Archive for the ‘Mac’ Category

เปิด ThaiMacGeeks.com

Tuesday, January 15th, 2008

หลังจากหายไปนาน (อีกแล้ว) …. ผมก็ทำตาม “เป้าหมายปี 51” ข้อแรกได้แล้วครับ! …. ขอแนะนำ

ThaiMacGeeks | Together, We’re in Command!

ตั้งเป้าหมายเป็น Niche community ของ Mac Geeks ทั้งหลายในประเทศไทย สำหรับที่มาที่ไป ผมจะเล่าไว้ในหน้า About ที่ ThaiMacGeeks นะครับ แต่ว่าคร่าวๆ คือ

  • ผมเริ่มรู้สึกตัวว่า ผมเขียนเรื่อง Mac ลง blog บ่อยพอควร ส่วนมากจะเป็นเรื่อง tips & tricks หรือว่าข่าวสาร หรือว่าความเห็นส่วนตัวเสียด้วย ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับ scope ของ Thai Mac Dev ซึ่งวางไว้ให้เป็น community ของ Mac developer ในประเทศไทย (ที่เนื้อหาจะ hardcore กว่า และเน้นหนักไปทางด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรง)
  • ผมกับวีร์ (Geek #1 จาก dualGeek) เริ่มรู้สึกว่า เราสองคนมีเวลาทำ podcast ด้วยกันน้อยลงเรื่อยๆ เพราะว่าเวลาที่เจอกัน ว่างตรงกัน มันน้อยลง แต่ว่าถ้าจะเขียน มันจะเขียนได้เยอะกว่า ดังนั้นเราเลยเริ่มถามกันเองว่า “dualGeek น่าจะมี blog ของตัวเองสักที”
  • พอคุยกันไปคุยกันมา ผมก็เลยเสนอไปว่า ถ้างั้นแทนที่จะเขียนกันแค่สองคน เปิด community ใหม่อีกที่ดีกว่ามั้ย ให้เป็นแบบ dualGeek น่ะแหละ แต่ว่าให้ Mac Geeks ทุกคนโชว์ความเป็น geek ของตัวเองได้เต็มที่ ใครจะเขียนอะไรก็เขียน ภายใน scope ที่เราวางไว้น่ะแหละ (ตาม category)
  • ทุกคนจะมี blog ส่วนตัว และเขียนเรื่องลงได้เรื่อยๆ โดยที่ผมกับวีร์จะทำหน้าที่เป็น author & editor ไปก่อนในช่วงแรก ทุกเรื่องจะได้ขึนหน้าแรกหมด แต่ว่าถ้าเรื่องไหนไม่ค่อยจะสมเหตุผล หรือว่าส่วนตัวมากไปหน่อย ก็อาจจะมี edit บ้าง หรือว่า demote จากหน้าแรก

ก็คงประมาณนี้แหละครับ สำหรับ Mac Geek ทุกท่านที่ติดตาม blog นี้ พบกันที่ ThaiMacGeeks นะครับ

รวมปัญหาเรื่อง lib ใน Leopard

Sunday, November 18th, 2007

ตอนนี้เริ่มเล่น Leopard ในฐานะของนักพัฒนาโปรแกรมและพวกชอบงัดแงะมากขึ้น และตอนนี้เท่าที่ลองเล่นก็เจอปัญหาโน่นนี่นิดหน่อย ซึ่งได้ post ไว้ใน ThaiMacDev เรื่อยๆ แต่ว่าขอรวบรวมไว้ตรงนี้อีกที่หนึ่งละกัน

ไว้เจอมากกว่านี้แล้วจะ post ไว้เรื่อยๆ ครับ

App: Leopard MenuHack

Thursday, November 8th, 2007

บ่นกันจัง ว่า Menu bar ใน Leopard มันกวนสายตา กวนใจ ไม่พอ ยังทำให้ต้องเรื่องมากขึ้นอีกเยอะกับการเลือก background สักรูป เพราะว่าไม่งั้นมันจะอ่าน menu bar ลำบากเอา

kiterminal ไปเจอโปรแกรมเจ๋งๆ ตัวนึงมา ชื่อ Leopard MenuHack หน้าที่ของมันคือให้เราปรับสีตรงที่จะไปอยู่ด้านหลัง menu bar ได้เลย (เหมือนกับเอาแถบสีไปแปะบน desktop background น่ะแหละ) แถมเป็น open source (ใช้ GPL) ด้วย

