กรุณาซ้อม presentation อย่างน้อยที่สุด “3″ ครั้งก่อนที่จะนำเสนอจริง มิอย่างนั้นผมคงจะไม่อนุญาตให้นำเสนอจริงได้ หรือว่าอาจจะต้องไปฆ่ากันเล่นในเวลานำเสนอจริง เพราะว่าผมจะถือว่าเป็นการซ้อมเช่นกัน (เช่น ถ้าคุณซ้อม 2 ครั้ง ผมจะนับวันนำเสนอจริงเป็นการซ้อมครั้งที่ 3)
นักศึกษาหลายคนบอกว่า “กลัวอาจารย์รวิทัตเวลาโมโห/โกรธ” แต่ว่ากลับชอบทำให้อาจารย์คนนั้นโมโห หรือไม่ก็ทำให้อาจารย์คนนั้นโกรธ … เพื่ออะไร? เพื่อที่จะสนองสมมติฐานตัวเองว่าอาจารย์ท่านนั้นดุ น่ากลัว? อย่างนั้นหรือ?
บอกให้มาซ้อม present ให้ฟัง บอกไปเถอะ ปาวๆๆ ไม่เคยสนใจกันหรอก ไม่รู้จะรอเวลาให้ทุกอย่างมันสายจนแก้ไม่ได้กันขนาดไหน รอจนกระทั่งอีกสองสามวันจะ present แล้ว ค่อยเอามาให้ดู ค่อยมาเอาซ้อม แบบนั้นน่ะเหรอ?
บอกให้หัดเขียนโปรแกรมบ้างนะ บอกไปเถอะ ปาวๆๆ ไม่เคยสนใจกันหรอก ไม่รู้จะรอให้มันถึงเวลาไฟลนก้น วันพรุ่งนี้จะต้องเริ่มทำโปรเจคจบ ถึงจะหัดเริ่มเขียน อย่างนั้นเหรอ?
จะทำโปรเจคจบกันยังไงคร้าบบบบบ เขียนโปรแกรมภาษาซีที่ไม่ต้องทำอะไร (โปรแกรมว่างๆ) ยังมีคนเริ่มต้นเขียนไม่ถูกเลย (คนที่เข้าเรียนวิชา SE ครั้งที่แล้วคงจะทราบว่าใคร ขอให้ทราบตัวเองไว้ด้วยก็แล้วกัน)
เฮ้อ
ผมพยายามไม่โมโหพวกคุณแล้วนะครับ และแล้วผมก็พบทางสว่างในการที่จะไม่โมโหพวกคุณ นั่นก็คือ ผมต้อง “ไม่สนใจ” พวกคุณ ปล่อยเลยตามเลย ใครอยากทำอะไรก็ทำ
หวังว่าพวกคุณคงจะพอใจ



















kojiro540
August 21, 2008 at 4:41 pm
ผมเห็นใจ และเห็นด้วยในหลายประเด็น
แต่ที่อาจารย์เขียนแบบนี้ผมก็เสียใจ
เสียใจเพราะว่า เคยทำให้อาจารย์เหนื่อยกว่าจะเข็นผมได้
ขอบคุณครับ
rawitat
August 21, 2008 at 4:50 pm
โอ๊ย ผมว่าพวกคุณดีจะตายไป อย่าคิดมาก จริงๆ นะ ว่าไป คิดถึงวันเก่าๆ เหมือนกัน
ไปถ่ายรูปกันๆ ฮาฮา
dew083
August 25, 2008 at 2:43 pm
เป็น อ. นี่ลำบากนะครับ อ. เจอเด็กหลากหลายแบบนี้ ขยันก็มี ขี้เกียจบ้างก็มี เป็นผมผมคงปรับตัวไม่ถูก เหอๆ ส่วนตัวผมเองก็มีข้อเสียอันใหญ่หลวงคือ “ติดเล่นมากกว่าติดเรียน” ไม่รู้จะแก้ยังไง -*-
ที่จริงเรื่องการซ้อม presentation อย่างน้อยที่สุด “3″ ครั้งก่อนที่จะนำเสนอจริง นี่เป็นอะไรที่ดีมากๆ เพราะส่วนตัวจากที่เคยผ่านการ presentation มา สาม-สี่ครั้ง ผมบอกกับน้องๆนักศึกษาที่อ่านเวบของ อ. ได้เลยว่า ยิ่งซ้อมเท่าไหร่เรายิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น ยิ่งรู้ข้อผิดพลาดของตัวเองมากขึ้น จะได้ไปตอบคำถามของ อ. ท่านอื่นได้ถูก
ส่วนตัวเคยไม่ซ้อม แล้วทำได้ไม่ดีมีความรู้สึกที่ไม่ดีกับการเสนอผลงานในตอนนั้นมากๆมี (ยิ่งในสภาวะปัจจุบันสมัยนี้การ present มีความสำคัญมาก ใครทำได้ดีถือว่าเป็นข้อได้เปรียบกว่าคนอื่น)
ที่ จริงแล้ว 3-4 ครั้งที่ผม present งานมาไม่เคยได้ซ้อมกับ อ. เลยซักครั้งเดียว (ส่วนใหญ่ อ. จะไม่ว่าง-*- อ.เดฟ เขาดีขนาดไหนที่แบ่งเวลาให้ อ.บางคนไม่สนใจเลยจริงๆนะว่าเด็กจะเป็นยังไง)
เอาน่า อ. ยังไง ก็สู้ๆนะครับ อย่าโมโหไปเลย อโหสิให้เด็กเถอะครับถือ
ไปถ่ายรูปคลายเครียดกันดีฝ่า อิอิ
khomkrit
August 31, 2008 at 8:37 am
นศ. บางคนเข็นยังไงก็เข็นไม่ขึ้นจริงๆครับ ตอนนี้ผมก็สอน นศ. ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งอยู่ เข็นยากมาก พยายามทำทุกๆทางเพื่อที่จะให้อะไรหลายๆอย่าง แต่ฝ่ายรับไม่ยอมรับเลย ซึ่งปัญหาก็เป็นปัญหาเดิมๆ ที่พูดใหม่ก็เหมือนบ่น
ตอนนี้ผมเรียนจบมาแล้ว หลายๆครั้งผมก็มักจะนึกถึงหลายๆอย่างที่ อ.เดฟสอน และนำมาปรับใช้เองบ้าง
บางงานที่ผมต้อง present งานจริงๆ ที่ห้ามผิดพลาด และมีเดิมพันสูง บางทีผมเตรียมตัวหาข้อมูล คิดตำตอบ หาคำถามที่น่าจะโดนถามเตรียมไว้ และฝึก present เป็นเดือนๆเลยก็มีครับ
นศ.หลายคน ไม่จบไปเจอสถานการณ์ที่ไม่มีโอกาสได้แก้ตัว เค้าจะไม่เห็นค่าของสิ่งที่ อาจารย์ หรือคนที่เคยเจอมาก่อนสอนเท่าไหร่ คงต้องให้เค้าไปเจอของจริงเองล่ะมั้งครับ
พูดถึง อ.เดฟ แล้วก็ขอขอบคุณจริงๆครับ ที่ช่วยเปลี่ยนผมได้จนมาถึงทุกวันนี้
rawitat
August 31, 2008 at 11:07 am
@khomkrit — you’re very very welcome. glad you appreciate it.
@dew083 — when & where? :-D