผมได้ทำงานกับมันจริงจังมาสักพักหนึ่งแล้ว ดังนั้นก็ถึงเวลาแล้วที่จะ “รีวิว Nikon Df” ล่ะครับ

ก่อนที่จะเข้าเรื่อง ผมขอบอกสั้นๆ เลยครับว่า Nikon Df เป็นกล้องที่

“Love it, or Hate it — ไม่รัก ก็เกลียด”

เลยทีเดียวล่ะครับ ….​ เพราะมันเป็นกล้องไม่กี่ตัวที่ “ซื้อด้วยหัวใจ ไม่ใช่เหตุผล”





Nikon Df — ถ่ายจาก Sony A7 + Voigtlander 50mm f/1.1

แต่กล้องที่ “ซื้อด้วยหัวใจ ใช้ด้วยความรู้สึก” นี่ถ้าเอามาใช้งานจริงๆ แล้วจะรู้สึกยังไง ใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง ดีมั้ย แย่มั้ย ฯลฯ ….. รีวิวนี้มีคำตอบจาก “มุมมองและประสบการณ์ส่วนบุคคล” ที่เป็นแค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ชอบถ่ายรูป มีความสุขกับการเล่นอุปกรณ์ไปเรื่อยๆ ใช้เองจริง ถ่ายภาพเรื่อยๆ เล่าเรื่อง เวิ่นเว้อ (แต่ไม่เพ้อเจ้อนะ) :D

Continue Reading →

Let it “Burn”

ไม่ค่อยได้เขียนเรื่อง Software Development สักเท่าไหร่ (ทั้งที่จริงๆ เป็นเรื่องที่เดินสายพูด เดินสายบรรยาย สอน และถนัดที่สุดแล้วในบรรดาเรื่องทั้งหมด) แต่เมื่อคืนน้องในทีมพัฒนา Sticgo (http://www.sticgo.com) Startup ที่ผมเป็น Mentor อยู่ในโครงการ True Incube (http://incube.truecorp.co.th) ดันเอา Chart อะไรบางอย่างขึ้นใน Facebook แล้วพี่ Roofimon (www.roofimon.com) เข้ามาบอกเลย “บาป” แล้วก็งงว่ามันคือ Chart อะไร ผมก็เลยสัญญากับพี่รูฟไปว่าจะเขียนเรื่อง Chart ตัวนี้ใน Blog ด้วยความเป็นลูกผู้ชาย ก็เลยต้องรักษาสัญญาซะหน่อย

เป็นที่รู้และเข้าใจกันดี ว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์ตัวหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ มันมีเครื่องไม้เครื่องมือมีกระบวนการมี Mindset อะไรหลายต่อหลายอย่างเอาไว้ให้เราใช้ในการช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์

Mindset โบราณที่ลอก Metaphor มาจากการก่อสร้าง หรือที่เรียกว่ากระบวนการแบบ Waterfall ก็มีเครื่องมือหลากหลาย และตัวหนึ่งที่เราต้องเจอกันมาตลอดก็คือ “Gantt Chart” ซึ่งไอ้เจ้า Gantt Chart ตัวนี้เป็นเครื่องมือนำ “แผนการทำงาน” มาวางต่อเนื่องบน Timeline เพื่อดูว่าเราวางแผนการทำงานอย่างไร อะไรต้องทำก่อนทำหลังอะไร แล้วเวลาที่จะใช้คือประมาณเท่าไหร่ ฯลฯ

สิ่งที่ Gantt Chart ตอบได้อย่างชัดเจนก็คือ การให้เห็นแผนการทำงาน ระยะเวลาของงาน และปริมาณงานที่เสร็จไปแล้ว ซึ่งนี่คือสิ่งที่จำเป็นมากในการทำงานอะไรก็ตามในโลกความเป็นจริงที่เราต้องอยู่กับชาวบ้าน ทำงานกับคนอื่น (ลูกค้า เจ้านาย ฯลฯ) เพราะว่ามันจะมีความถามเราตลอดเวลากับคำถามต่อไปนี้ “แล้วจากนี้จะทำอะไร ต่อจากนั้นทำอะไร ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ เหลืองานอีกเยอะมั้ย เสร็จไปแล้วเท่าไหร่” ฯลฯ (ซึ่งพวกนี้จะเกี่ยวข้องกับค่าจ้างเราด้วยนะ)