วิธีการใช้ค่อนข้างจะตรงไปตรงมา แต่ว่ายังให้ความรู้สึก hacked พอควร (ก็สมชื่อ) ยังมีปัญหานิดหน่อย แต่ว่าก็ทำงานได้ดี ผมก็เลือกให้เป็นสีดำตลอดเลย ไม่ว่าจะใช้ background อะไรก็ตาม สรุปว่าลองใช้กันดูครับ

MacBook Pro จะมี Major upgrade เมื่อไหร่?

Sunday, November 4th, 2007

คำถามที่ถามกันมากมาย มานาน หลายเดือน อาจจะเป็นปีๆ แล้วมั้ง กับคนที่อยากจะซื้อ หรือว่าต้องการจะ upgrade เครื่อง Mac laptop ของตัวเองเสียที ก็คาดหวังกันมานาน ผิดหวังกันแล้วผิดหวังกันอีก

จริงๆ แล้วผมกับ วีร์ (ที่ทำ dualGeek podcast ด้วยกัน) ก็คุยกันบ่อย และคาดเดาเรื่อง time frame ต่างๆ นานา และ pattern ในการออก product มามากมาย ต่างๆ นานา แต่ทุกการคาดเดาของเราเกี่ยวกับ MacBook Pro นี่พลาดหมด

MacBook Pro เป็น laptop ระดับ flagship ของ Apple ที่มีหน้าตาแบบนี้มาตั้งแต่เป็น PowerBook G4 แล้ว แทบจะเหมือนกันเปี๊ยบ มีต่างกันเล็กๆ น้อยๆ และล่าสุดเพิ่งจะได้รับ minor change ในรุ่น BTO ไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมเองก็ชอบโจ๊กเล่นเสมอๆ ว่า ถ้าคิดว่าคอมพิวเตอร์เป็นแฟนนะ เปลี่ยน PB เป็น MBP นี่เหมือนกับเปลี่ยนแฟนไปคบน้องสาวแฟน ที่รูปร่างหน้าตาเกือบจะเหมือนกันแทน ยิ่งเปลี่ยน MBP เป็น MBP รุ่นใหม่นี่ ยิ่งเหมือนกับเปลี่ยนแฟนเป็นฝาแฝดแฟนยังไงยังงั้น อาจจะเร่าร้อนกว่าหน่อยเวลาเอาไปนั่งตัก หรือว่าทำได้นานกว่าหน่อย (battery life) หรือว่าหน้าตาปิ๊งปั๊งขึ้น (ถ้าเลือกแบบจอ glossy) …. เฮ้ย เลิกเหอะ ชักเลยเถิด

พอดีวันนี้คุยกับ peter (ซี้เก่าสมัยเรียนที่ญี่ปุ่น) มีอะไรตลกๆ เลย capture มาให้อ่านกัน

ตลกอ่ะ ช่างสังเกตมาก 2001, 2003, 2006, … ถ้าเอาเฉพาะตัวหลัง (1, 3, 6) มันเป็น Triangular Numbers (1, 3, 6, 10, 15, 21, 28, 36, 45, 55, …) นี่หว่า!

โอ้เย่ งั้นแบบนี้ MBP major upgrade ครั้งต่อไปคงจะเป็น 2010 (ฮา …. ไม่ค่อยออก)

ล้อเล่นน่ะครับ ยังไงคิดว่า MWSF ครั้งหน้านี่น่าลุ้นเหมือนกันนะ

[update 1] แก้คำผิดเล็กน้อย

iChat Theater Setting

Saturday, November 3rd, 2007

สำหรับคนที่เล่น Leopard แล้วอยากจะลองใช้ iChat Theater ให้มี side-by-side view แบบใน Demo/Keynote/Web/Screenshots ทั่วไป แต่ว่าเมื่อลองแล้วกลับไม่เป็นแบบนั้น ให้ทำแบบนี้ครับ

