Leica M8, Voigtlander 50/1.1 Nokton, f/8, 1/90s, ISO 160. (click for bigger size)
ตลาดน้ำอัมพวา เป็นที่หนึ่งที่ถ่ายรูปสนุกครับ และถ่ายรูปได้อย่างไม่เคอะเขิน เพราะว่าหลายต่อหลายคนพกกล้องไปถ่ายรูปทั้งนั้น ถ้าอยากจะหัดถ่ายรูป street หรือว่าตลาด แต่ไม่กล้าลองกับตลาดแถวบ้านตัวเอง ผมแนะนำว่าไปฝึกวิชาแถวตลาดน้ำที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเลยครับ รับรองว่าวิชาแก่กล้าขึ้นแน่ๆ
กลับมาที่รูปนี้ รูปนี้ผมอยู่บนสะพาน แล้วก็เล็งลงมาที่ชีวิตหลากหลายริมน้ำ ซึ่งมีทั้งกำลังจับจ่ายซื้อของ ประกอบอาหาร นั่งรออาหาร และกำลังรับประทานกันอย่างมีความสุข ผมเล็งรูปนี้อยู่ประมาณเกือบครึ่งนาที หวังว่าจะมีใครสักคนในกลุ่มนี้ที่จะเงยหน้าขึ้นมาให้มี Eye-contact บ้าง และแล้วก็มีหญิงสาวนักท่องเที่ยวที่เห็นในรูปนี้แหละครับ เงยหน้าขึ้นมา ก็เลยกดชัตเตอร์ ณ บัดดนั้น ซึ่งสายตาคู่นั้น ก็เป็น Eye-contact เดียวของรูปนี้
ผม post-process รูปนี้นิดหน่อยครับ คือ crop ให้ Eye-contact ที่ว่านี่ อยู่ตรงจุดตัด 9 ช่องพอดิบพอดี และใช้ Creative – Aged Photo preset ใน Lightroom 2 แล้วก็ปรับๆ ดึงๆ ตบๆ ค่าต่างๆ อีกเล็กน้อย
เป็นภาพที่ผมชอบมากๆ และแสดงข้อดีมากๆ อย่างหนึ่งของกล้อง Rangefinder แบบ Leica เพราะว่า viewfinder มันไม่มี black-out ในจังหวะที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ “จังหวะที่กดชัตเตอร์” ครับ ทริปนั้นผมเอาไปทั้ง D3s และ M8 และสารภาพเลยครับ ว่าชอบภาพจาก M8 มากกว่ามากๆ (ทั้งๆ ที่ปกติจะรู้สึกกลับกัน)
ค้างเรื่องนี้มานานแล้วเหมือนกัน เขียนซะหน่อย (ช่วงนี้กำลังทำให้ blog นี้กลับมามีชีวิต และเปลี่ยนมันเป็น Photographer’s blog อยู่)
อย่างที่เขียนไว้ในบทความก่อนหน้านี้เรื่อง RAW vs JPEG น่ะแหละครับ ว่าปกติผมเป็นคนที่ถ่าย JPEG เป็นหลัก ยกเว้นแต่ 1. จะถ่ายมาเพื่อใช้ประโยชน์จาก RAW จริงๆ หรือไม่ก็ 2. รับ JPEG ที่ออกจากกล้องมาไม่ได้ เท่านั้น เลยเป็นประเด็นของบทความนี้ครับ มาดูกันจะๆ เลยดีกว่า ว่าทำไมผมรับ JPEG ของ Panasonic GF1 (ซึ่งเป็นกล้องสุดที่รักเลยนะตอนนี้) ไม่ได้
จริงๆ ก็สั้นๆ แหละครับ คือมัน “Over-processed” มากไป ค่อนข้างมีความเพี้ยนของอะไรหลายๆ อย่างสูงพอควร คือ กล้องมันคิดแทนเรามากไป ว่าอะไรควรจะสวยไม่สวยยังไง ซึ่งจริงอยู่ บางทีมันก็ work แต่ว่าหลายครั้งมันก็ไม่ค่อยจะได้เรื่องเท่าไหร่
ดูตัวอย่างนะครับ (Click บนรูปเพื่อดูภาพใหญ่นะครับ; รูปแรก convert จาก RAW ดิบๆ ส่วนรูปหลังเป็น JPEG จากกล้อง)
สิ่งที่อยากให้สังเกตเป็นพิเศษ คือ โทนสีและแสงเงาครับ โดยเฉพาะเรื่องของ Skin tone ที่ค่อนข้างจะเพี้ยน และเมื่อเทียบกับข้อมูลดิบจาก RAW แล้วยิ่งเห็นชัดว่า JPEG engine มัน over-processed ค่อนข้างชัดเจน ทั้งๆ ที่ตั้ง mode เป็น standard เอาไว้ ลองดูเทียบกันอีก 2 รูปครับ (เช่นกันครับ รูปแรกจาก RAW)
รูปนี้อาจจะชัดกว่าเมื่อกี้นิดหน่อยในบางอย่าง เช่น ความมืดของบริเวณที่อยู่ในที่มืด และสีแดงของป้ายที่อยู่ในที่มืด ซึ่งจริงๆ แล้วสีของ RAW นั้นค่อนข้างจะสวยดีอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีอีกหลายกรณีที่สีมัน Over-saturate หรือไม่ก็ Hue เพี้ยน ซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่าทีมที่ทำ JPEG engine ใน Panasonic ต้องมีปัญหาเรื่องสีแหงๆ
เรื่อง JPEG จากกล้องที่ไม่ค่อยสวย ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ของ GF1 นี่ไม่ใช่ผมรู้สึกไปเองคนเดียวนะครับ มีเขียนถึงกันหลายที่ ในหนังสือวารสารหลายเล่ม แล้วก็เว็บไซต์หลายที่ ที่ชอบเทียบ GF1 กับ EP1 ….. ซึ่งว่ากันว่า JPEG จากกล้องของ Olympus นั้นสวยกว่ามาก แต่ผมยังไม่ได้ลองเทียบกันจะๆ ดังนั้นผมเลยขอ No-comment ดีกว่า
แต่มันก็ต้องมีจุดแข็งบ้างล่ะน่า … ใช่ครับ มันมีจริงๆ และเจ๋งมากด้วย เพราะว่าจุดแข็งของ JPEG engine ของ GF1 คือ “ขาวดำ” ครับ …. ใช้แล้วจะลืมอะไรหลายๆ อย่างไปเลย แทบจะใช้ได้เลยจากกล้องไม่ต้องไปทำอะไรกับมันแล้วทั้งนั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง



Recent Comments