แน่นอนว่า ในโลกบางใบ คนหลายคนต้องการที่จะเห็นรายละเอียดทั้งหมดเหล่านี้ Up-Front ซึ่งหมายความว่าเห็นรายละเอียดของแผนการดำเนินการ ระยะเวลา และงบประมาณทั้งหมดก่อนที่จะเริ่มดำเนินการ ซึ่งในขณะที่แนวคิดแบบนี้ใช้ได้กับงานบางประเภท มันกลับไม่เหมาะเอาซะเลยกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ “เป็นของใหม่ ไม่มีใครทำมาก่อน” ซึ่งมันมี Unknown เยอะ (ถ้าเป็นโปรแกรมประเภท Data Entry ธรรมดาๆ นี่อีกเรื่อง อันนี้พอจะประมาณได้จากประสบการณ์ แต่ต้องมีประสบการณ์เยอะพอที่จะทำได้นะ — บอกตรงๆ ว่าโดยทั่วไป ต่อให้เป็นผมหรือเก่งกว่าผมก็มองเห็นทุกอย่าง Up-Front ขนาดนั้นไม่ได้หรอก)


1.jpg

Continue Reading →

A New Kind of Design (จากการสอน “Design for iOS7″)

** เนื้อหาของบทความนี้ ตัดทอนมาจากการสอน “Design for iOS7 Workshop” ที่ผมจัดเมื่อปลายเดือน ต.ค. 2556 ที่ Hubba **

เกริ่นก่อน…

เมื่อพูดถึง iOS7 สิ่งหนึ่งที่มักจะโผล่มาในการสนทนาและเป็นประเด็นเสมอ ก็คือเรื่องของ “การออกแบบ” ซึ่งหลายต่อหลายคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “iOS 7 ใช้ Flat Design” และได้ทิ้ง “Skeuomorphic Design” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในการออกแบบของ iOS มาตลอดไปแล้ว และเป็นประเด็นต่อเนื่องสะท้อนจากนักออกแบบหลายคนให้ได้ยินบ่อยๆ ว่า “แบบนี้ออกแบบให้สวยงามน่าดึงดูดยากจังเลย”

ก่อนที่จะไปต่อ ผมขอบอกเสียงดังๆ ตรงนี้ก่อนเลยครับ ว่า

“iOS7 ไม่ใช่แค่ Flat Design และไม่ได้ทิ้ง Skeuomorphic!
ตรงข้าม …. iOS7 นี่แหละ โคตร Skeuomorphic เลย!!
มันไม่ใช่ Flat vs Skeuomorphic ตั้งแต่ต้นแล้ว!!!”

ห๊ะ?!?!? iOS7 เนี่ยนะ Skeuomorphic?!?!?! บ้าหรือเปล่า?!?!?

ก่อนที่จะว่าผมบ้า ลองตามๆ ผมไปดูกันสักนิด ไปเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ กับ Application Redesign … ลงไปหาปรัชญาของการออกแบบ หรือแก่นของการความคิด แล้วค่อยเอาแก่นปรัชญานั้นๆ กลับมามองสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่สักหน่อย ว่าจะเห็นอะไรกันบ้าง


1.jpg

Continue Reading →

รีวิวสั้น: iPad air

ไม่ได้เขียนรีวิวอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากกล้อง/เลนส์ หรือว่าเขียนบทความแนวอื่นๆ นอกจากถ่ายรูปซะนานเลย แต่วันนี้ต้องเขียนซะหน่อย เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ทำมาได้ใจมากที่สุดในรอบหลายปีของ Apple นั่นก็คือ “iPad air”

ผมใช้ iPad มาแทบทุกรุ่น ตั้งแต่ iPad รุ่นแรก และผมเคยเป็นคนที่แฮปปี้กับ iPad 2 มากมาย ด้วยความลงตัวของทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนาด น้ำหนัก จอ ฯลฯ ตอนนั้นนี่เรียกได้ว่าหลายต่อหลายครั้งที่ต้องออกไปไหนต่อไหน นี่ผมแทบจะเอาไปแต่ iPad 2 ไม่ได้เอาคอมพิวเตอร์ไปด้วยซ้ำ เพราะว่า iPad 2 มันบางและเบาพอที่จะเอาไปไหนมาไหนด้วยแบบไม่ต้องคิดมาก และมีหน้าจอที่ใหญ่พอที่จะใช้ทำงานได้สบายๆ

แต่… แทบทุกอย่างเปลี่ยนไปกับ iPad with Retina Display …… ในทางที่ค่อนข้างจะแย่ลง


DSCF1154.jpg

iPad air on a Macbook Pro

Continue Reading →

ไม่ใช่รีวิว: Nikon Df

บทความนี้ “ไม่ใช่รีวิว!!!”