  1. เข้าไปที่ System Preferences แล้วไปยัง QuickTime streaming speed
  2. เปลี่ยน speed ให้มากหน่อย (ผมลอง 1.5 แล้วใช้ได้) อย่าใช้ Automatic
  3. ปรับ bandwidth limit ที่ Audio/Video ใน iChat Preferences ให้เป็น None

ตัวอย่างในรูปนี่ไม่ใช่รูปผมนะ แต่เป็นลูกศิษย์ (neokain) ที่สถาบันวิจัย ตอนกำลังทดสอบ iChat Theater กันครับ ส่วนรูปที่แชร์นี่ถ่ายจากนครธมที่เขมร …​ เหมือนกับตราสโมสรฟุตบอลอะไรซักอย่าง

แก้ Dock ใน Leopard

Thursday, November 1st, 2007

Dock เปลี่ยนไปเยอะมากมายใน Leopard และถึงผมจะเริ่มชินกับมันบ้างแล้ว แต่ว่าผมก็ยังไม่ค่อยจะชอบมันเท่าไหร่อยู่ดี ครั้นลองเปลี่ยนไปเป็น 2D ตามที่ เคย post ไว้ก่อนหน้านี้ ผมก็รำคาญขอบสีขาวของมันอยู่ดีน่ะแหละ เลยเปลี่ยนกลับไปเป็น 3D เหมือนเดิมอะไรๆ มันก็พอจะเริ่มรับได้ล่ะนะ ยกเว้นเจ้าทางม้าลาย ที่ผมว่ามันเกะกะจัง มัน visual distraction มากเลย ก็เลยหาทางเอาออกซะสรุปว่า ผมก็เลยหาทางเล่นกับ Dock ตัวนี้ซะเลย ทำตามนี้นะครับ

  1. เปิด Finder ไปที่ /System/Library/CoreServices 
  2. หา Dock.app แล้ว click ขวา เลือก Show Package Contents
  3. เข้าไปใน Contents/Resources
  4. จากนั้นก็หาไฟล์ชื่อดังนี้ scurve-[l,m,sm,xl].png ซึ่งเป็นไฟล์สำหรับฐานรอง Dock และไฟล์ที่ขึ้นต้นด้วย separator ซึ่งเป็นไฟล์ตัวกั้นลายทางม้าลาย (มี 3 ไฟล์ ชื่อคล้ายๆ กันตามรูปแบบของตัวกั้นที่ใช้งาน สำหรับ 3D Dock แล้วก็ 2D Dock ด้านข้างและด้านล่าง)
  5. จากนั้นจะทำอะไรกับไฟล์เหล่านี้ก็ตามสบายครับผม อย่าลืม backup ไว้ก่อนล่ะ
  6. จากนั้นก็หาทาง restart Dock ซึ่งง่ายที่สุดก็เปิด Terminal.app แล้วก็พิมพ์ว่า killall Dock กด enter
  7. Boom!

ใครที่ถนัดใช้ command line อยู่แล้ว ก็เปิด Terminal.app แล้วก็พิมพ์

cd /System/Library/CoreServices/Dock.app/Contents/Resources

แล้วก็เชิญงัดแงะตามสบายได้เลยรูปด้านล่างนี้เกิดจากการที่ผมย้ายไฟล์ทางม้าลายที่ว่านี่ไปไว้ที่อื่น

[update 1]: เพิ่งจะงัดแงะต่อ กับการแก้ขอบขาวใน 2D Dock พบว่าถ้าย้ายไฟล์ bottom[1-5].png ไปไว้ที่อื่นแทน แล้วก็ทำเป็น 2D Dock อย่างที่เขียนใน post ที่ link ไว้ข้างบน ขอบขาวมันจะหายไป…

Happy Hacking ครับ

เริ่มเขียนโปรแกรมใน Leopard

Wednesday, October 31st, 2007

ตอนนี้เริ่มเขียนโปรแกรม หรือว่าลงโน่นลงนี่ใน Leopard แล้ว ตามที่ตั้งใจไว้ แล้วจะเขียนลงใน

ThaiMacDev.com

เรื่อยๆ นะครับ ตอนนี้ก็เพิ่งจะมีเรื่องประสบการณ์การแก้ปัญหา libGL.dylib แต่ว่าถ้ามีเรื่องใหม่ๆ (โดยเฉพาะการเล่นกับ API ด้วยตัวเอง และการรีวิว Xcode กับ Interface Builder ใหม่) ก็จะเขียนลงในนั้นเช่นกัน

จับภาพหน้าต่างใน Leopard

Wednesday, October 31st, 2007

หลายคนที่เคยใช้ command+shift+4+space ในการจับภาพหน้าต่างใน Mac OS X คงจะชอบแฮะ เพราะว่าตอนนี้มี shadow รอบหน้าต่างแล้ว ไม่ต้องไปทำเอง

(ไอ้กรอบขาวๆ รอบๆ นี่ไม่เกี่ยวนะ อันนั้น HTML table code กับ theme ของ blog นี้ ส่วนที่ ​Leopard เพิ่มเนี่ย เฉพาะตรงเงา)แต่ว่าก็แล้วแต่งานนะ ถ้าต้องการเรียบๆ อาจจะไม่ชอบ ต้องไปหาวิธีทำอย่างอื่น แต่ว่าสำหรับผม OK เพราะว่ามันทำให้เวลาเราเอารูปหน้าต่างลงในบทความ ในหนังสือ หรือว่าใน Web แล้วมันดู distinguishable มากขึ้นเยอะ

Leopard Notes

Tuesday, October 30th, 2007

ลง Leopard ไปเมื่อคืน เพิ่งจะเสร็จตอนนี้ และนี่คือ impression คร่าวๆ และ installation notes กับตัวเอง (ไม่เรียงลำดับ คิดอะไรได้ก่อนเขียนก่อน)