เป็นทางการซะที กับกล้อง Full-Frame DSLR ตัวใหม่ของ Nikon ซึ่งเพิ่งจะเปิดตัววันนี้ และทำให้หลายๆ คนน้ำลายหกด้วยความอยากได้ และอีกหลายคนส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา สเปค การออกแบบ ขนาด หรือแม้แต่ว่าเพราะมันเป็น DSLR ไม่ใช่ Mirrorless แบบ Sony A7R

ชื่อเป็นทางการก็คือ “Nikon Df” ซึ่งหมายถึง “Digital Fusion” ไม่ใช่ “DF” หรือ “Digital F” (การเอากล้องรุ่น Nikon F เช่น F3 มาทำใหม่เป็น Digital) อย่างที่หลายคนคิด และคอนเซปท์ของมันเท่าที่ผมเห็นและรู้สึก มันไม่ใช่ “กล้องรุ่นใหม่ แต่ดีไซน์เก่า” แต่ค่อนข้างจะเป็น “Modernization ของกล้องรุ่นคลาสสิค” มากกว่า สองอย่างนี้ใกล้เคียงกันนะ แต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว …. “กล้องใหม่ ดีไซน์เก่า” มันอารมณ์ Fujifilm X100/X100s แต่ “Modernization ของกล้องคลาสสิค” มันอารมณ์ Leica M240

สำหรับตัวนี้ มันคือการผสมผสานกันระหว่าง “FM2/F3 Designs, D4 Image, D600 Electronics” ครับ


Nikon-Df-blakc-and-silver.jpg

Nikon Df, Silver & Black

Continue Reading →

Reflection on “Nikon’s Pure Photography”

[อัพเดท: 11/03/2013] เพิ่มตอนที่ 6
[อัพเดท: 11/04/2013] แก้ไขข้อความ แก้ไขข่าวลือเล็กน้อย


ปกติผมไม่เขียนถึงกล้องหรือเลนส์ที่เป็นข่าวลือ หรือยังไม่ประกาศนะ (แน่นอน นี่ไม่ใช่เว็บข่าวลือ) แต่ตัวนี้ผมต้องเขียนถึง ไม่เขียนไม่ได้ล่ะ อึดอัด!

ผมเชื่อว่าลึกๆ แล้วในใจคนหลายคน ยังมีความโหยหาโลกสมัยก่อน ที่ทุกอย่างเรียบง่าย ละเอียด โลกที่เวลายังเดินช้า ไม่มีการแข่งขัน ไม่มีความรีบเร่ง เร่งร้อน เร่งด่วน โลกที่ยังทำให้เรารู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน โลกที่ทำให้เรารู้สึกว่า “ชีวิตมันเป็นของเรา” มากกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มันตรงกันข้ามกันในทุกวันนี้ … ทำไมนะ ถึงที่ทำงานเราจะมีการออกแบบสไตล์โมเดิร์นที่เต็มไปด้วยกระจกและความเรียบหรู แต่ที่บ้านเรายังชอบเฟอร์นิเจอร์ที่แลดูวินเทจ .. ก็คงจะเป็นเหตุผลเดียวกัน

มันก็คงจะเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่การออกแบบอุปกรณ์ที่มีประวัติยาวนานเช่นกล้องถ่ายรูป จะเริ่มย้อนยุคกลับไปใช้การออกแบบสมัยก่อน หรือที่เราเรียกว่า Retro Style กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Fujifilm X100/X100s ที่หลายต่อหลายคนซื้อ แล้วก็รักมัน ด้วยความ “คลาสสิค” ของรูปร่างหน้าตา มากกว่าฟีเจอร์หรือความสามารถ จนกลายเป็นรูปแบบการออกแบบกล้องทุกตัวของ Fujifilm ไปซะแล้ว หรือว่าแบบ Leica M ที่ยังคงรูปร่างหน้าตาและการใช้งานตั้งแต่ยุคคลาสสิคไว้แทบไม่เปลี่ยนเลย ถึงแม้ภายในของ Leica M 240 จะเปลี่ยนไปทั้งหมด แต่ภายนอกนั้นก็ยังคงเรียบง่ายเหมือนเดิม [บทความ: My Leica Story Pt3: The M 240]