  • Bash เป็น version 3.2.17(1) ไม่ต้องหาของใหม่มาลงแล้ว ไอ้นี่เป็นสิ่งแรกที่ check เลย ตอนที่เข้าไปใน iStudio ที่ใกล้บ้านที่สุด (ปิ่นเกล้า) … ผมคงเป็นไม่กี่คนในโลกที่เมื่อลองเล่น Leopard สิ่งแรก ที่ทำคือหา Terminal มาดู version ของ Bash
  • อันดับต่อไปก็ uname -a ได้ข้อสรุปว่า Darwin 9.0.0
  • และแล้ว Terminal มี tab ซะที
  • พอเริ่มลง อืมมม Installer แปลกตาไปแฮะ แต่ว่าก็ไม่ได้มีผลอะไรกับการลงง่ายลงยาก เพียงแต่บริเวณ active window มันมากขึ้น
  • มี Ruby 1.8.6 และ Rails 1.2.3 แต่ว่าก็ต้องลง MySQL เพิ่มเข้าไปเพราะว่ามันไม่มีให้ ก็เอา binary ของ Tiger มาใช้ได้เลย (warning: ยังไม่ได้ทดสอบ!) แต่ว่า Preference Pane มันจะไม่ work ต้องใช้งานผ่าน command line อย่างเดียว แล้วก็อีกอย่างก็ต้องแก้ symbolic link นิดหน่อย ตามนี้ อ่อ อ่าน troubleshooting นี่ด้วยนะ
  • มี PHP 5.2.4
  • Apache เป็น 2.2.6
  • Mail.app เร็วมาก เมื่อเทียบกับของเก่า แต่ว่ายังไม่ได้ลองใช้ ​RSS
  • Fink ประกาศรองรับ Leopard (สมควร) แต่ว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไร ก็ bootstrap ใหม่ หรือว่า selfupdate (ทำที่ ม. ไม่ได้) แต่ว่าตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไร และเนื่องจากที่ ม. ใช้ MacPorts ไม่ได้ ด้วยเหตุผลเดียวกัน ก็เลยต้องลงโน่นนี่ที่จำเป็นจาก source เอาเอง
  • Menu bar ใหม่ ทำให้เรื่องมากกับการเลือก background มากขึ้น เพราะว่าจะต้องเลือกให้ menu bar มันสวย อ่านออกง่าย ฯลฯ ด้วย เฮ้อ เป็นภาระนะเนี่ย แต่ว่ามันก็สวยดีอ่ะนะ
  • ลองทำ Dock เป็น 2D แล้ว กลายเป็นรำคาญเส้นขาวๆ ที่อยู่ตรงขอบมันแฮะ สรุปว่าก็เลยใช้มันแบบนี้แหละ
  • ยังไม่ได้ลองเล่น Xcode ใหม่ กับ Core Animation ทั้งๆ ที่เป็น priority หลัก (ตอนนี้ไล่ compile พวก lib ที่จำเป็นกับงานอื่นๆ ก่อน จะต้องทำไว้ให้พวกผู้ช่วยใน lab ด้วย)
  • Preference ใหม่หลายตัวเลย งงๆ กับตัว Network นะ มันทำให้ต้อง click มากขึ้นโดยใช่เหตุหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ว่าก็มองเห็นภาพรวมดีขึ้นนะ สรุปว่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ได้ยุ่งกับ advanced settings มากนักคงจะดี
  • ในที่สุดสีมันก็ Unified เสียที ปุ่มบนบาร์ก็ดูเนียนขึ้นเป็นส่วนมาก ความรู้สึกที่ว่ามันจะวิสต๊าวิสต้า น้อยลงไปเยอะ
  • Spaces ใช้งานร่วมกับ Desktop Manager 0.5.4r1 ได้เนียนดี ซึ่งเป็น plus มากสำหรับผม ที่ชินการตั้ง key combination ของ Desktop Manager และชอบที่เห็น visual ของ desktop ทั้งหมดที่ตัวเองมีอยู่บน Menu bar
  • QuickSilver ใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร (จริงๆ สำหรับ version นี้ Apple ประกาศเลยว่าจะให้ Spotlight เป็น Application Launcher ได้ด้วย … ก็ลองใช้ดูแล้วก็ OK นะ แต่ว่ายังชอบ QuickSilver มากกว่า มันฉลาดกว่ากับการพิมพ์ผิด)
  • แต่ว่า Spotlight รุ่นนี้ก็ on-steriod พอควรนะ ใช้เป็นเครื่องคิดเลขได้ด้วย
  • ชอบตอน unzip/untar.gz ไฟล์นะ มันจะขึ้นเป็น folder มาวางซ้อนกับ file ที่เรา unzip ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล แต่ว่าข้อเสียมันคือ ถ้ามันเป็นคนละชื่อกัน มันก็จะเป็นเหมือนเดิม คือไปวางเป็น folder ต่อตรงปลาย ซึ่งตรงนี้ทำให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่ consistent เท่าไหร่
  • โปรแกรมส่วนมากที่ใช้ทำงานประจำก็ใช้ได้นะ แต่ว่า ecto (โปรแกรมที่ผมใช้เขียน blog) กลับมีปัญหาซะงั้นน่ะ ก็เลยต้องเอา version 3 มาลง ดีนะที่ serial เก่าที่เราซื้อมามันใช้ได้ ไม่งั้นต้องเสียตังค์ซื้อใหม่อีก (แต่ว่าพอตัวจริงออกมาจะต้องเสียตังค์ upgrade หรือเปล่าไม่รู้ ตอนนี้มัน beta อยู่)
  • Finder screams! เจ๋งโคตร เร็วมาก Cover flow เร็วและเนียนมาก และมีประโยชน์จริงสำหรับไฟล์ที่ใช้ visual แบ่งแยกได้ง่ายๆ
  • QuickLook ก็เป็น killer อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ Finder รุ่นนี้มัน killer มากขึ้นตามไปด้วย
  • ส่วนที่กังขากันมานาน ก็คือ มันช่วยให้ดู source code ได้หรือเปล่า คำตอบคือ ได้ แต่ไม่มีประโยชน์ เพราะว่าพี่ท่านเล่นให้ดูทั้งหน้า(แทนที่จะเป็นหัวไฟล์) ทำให้ตัวอักษรมันเล็กมาก….. และไม่มี syntax highlighting สงสัยต้องแงะ SDK ดูว่ามันทำ QuickLook plugin ได้หรือเปล่า (ถ้าเอา sense มาพูด ก็คงได้)
  • อ่อ สิ่งที่เคยเป็นคอขวดที่งี่เง่ามากใน Finder รุ่นก่อน คือการทำงานกับ network ก็ไม่เจออีกแล้วในรุ่นนี้ เนียนมาก

ส่วนที่ยังไม่ได้ทำ แต่ว่าอยู่ใน list ก็คือ

  • ลง Qt, ImageMagick, RMagick ซะ คิดว่าคงต้องลงจาก source หมด สบายใจดี
  • เล่น Finder มากกว่านี้ ขุดหา limitation มันมากกว่านี้หน่อย ตอนนี้ก็มีเรื่องไม่ค่อยจะชอบใจมันบ้างล่ะนะ แต่ว่าไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรายัง set มันไม่เป็นเองมากกว่าหรือเปล่า
  • เล่นกับ Developer Tools
  • ทดสอบ App ที่มันซีเรียสกว่านี้
  • ทดสอบ Time Machine และ potential ที่จะเอามาประยุกต์ใช้กับงานหลายๆ แบบว่ามันเหมาะสม/ไม่เหมาะสมยังไง
  • ทดสอบ OpenGL และ Core Animation
  • หา Usability flaws (ท่าทางจะว่างงาน)
  • เตรียมทำ dualGeek podcast ตอนพิเศษเรื่อง Leopard โดยเฉพาะ

คงแค่นี้ก่อนล่ะครับ มีอะไรจะมา post เพิ่มเติม

2D Dock กับ Leopard

Thursday, October 25th, 2007

ผมไม่ค่อยจะถูกชะตากับ new 3D Dock ของ Mac OS X 10.5 Leopard ตั้งแต่มันถูกประกาศแล้ว เพราะว่านอกจาก eye-candy แล้วไม่เห็นมันจะช่วยให้ usability มันดีขึ้นตรงไหน เผลอๆ จะทำให้แย่ลงด้วยซ้ำ เพราะว่ามันทำให้ Dock มัน high-profile ขึ้น มันมีความรู้สึก in-your-face มากขึ้น มัน visible มากขึ้น ซึ่งพวกนี้มักจะไม่ค่อยดีต่อ usability เท่าไหร่ (ในกรณีนี้)

จากข่าวล่าสุด สำหรับ build 9A581 (ที่น่าจะเป็น Gold-master) รู้สึกว่า Dock มันจะกลายเป็น 2D เมื่อวางไว้ด้านข้างของจอ (macrumors.com) ก็ลองเทียบกันดูกับ build เก่าๆ ที่ยังเป็น 3D อยู่แล้วกัน ว่ามันดูดีกว่ากันแค่ไหน




(ภาพจาก macrumors.com และ rogueamoeba.com ตามลำดับ)

ไม่พอ มีคนเจอ ว่าถ้าต้องการจะเอา 3D ออกแม้ว่าจะอยู่ข้างล่าง ก็ยังคงทำได้โดยอาศัย trick เก่าๆ บน Terminal แล้วก็พวก defaults write [option] ทั้งหลายแหล่ที่มีมาตั้งแต่โบราณ (สมัย NeXT โน่น)

defaults write com.apple.dock no-glass -boolean YES

จากนั้นก็ restart Dock ใหม่ (อาจจะ killall Dock ไปเลยก็ได้) แล้วก็จะได้ 2D Dock ที่ “เกือบ” เหมือนเดิม


(ภาพจาก lime.quickshareit.com)

ซึ่งจริงๆ แล้วก็ยัง high-profile อยู่ดี เทียบกับ Dock ตัวปัจจุบัน เพราะว่ามันยังมีขอบ มี texture มีอะไรมากเกินไป แต่ว่าก็ยังน่าจะดีกว่า 3D Dock ล่ะนะ