และแล้วก็มาถึงคิวของ Nikon บ้าง


“Classic Nikon F3 Film SLR”


Image Source: nikonrumors.com
http://nikonrumors.com/wp-content/uploads/2013/10/Nikon-F3-film-camera.jpg


Continue Reading →

รีวิว: Nikon Coolpix P7700 (& พาดพิง P7800)

หลังจากรีวิวและเล่าเรื่องกล้องตัวโหดๆ ไปหลายตัว ก็กลับมาคุยเรื่องกล้องคอมแพคกันบ้าง หลังจากที่เขียนครั้งสุดท้ายที่รีวิวคือ Nikon P7000 (P7000 #1, P7000 #2) ตั้งแต่ปี 2011 โน่น (เพราะว่าอันที่จริงแล้วผมจะเปลี่ยนกล้องคอมแพคทุก 2 ปี) สำหรับครั้งนี้จริงๆ ก็ดูไว้หลายตัว ทั้ง Panasonic LX7, Canon G1X, G15, Nikon P7700, P310, Sony RX100, Fujifilm XF1, X10 อย่างที่เคยเขียนไว้ในบทความ เลือกกล้องคอมแพคจากปี 2012: Tough Choice

แล้วสุดท้าย หวยมันก็มาออกมาที่ Nikon P7700 (จริงๆ แล้วก็เดาได้ยากเท่าไหร่ จากตัวเลือกที่มีในตอนนั้น)


DSC_0925.jpg

Nikon Coolpix P7700 – On The Trip Product Shot

และหลังจากที่ใช้มาค่อนข้างจริงจัง แบบพกติดรถไปด้วยแทบจะทุกที่ เวลาไปเที่ยวก็พาไปด้วยทุกทริป บางทริปที่เป็นทริปสั้นๆ และไม่ได้กะถ่ายรูปจริงจัง เอาไปตัวเดียวด้วยซ้ำ …. ก็ได้เวลาเขียนรีวิวอย่างจริงจังแล้วครับ

ป.ล. เร็วๆ นี้ Nikon ก็เพิ่งจะออกกล้องตระกูล Coolpix P ตัวใหม่ คือ P7800 ซึ่งเป็นตัวเดียวกับ P7700 แตกต่างกันที่มีการวางปุ่มควบคุมต่างๆ และการเพิ่ม Electronic Viewfinder (EVF) แต่ยังคงใช้เซ็นเซอร์ เลนส์ และตัวประมวลผลภาพตัวเดียวกันทุกประการ ดังนั้นถ้าจะว่ากันด้วยเรื่องคุณภาพของภาพ และลักษณะภาพนั้น ก็จะเหมือนกับ P7700 ครับ

Continue Reading →

ว่าด้วย “ขนาด Sensor” [1]: Crop Factor และผลต่อ DoF & FoV

ไม่ได้เขียนบทความเชิงเทคนิคซะนาน เขียนซะหน่อยก่อนที่มือไม้จะขึ้นสนิม และนี่คงเป็นเรื่องที่ตอบคำถามคาใจของใครหลายต่อหลายคนได้ดีทีเดียว คำถามที่ว่านั้นก็คือ “กล้องตัวคูณ คืออะไร” หรือ “ทำไมคนนั้นใช้เลนส์ 20mm มันเหมือนจะถ่ายรูปได้กว้างกว่าผมใช้เลนส์ 18mm ครับ” และ “ทำไมกล้องตัวเล็กๆ ถึงถ่ายหน้าชัดหลังเบลอไม่ค่อยได้” ตลอดจน “ทำไมกล้องใหญ่ถ่ายที่แสดงน้อยดีกว่ากล้องเล็ก” แม้กระทั่ง “ทำไมไม่ทำเลนส์ 24-200 f/2.8 ขนาดเล็กๆ ใช้กับกล้อง D600/800 จะได้มีตัวเดียวเที่ยวทั่วโลก” และยังมีคำถามอื่นๆ อีกมากมายที่เป็น Variation ของคำถามเหล่านี้

ต้นตอสำคัญ เรื่องของเรื่อง ก็คือ “ขนาดของเซ็นเซอร์มันต่างกัน” ครับ และสำหรับบทความนี้เราจะว่ากันแค่เรื่องของ “ตัวคูณ” หรือ Crop Factor “Depth of Field” (DoF) และ “Field of View (FoV) แค่นั้นครับ ส่วนเรื่องการถ่ายในที่มืดค่อยว่ากันในบทความต่อไป และผมจะพยายามอธิบายโดยใช้ฟิสิกส์ให้น้อยที่สุดนะครับ :D

หลักการพื้นฐานง่ายๆ ที่ไม่เปลี่ยนของการถ่ายภาพก็คือเหมือนกับตาคนครับ แสงสะท้อนจากวัตถุ ผ่านเลนส์ ตกกระทบตัวรับภาพ ซึ่งในกรณีของกล้องก็คือฟิล์มหรือเซ็นเซอร์ ทีนี้ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า เซ็นเซอร์ดิจิทัลในกล้องทั่วๆ ที่เราใช้ๆ กันอยู่เนี่ย มันดันมีหลายขนาด ถ้าเราเริ่มจากเซ็นเซอร์ขนาดเทียบเท่ากับฟิล์ม 35มม. หรือที่เรียกว่า Full-Frame เป็นหลัก แล้วไล่ขนาด “ลงมา” ถึงที่ใช้กันในกล้องมือถือแล้วล่ะก็ จะได้ประมาณนี้ครับ


sensor_size

ขนาดเซ็นเซอร์ที่ใช้ในกล้องทั่วไป ตั้งแต่ Full Frame (เท่ากับฟิล์ม 35มม.) จนถึงโทรศัพท์มือถือ

อันที่จริงแล้วฟิล์มเองก็มีหลายขนาดครับ ไม่ได้มีแค่ 35มม. แต่ว่าขนาดอื่นๆ เราจะไม่ค่อยคุ้นกันเท่าไหร่ เพราะมันมักจะอยู่ในวงแคบๆ ของคนเล่นจริงจังหรือมืออาชีพ เช่นพวก Medium/Large Format ที่มีขนาดใหญ่กว่า 35มม. เป็นต้น กล้องทั่วๆ ไปที่เรามีโอกาสใช้ ตั้งแต่กล้อง SLR ไปจนถึงกล้องคอมแพค ใช้ฟิล์มขนาดเดียวกันแทบจะทั้งหมด (ฟิล์มแบบที่เราเห็นขายทั่วไปน่ะแหละ) คนใช้กล้อง คนถ่ายรูปทั่วไปก็เลยแทบจะไม่มีประเด็นอะไรเรื่องของ “ขนาดฟิล์ม” แต่กล้องดิจิทัลเดี๋ยวนี้ เรามักจะเจอกับเซ็นเซอร์หลากหลายขนาด และส่วนมากเป็นเซ็นเซอร์ขนาดเล็กทั้งนั้น … ว่าแต่ .. แล้วขนาดเซ็นเซอร์มีผลยังไงบ้างล่ะ

Continue Reading →

The Three Monkeys

สุภาษิตโบราณว่าไว้เป็นปรัชญาชีวิต

“See no evil, Hear no evil, Speak no evil”

แปลตรงๆ ตัวว่า “ไม่เห็นสิ่งชั่วร้าย ไม่ได้ยินสิ่งชั่วร้าย ไม่พูดสิ่งชั่วร้าย”

ต่างวัฒนธรรมก็ตีความสัญลักษณ์นี้ต่างกัน โลกตะวันออกอย่างเราๆ ตีความเป็นคติเตือนใจให้กับชีวิตว่า “อย่าอยู่กับสิ่งชั่วร้าย” ไม่ว่าจะเป็นการพูด การได้ยิน หรือการมองเห็น ฟังดูแล้วเหมือนกับให้ “ปล่อยวาง” แต่อีกวัฒนธรรมหนึ่งอาจใช้สัญลักษณ์นี้ในเชิงตรงข้าม คือใช้แสดงถึงคนที่ปล่อยปละละเลยจากการมองเห็นความไม่ดีไม่งามไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว ฟังดูแล้วเหมือนกับให้ “ต้องเห็น/ต้องสนใจ”

แล้วใครถูกใครผิดเล่า กับสองมุมมองนี้? มันดูจะขัดกันมากมายใช่ไหม


DSC_5678.jpg

“三猿” (แปลว่า “ลิงสามตัว”) at the Tosho-gu shrine in Nikko, Japan

Continue Reading →